บทที่ 6 เธอที่เขาไม่เคยรัก 6

ตกเย็นของวัน 

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารของบ้านพิพัฒน์กุล อึดอัดไม่เคยเปลี่ยนสำหรับม่านไหม เพราะนอกจากคุณย่าแล้วทุกคนในบ้านก็ไม่ได้ยินดีที่จะร่วมรับประทานอาหารกับเธอเลย คนตัวเล็กจึงทำได้แต่นั่งรับประทานอาหารอย่างเงียบๆ ไม่เอ่ยอะไรออกมาเลยสักคำ โดยปกติแล้วตั้งแต่คลอดลูกม่านไหมมักจะแอบไปทานคนเดียวอ้างว่าต้องดูแลลูกแต่มื้อนี้คุณย่าพรเพ็ญกลับอยากให้เธอมาร่วมทานข้าวเย็นด้วยกันเธอจึงปฏิเสธน้ำใจของหญิงชราไม่ได้

"หนูม่าน พรุ่งนี้ย่าจะไปวัดหนูไปกับย่านะจ๊ะ"เมื่อบรรยากาศในห้องอาหารมันเงียบอย่างบอกไม่ถูกหญิงชราจึงชวนหลานสะใภ้พูดขึ้น พรุ่งนี้เป็นวันพระพอดีเธอจึงเอ่ยชวนให้หลานสะใภ้ไปทำบุญด้วยกัน 

"โอ๊ยยยย คุณแม่ขาวัดคงไม่เหมาะกับผู้หญิงอย่างนี้หรอกค่ะ"คุณหญิงมินตรามารดาของก้องภพเอ่ยออกมาทันทีเมื่อได้ยินแม่สามีพูดชวนม่านไหมไปวัด 

"นั่นสิครับคุณแม่ คุณแม่เลิกทำดีกับผู้หญิงคนนี้สักทีที่บ้านเราอับอายแบบนี้ไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนี้เหรอครับ?"กิตติชัยบิดาของชายหนุ่มพูดเสริม 

"และอีกอย่างนะครับผมเคยบอกแล้วว่าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาร่วมโต๊ะด้วย ทำไมยังยอมให้หล่อนมารับประทานอาหารร่วมกับเราด้วย"

"นี่ตากิตแม่มินตรา แม่ขอนะพอสักทีจะเกลียดชังหนูม่านไปถึงไหนกัน?"

"ผมคงให้แม่ไม่ได้ คุณแม่ลืมแล้วเหรอครับว่าเธอวางแผนเข้าหาหลานคุณแม่ ทำให้พิพัฒน์กุลเสื่อมเสียชื่อเสียง ดีที่เอาเงินปิดข่าวไว้ได้ไม่งั้นคนทั้งบ้านทั้งเมืองคงรู้เรื่องต่ำช้าที่แม่นี่ทำไว้จนหมด รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"ม่านไหมบีบมือเข้าหากันแน่นเมื่อได้ยินคำพูดของพ่อแม่สามีของเธอ ก้องภพเหลือบตามองหญิงสาวข้างกายที่ก้มหน้าลงไม่พูดไม่จาอะไรออกมาสักคำ เขาร้องหึในลำคอเพราะรู้ดีว่าตอนนี้ม่านไหมเสียใจแค่ไหน 

"ไม่คิดบ้างเหรอว่าลูกชายเรานั่นแหละที่ไปทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง แม่ไม่อยากได้ยินเรื่องนี้อีก หนูม่านเป็นสะใภ้เราเป็นแม่ของหลานเรานะ"

"หึ! แต่สำหรับผมม่านไหมก็แค่ผู้หญิงที่ไร้ค่าผมจะขอพูดอีกครั้งนะครับการที่ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ก็เพราะคำสั่งของคุณย่า แต่ต่อไปอย่ามาบังคับผมอีกแค่ให้เธออยู่ที่นี่ก็เกินพอแล้ว!"ก้องภพพูดขึ้น มันยิ่งทำให้หญิงสาวที่ได้ยินคำพูดต่างๆ นานา ของชายหนุ่มถึงกับอดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ 

"ถ้าการที่ม่านอยู่ที่นี่มันทำให้ทุกคนลำบากใจ ม่านกับลูกยอมไปก็ได้นะคะ"

"หนูม่านพูดอะไรออกมาฮะ?"หญิงชราเผยสีหน้าตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ หลานสะใภ้ก็บอกออกมาแบบนี้ 

"หึ! เพิ่งมาคิดได้อะไรตอนนี้ล่ะแม่ม่านไหม?"คุณหญิงมินตราพูดเหน็บแนมออกมา พออย่างนี้มาพูดจาเหมือนน่าสงสารแน่จริงทำไมไม่ไปตั้งแต่สองปีก่อน 

"ม่านคิดดีแล้วค่ะคุณย่า อันที่จริงสองปีมานี้ม่านพยายามจนเหนื่อยแล้ว ม่านไม่อยากพยายามต่อไปอีกแล้วอยู่ไปเขาก็ไม่เห็นค่า ไม่รู้จะอยู่อีกทำไม"ชายหนุ่มพอได้ยินว่าอีกฝ่ายจะไปไม่รู้ทำไมความรู้สึกเขาถึงสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มวางช้อนลงจนเกิดเสียงกระทบดังขึ้น พร้อมตวัดสายตามามองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ 

"หึ! เพิ่งคิดได้หรือว่ามีเหตุผลอะไรอื่นซ่อนอยู่ล่ะม่านไหม?"คนตัวเล็กไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มหมายความว่าอะไร ใบหน้าสวยในยามนี้จึงขมวดคิ้วเข้าหากันทันที 

"คุณก้องพูดถึงอะไรคะ ม่านไม่เข้าใจ"

"เลิกสักทีเถอะไอ้หน้าตาใสซื่อแบบนี้ ฉันรู้จนหมดไส้หมดพุงแล้วว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นผู้หญิงประเภทไหน คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอยังติดต่อไอ้หน้าจืดนั่นอยู่?"

"ม่านกับพี่วินไม่ได้เป็นอย่างที่คุณก้องคิด"

"หึ! ฉันไม่สนใจว่าเธอกับมันจะเป็นอะไรกัน แต่ถ้าอยากไปเธอไปได้แค่คนเดียว ลูกต้องอยู่กับฉัน!"

"หึ! ฉันไม่สนใจว่าเธอกับมันจะเป็นอะไรกัน แต่ถ้าอยากไปเธอไปได้แค่คนเดียว ลูกต้องอยู่กับฉัน!"สิ้นเสียงพูดของก้องภพ ม่านไหมก็เผยสีหน้าไม่พอใจออกมาทันที เขาไม่เคยเลี้ยงดูลูกเลยสักครั้งพอมาวันนี้กลับบอกว่าจะเอาลูกไว้ เห็นแก่ตัวที่สุด 

"พอกันได้แล้ว ยังไงย่าก็ไม่ยอมให้หย่ากันเด็ดขาด โตๆ กันสักทีเถอะสงสารเด็กตาดำๆ ที่เพิ่งเกิดมาบ้าง"ม่านไหมเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มก่อนจะเอ่ยปากขอตัวไปดูลูก เพียงสักวินาทีเดียวเธอก็ไม่อาจทนอยู่ตรงนั้นได้อีก คำพูดของก้องภพเห็นแก่ได้ไม่เคยเปลี่ยนไม่รู้ว่าตอนนั้นเธอไปหลงรักผู้ชายคนนี้ได้อย่างไรกัน ยิ่งนับวันความรักที่เธอมีให้เขาก็ยิ่งน้อยลงไปทุกที 

"คุณม่านทานเสร็จแล้วเหรอคะ?"เสียงแม่บ้านที่มาดูน้องธารให้เอ่ยถามอย่างแปลกใจที่หญิงสาวรับประทานอาหารเร็วผิดปกติ

"พอดีม่านไม่ค่อยหิว ขอบคุณที่ช่วยดูน้องธารนะคะ"

"ยินดีค่ะ งั้นแป้งขอตัวก่อนนะคะ"เธอพยักหน้าให้กับแม่บ้านก่อนจะหันหน้ามามองลูกน้อยด้วยความรู้สึกต่างๆ นานา

ถึงแม้บ้านเธอจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็พอเลี้ยงดูชีวิตของเด็กคนนี้ได้ ในความคิดที่อยากหย่ากับชายหนุ่มนั้นเธอคิดดีแล้ว อยู่กันไปก็มีแต่แย่ลง ยิ่งนับวันก้องภพก็ยิ่งใจร้ายใจดำกับเธอและลูก หึจะเอาลูกไว้งั้นเหรอแค่คิดก็ตลกแล้วคนอย่างเขาเลี้ยงใครเป็นกัน แค่ความรักที่มีต่อลูกยังให้ไม่ได้เลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป