บทที่ 1 มีความสุขใต้ตัวฉัน

“ไม่... อย่า... อื้อ...”

ในห้องน้ำที่หรูหรา

พิมพ์วดีคุกเข่าอยู่ในอ่างอาบน้ำในสภาพเปลือยเปล่า ศีรษะของเธอถูกควบคุมโดยมือใหญ่ของชายคนหนึ่ง เขากดศีรษะเธอลงไปยังหว่างขาของเขาเป็นจังหวะ

แก่นกายขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นคาวดันเข้ามาจนโพรงปากของเธอเจ็บระบม เธอผลักไสเขาตามสัญชาตญาณ แต่การกระทำของชายคนนั้นกลับรุนแรงยิ่งขึ้น

“ไม่อะไร? เธอก็รู้ว่าชลลดากลัวที่แคบ แต่ก็ยังหลอกให้เธอเข้าไปติดอยู่ในลิฟต์ ไม่ใช่ว่าอยากจะมาแทนที่เธอ อยากจะครางอย่างมีความสุขอยู่ใต้ร่างฉันหรอกเหรอ? ตอนนี้ฉันสนองให้เธอแล้ว ยังไม่พอใจอะไรอีก?”

“แค่ก... แค่ก ๆ ...”

หลังจากนั้นไม่นาน ของเหลวร้อนระอุก็ถูกฉีดพ่นเข้าไปในลำคอ พิมพ์วดีทนต่อไปไม่ไหว ร่างกายจึงเอนล้มไปด้านข้าง ของเหลวที่ถูกฉีดเข้าไปก่อนหน้านี้ไหลล้นออกมาจากมุมปากของเธออย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มมองดูสภาพของเธอ ความปรารถนาในแววตาของเขายิ่งเข้มข้นขึ้น

มือเขาข้างหนึ่งบีบคางของเธอไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งลูบไล้จากมุมปากของเธอลงมา

“ปากบนกินอิ่มแล้วสินะ? ต่อไป... ก็ปากล่างสินะ?”

นิ้วของชายหนุ่มเลื่อนลงมาถึงหน้าท้องของเธออย่างรวดเร็ว และทำท่าจะเลื่อนต่ำลงไปอีก

“ธนกร” พิมพ์วดีเอื้อมสองมือเล็ก ๆ นั้นหยุดมือของเขาไว้ น้ำตาไหลรินลงมาอย่างควบคุมไม่ได้

ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคือ... สามีของเธอเอง

สามีที่เธอแต่งงานด้วยมาห้าปี แต่ไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้งนี้ เขาใช้วิธีที่น่าอัปยศเช่นนี้มาทำร้ายจิตใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพื่อผู้หญิงคนอื่น

“ไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่ฉันที่ขังเธอไว้ในลิฟต์ ตอนที่ฉันไปถึงเธอก็อยู่ในลิฟต์แล้ว ฉัน...” พิมพ์วดีพยายามจะอธิบาย

“ไม่ใช่เธอ?” มือของธนกรที่เลื่อนมาถึงหน้าท้องของเธอเปลี่ยนมาบีบคอเธอทันที

“ตอนนั้นทั้งบ้านมีแค่เธอกับชลลดา ไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร? อย่าบอกนะว่าเป็นชลลดาที่อยากจะใส่ร้ายเธอ เลยเดินเข้าไปในลิฟต์เอง ตัดไฟเอง แล้วขังตัวเองไว้ข้างใน ชลลดาไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อจัดการกับคนที่ไม่สำคัญหรอก”

คนที่ไม่สำคัญ...

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับธนกร เพราะความเย็นชาและไร้หัวใจของเขา ทำให้หัวใจของพิมพ์วดีถูกทำร้ายมานับครั้งไม่ถ้วนจนเธอไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว

เธอคิดว่าการถูกเมินเฉยและหยามเหยียดอย่างที่ผ่านมา คือความเจ็บปวดถึงที่สุดแล้ว

แต่เธอก็ไม่คิดว่าธนกรจะทำให้เธอเจ็บปวดได้มากกว่านี้อีก

น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้

ธนกร...

ผู้ชายที่เธอรักมาสิบปี แต่งงานด้วยมาห้าปี

เขาบอกว่า เมียน้อยที่พยายามจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างชีวิตคู่ของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องมาจัดการกับภรรยาตัวจริงที่ “ไม่สำคัญ” อย่างเธอ

ไม่สำคัญจริง ๆ เหรอ?

ถ้าไม่สำคัญจริง ๆ ตอนที่เขาช่วยและอุ้มชลลดาไว้ในอ้อมแขน ชลลดาจะ 'เผลอ' เตะคน 'ไม่สำคัญ' อย่างเธอเข้าไปในลิฟต์ที่ยังพังอยู่ทำไม?

พิมพ์วดีเป็นโรคกลัวที่แคบ...

เขารู้บ้างไหมว่าเธอก็เป็นโรคกลัวที่แคบเหมือนกัน?

หกปีก่อน เธอ ธนกร และชลลดา สามคนประสบเหตุแผ่นดินไหวที่ต่างจังหวัด

ตอนนั้นเธอบังเอิญอยู่กับธนกรในห้องเดียวกัน

ตอนที่ตึกถล่มลงมา เธอติดอยู่ที่มุมกำแพง ส่วนธนกรก็สลบไปเพราะศีรษะโดนกระแทก

เธอที่เห็นธนกรบาดเจ็บ จึงใช้ปลายนิ้วทั้งสิบขุดไม่หยุดจนเลือดอาบเพื่อหาทางรอด ในที่สุดเธอก็ขุดหาทางออกเจอ และส่งธนกรออกไปได้

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะคลานออกมา ก็เกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้น เธอถูกฝังอยู่ข้างในอีกครั้ง

กว่าจะมีคนมาช่วยเธอออกมาก็ผ่านไปสองวันแล้ว

ตลอดสองวันนั้น เธออยู่คนเดียวในความมืดมิดใต้ดิน ไม่มีเวลา ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีน้ำและอาหาร เธอแทบจะบ้าตายอยู่ในรูนั้น

โชคดีที่มีคนมาช่วยเธอไว้ก่อนที่เธอจะเสียสติไป แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา เธอก็ไม่สามารถอยู่ในที่แคบ ๆ ได้อีกเลย

หลังจากออกมา สิ่งแรกที่เธอทำคือไปตามหาธนกร แต่ธนกรกลับหลบหน้าและไม่ยอมพบเธอ

เธอไม่เข้าใจว่าทำไม ทั้ง ๆ ที่เธอช่วยชีวิตเขาไว้

เธออยากจะรู้ความจริงให้ได้ แต่ธนกรไม่เคยให้โอกาสเธอเลย

ไม่นานนัก ธนกรก็มาขอเธอแต่งงาน

ไม่มีใครรู้ว่าตอนนั้นเธอมีความสุขมากแค่ไหน

แต่หลังจากแต่งงานแล้วเธอถึงได้รู้ว่า ธนกรถูกคุณย่าอัญชสาบังคับให้แต่งงานกับเธอ คนที่เขาอยากแต่งงานด้วยจริง ๆ คือชลลดา

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผู้ชายที่เคยบอกพ่อแม่ตอนประถมว่าอยากแต่งงานกับเธอ กลับไปชอบชลลดา เพื่อนสนิทของเธอ

กริ๊ง—

เสียงเรียกเข้าพิเศษดังขึ้น

ธนกรที่เมื่อวินาทีก่อนยังทำหน้าบึ้งตึงเหมือนจะบีบคอเธอให้ตาย กลับเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนโยนขึ้นในทันที

“ชลลดา คุณตื่นแล้วเหรอ? ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้... สิบนาที... สิบนาทีผมถึงแน่นอน”

หลังจากวางสาย ธนกรก็ผลักพิมพ์วดีลงไปในอ่างอาบน้ำอย่างไม่ไยดี ไม่แม้แต่จะมองเธอสักนิด เขาสวมกางเกงเตรียมจะออกไปข้างนอก

เมื่อนึกถึงท่าทีอ่อนโยนของเขาเมื่อครู่ พิมพ์วดีก็นึกถึงธนกรคนเดิมที่เคยอ่อนโยนกับเธอก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว

เธอรู้ว่าตัวเองคงจะเพ้อฝันไป แต่เธอก็ยังอยากจะลองพยายามดูอีกสักครั้ง เผื่อว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจกลับมาก็ได้

“ธนกร ฉันก็เป็นโรคกลัวที่แคบเหมือนกัน ฉันกลัวมาก คุณอยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนได้ไหม?”

“เธอเนี่ยนะ?” ธนกรหันกลับมามองเธอพร้อมกับหัวเราะเยาะ “เดี๋ยวนี้โรคจิตมันฮิตขนาดนี้เลยเหรอ? หรือเธอคิดว่าถ้าเลียนแบบชลลดาแล้วจะทำให้ฉันใจอ่อนกับเธอเหรอ? ฝันไปเถอะพิมพ์วดี ชาตินี้ฉันไม่มีวันรักเธอ ไม่มีวันเด็ดขาด!”

ไม่มีวันเด็ดขาด...

เธอนั่งหมดแรงอยู่ในอ่างอาบน้ำ ร่างกายยังคงสั่นเทา

“ธนกร ตลอดเวลายี่สิบกว่าปีที่เรารู้จักกันมา คุณไม่เคยรักฉันเลยจริง ๆ เหรอ? แม้แต่นิดเดียวก็ไม่มีเลยเหรอ?”

“ไม่มี”

“แล้วตอนเด็ก ๆ ที่คุณบอกว่าจะแต่งงานกับฉัน”

“คำพูดตอนเด็กจะเอามาเป็นจริงเป็นจังได้ยังไง? อีกอย่าง ผู้ชายคนไหนจะปฏิเสธผู้หญิงที่วิ่งเข้าหาตัวเองล่ะ?”

น้ำตาของพิมพ์วดีไหลพรากลงมาทันที

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เองเหรอ? เธอคิดว่าเขารักเธอจริง ๆ อยากจะอยู่กับเธอไปตลอดชีวิต ที่แท้ก็เป็นเพียงการเล่นสนุกกับผู้หญิงที่คอยเอาใจใส่เขาเท่านั้นเองเหรอ?

พิมพ์วดีกัดริมฝีปากแน่น ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้ม

“ธนกร เราหย่ากันเถอะ ฉันไม่อยากเป็นผู้หญิงที่วิ่งเข้าหาคุณอีกแล้ว”

ตอนที่รัก เธอก็รักโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น

เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องรักอีกต่อไป เธอก็จะถอยออกมาอย่างเด็ดขาดเช่นกัน

ลมหายใจของธนกรชะงักไปชั่วขณะ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังฉีกกระชากหัวใจของเขา

เธออยากจะไปจากเขา?

จะเป็นไปได้ยังไง

เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดกว่าจะได้แต่งงานกับเขา เพื่อให้เขาหันมาสนใจ เธอยอมลดตัวลงต่อหน้าครอบครัวตัวเอง แม้กระทั่งกับคนใช้ในบ้านก็ยังทำดีด้วย คอยให้ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เสมอ กลัวว่าทำอะไรไม่ดีแล้วจะทำให้เขาโกรธ

เธอไม่มีทางยอมทิ้งเขาไปหรอก

ที่พูดแบบนี้ก็เป็นแค่การใช้ไม้อ่อนเพื่อดึงความสนใจจากเขาเท่านั้น

เหอะ! ช่างเจ้าเล่ห์จริง ๆ

เขาไม่มีทางให้เธอสมหวังหรอก

“ก็ดีเหมือนกัน หวังว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูดนะ”

พูดจบ ธนกรก็ก้าวขายาว ๆ ออกไป แล้วปิดประตูห้องน้ำเสียงดัง 'ปัง!'

น้ำตาของพิมพ์วดีไหลรินลงมาเป็นครั้งที่สามอย่างควบคุมไม่ได้

เธอเพิ่งจะบอกเขาไปว่าเธอเป็นโรคกลัวที่แคบ แต่เขากลับปิดประตูห้องน้ำใส่เธอทันที

เขาไม่สนใจเธอจริง ๆ และก็คงอยากให้เธอไปตายจริง ๆ

พิมพ์วดีขดตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ ก่อนที่ตัวเองจะคลุ้มคลั่งไปมากกว่านี้ เธอจึงประคองสติกดโทรออกไปหาใครคนหนึ่ง “แม่คะ หนูอยากกลับบ้านแล้ว แม่ยังต้องการหนูอยู่ไหมคะ?”

บทถัดไป