บทที่ 11 ฉันจัดการเอง

จูบแรกของชลลดากับธนกรที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน

เธอหันกลับไปอย่างตื่นตระหนก และพบว่าคุณภาวิตล้มลงกับพื้นจริงๆ สีหน้าของเขาดูแย่กว่าเดิมเสียอีก

“คุณภาวิต เป็นอะไรไปคะ? คุณ...เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกับคุณภาวิตอีกคะ? มีใครทำให้เขาโกรธเหรอคะ?” ชลลดาถาม

“ไม่มีครับ เมื่อกี้คุณภาวิตก็ยืนอยู่ตรงนี้ดีๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย”

แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?

หัวใจของชลลดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม

เมื่อครู่นี้เธอแค่บังเอิญแก้ปัญหาของคุณภาวิตได้ แต่ตอนนี้...

เธอไม่รู้เลยว่าคุณภาวิตเป็นอะไรไปอีกแล้ว

“คุณชลลดา คุณภาวิตเป็นอะไรไปคะ? ทำไมถึงเป็นลมไปอีกล่ะ?”

“คุณชลลดา รีบดูอาการคุณภาวิตเร็วเข้าค่ะ”

“เมื่อกี้คุณชลลดาเก่งมากๆ ตอนนี้ก็ต้องช่วยคุณภาวิตให้ฟื้นขึ้นมาได้แน่ๆ”

“คุณชลลดา...”

เสียงเร่งเร้าดังขึ้นไม่หยุด ทำให้ชลลดาจำใจต้องย่อตัวลงไปดูอาการของคุณภาวิตอีกครั้ง

เธอพยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เธอเป็นหมอ เธอต้องแก้ปัญหาของคุณภาวิตได้แน่นอน

เมื่อกี้เธอก็ทำสำเร็จมาแล้ว ตอนนี้เธอก็ต้องทำสำเร็จเช่นกัน

แต่เธอประหม่าเกินไป และกลัวเกินไปว่าจะสูญเสียทุกอย่างที่เพิ่งได้มาไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายและนิ้วมือของเธอสั่นเทาไปหมด จนไม่สามารถตรวจได้ว่าคุณภาวิตเป็นอะไรกันแน่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรักษาเลย

“รถพยาบาลมาถึงหรือยัง? แล้วหมอของโรงแรมล่ะ กลับมาหรือยัง?”

ผู้จัดงานเลี้ยงถามขึ้น

“ยังเลยครับ หมอของโรงแรมยังไม่กลับมา แล้วตอนนี้เป็นช่วงโรงเรียนเลิกพอดี รถพยาบาลเจอรถติด บอกว่าอย่างน้อยต้องใช้เวลาอีกยี่สิบนาทีกว่าจะมาถึง”

ข่าวนี้ทำให้บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอีกครั้ง

บางคนที่อยู่ใกล้ๆ ยังคงเร่งเร้าชลลดาต่อไป “คุณชลลดา รีบช่วยคนสิคะ มืออย่าสั่นสิ”

“ใช่ค่ะคุณชลลดา คุณเป็นหมอนะ มือจะสั่นได้ยังไง รีบช่วยคนเร็วเข้า”

“เร็วหน่อยสิคะคุณชลลดา ถ้าคุณไม่รีบช่วย คุณภาวิตอาจจะตายได้นะ”

“ชลลดา เธอเป็นอะไรไป?” ธนกรเดินเข้ามาแล้วก้มลงถามเสียงเบา

ชลลดาเงยหน้าขึ้นมองธนกรพร้อมสีหน้าหวาดกลัว

เธอ...

เธอไม่ได้ไม่อยากช่วยคน

แต่เธอทำไม่เป็นจริงๆ

ตอนเรียน ผลการเรียนของเธอไม่ค่อยดีเท่าไหร่

พอไปทำงานที่โรงพยาบาลก็ทำได้ไม่ดีนัก แต่เธอมีธนกรเป็นที่พึ่งพิง พวกศาสตราจารย์ถึงยอมให้เธอเข้าห้องผ่าตัดด้วย

ในขณะที่คุณภาวิตกำลังจะสิ้นใจต่อหน้าทุกคน เสียงหญิงสาวอันทรงอำนาจก็ดังก้องกังวานขึ้นในห้องจัดเลี้ยง “พวกคุณถอยไป ฉันจัดการเอง!”

ชลลดาและธนกรหันไปมองพร้อมกัน และพบว่าคนที่พูดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพิมพ์วดีนั่นเอง

คนอื่นๆ ในห้องจัดเลี้ยงก็เริ่มซุบซิบกัน

“คุณหนูตระกูลใจบุญคนนี้เป็นอะไรไป? ขนาดคุณชลดายังหมดปัญญา แล้วเธอจะมีปัญญาอะไร?”

“เธอคงไม่คิดว่าเมื่อกี้ทุกคนชมคุณชลลดา แล้วตอนนี้เธอออกมา ทุกคนก็จะชมเธอบ้างหรอกนะ?”

“ทำไมฉันรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ยังคิดจะแย่งคุณธนกรไปจากคุณชลลดาอยู่นะ?”

ด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินในตอนนี้ พิมพ์วดีไม่มีเวลาไปสนใจคำนินทาของคนเหล่านั้น ยิ่งไม่มีเวลาอธิบายอะไรกับชลลดาและธนกร

เธอยื่นมือไปคว้าแขนชลลดาแล้วผลักไปด้านข้าง ส่วนธนกร เธอกลัวว่าจะมีแรงไม่พอผลักเขาออกไป จึงใช้ร่างกายกระแทกเขาโดยตรง

“เห็นไหมล่ะ ฉันว่าแล้ว ผู้หญิงคนนี้ตั้งใจจะยั่วคุณธนกร ดูสิ ถึงกับเข้าไปเบียดตัวคุณธนกรเลย”

“ผู้หญิงคนนี้ทำไมไร้ยางอายขนาดนี้ กล้ายั่วคุณธนกรต่อหน้าผู้คนตั้งมากมาย ทั้งที่คุณธนกรกำลังจะแต่งงานกับคุณชลลดาอยู่แล้ว เธอคิดว่าทำแบบนี้แล้วคุณธนกรจะชอบเธอเหรอ? คุณธนกรไม่ใช่คนง่ายๆ ขนาดนั้น”

หลังจากชลลดายืนทรงตัวได้ ก็รีบเดินไปข้างๆ ธนกร “ธนกร คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”

ธนกรส่ายหน้า มองพิมพ์วดีด้วยใบหน้าเย็นชา

ชลลดาก็มองตามสายตาของธนกรไป

ในตอนนี้ พิมพ์วดีกำลังก้มตัวลงจับชายกระโปรงทรงหางปลาของเธอ แล้วฉีกมันออกเสียงดัง “แคว่ก!” จนเกิดเป็นรอยขาดขนาดใหญ่ เผยให้เห็นเรียวขาขาวตรงสวย

“เมื่อกี้ฉันพูดว่าอะไรนะ ผู้หญิงคนนี้กำลังยั่วคุณธนกรอยู่ ดูสิ เมื่อกี้ก็เข้าไปเบียดตัวคุณธนกร ตอนนี้ก็เริ่มฉีกเสื้อผ้าตัวเองแล้ว”

“คุณพิมพ์ อย่าเล่นเลยค่ะ”

“เมื่อกี้คุณชลลดาใช้วิธีเป่าปากแล้ว ทำไมคุณพิมพ์ถึงคิดว่ามันง่ายเกินไปเหรอคะ ถึงกับฉีกกระโปรงตัวเองแล้วจะช่วยคนได้?”

“คุณพิมพ์ คุณสุวีร์รู้ไหมว่าคุณมาทำตัวน่าอับอายขายหน้าเขาแบบนี้ข้างนอก?”

ทุกคนเริ่มตำหนิพิมพ์วดี

ชลลดารู้ว่าพิมพ์วดีฉีกกระโปรงเพื่อให้สะดวกต่อการย่อตัวลงไปช่วยคน แต่เธอไม่อยากให้พิมพ์วดีไปช่วยคน

ถ้าตอนนี้พิมพ์วดีช่วยคุณภาวิตได้ มันก็เท่ากับว่าพิมพ์วดีเก่งกว่าเธอ แล้วทุกคนจะมองเธอยังไง?

ชลลดายื่นมือไปดึงพิมพ์วดี

“พิมพ์ เมื่อกี้ฉันดูแล้ว ตอนนี้อาการของคุณภาวิตอยู่ในภาวะวิกฤติจริงๆ พวกเราก็ไม่มีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยอะไรไม่ได้หรอก”

เธออธิบายเหตุผลที่ตัวเองไม่ช่วยคนเล็กน้อย

“เรารอรถพยาบาลมาดีกว่าค่ะ บนรถพยาบาลมีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยมากมาย ต้องช่วยคุณภาวิตกลับมาได้แน่นอน ตอนนี้เราอย่าไปสร้างความวุ่นวายเลยดีกว่า เกิดคุณภาวิตเป็นอะไรไปเพราะการกระทำของคุณจนช่วยกลับมาไม่ได้...”

ประโยคสุดท้าย เธอกลับโยนความผิดที่อาจช่วยคุณภาวิตไม่ได้ไปให้พิมพ์วดี

พูดแบบนี้ ถ้าคุณภาวิตตายขึ้นมาจริงๆ ก็เท่ากับว่าพิมพ์วดีเป็นคนฆ่า

เมื่อครู่นี้เธอยังกังวลว่าคุณภาวิตจะตายด้วยน้ำมือเธอ แต่ตอนนี้ เธอกลับหวังให้คุณภาวิตตาย

แค่คุณภาวิตตาย ก็เท่ากับว่าพิมพ์วดีเป็นคนฆ่า

และตระกูลจรรยชาติ ก็ไม่มีทางยอมรับผู้หญิงที่เคยฆ่าคนเข้าไปในตระกูลเด็ดขาด

“หุบปากไปเลย!”

พิมพ์วดีสะบัดชลลดาออกอย่างแรง

ชลลดาเซไปเล็กน้อย เกือบจะล้มลงกับพื้น

ธนกรรีบเข้าไปประคองเธอไว้ แล้วถามด้วยใบหน้าเย็นชา “พิมพ์วดี เธอทำอะไร? ชลลดาหวังดีกับเธอนะ เธออย่า...”

พิมพ์วดีหัวเราะเยาะ แล้วพูดตัดบทเขา “พวกแกสองคน ไอ้ผู้ชายเลวกับนังผู้หญิงแพศยา อยู่ให้ห่างฉันดีกว่า อย่ามาขวางทางฉันช่วยคน”

“พิมพ์วดี!” สีหน้าของธนกรดูแย่กว่าเดิม “นี่ฉันเห็นแก่ความเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานเลยหวังดีเตือนเธอนะ อย่าหาเรื่องเด่นดังจนกลายเป็นฆาตกรซะล่ะ”

“ธนกร นายคิดว่าฉันเป็นเหมือนชลลดาเหรอ ที่เป็นพวกไร้ประโยชน์ต้องพึ่งพาคนอื่นถึงจะผ่าตัดสำเร็จได้?”

พิมพ์วดีพูดไปพลาง คุกเข่าลงทำซีพีอาร์ไปพลาง พร้อมกับเหลือบตามองธนกร “ธนกร ดูเหมือนว่านายจะเป็นคนตาบอดจริงๆ ไม่เคยรู้เลยว่าชลลดาเป็นคนยังไง และก็ไม่เคยรู้เลยว่าฉันเป็นคนยังไง ฉันเสียใจจริงๆ ที่เคยไปชอบคนอย่างนาย”

ฉันเสียใจจริงๆ ที่เคยไปชอบคนอย่างนาย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พิมพ์วดีพูดกับเขาว่าเสียใจที่เคยชอบเขา

แต่เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่แค่เจ็บปวดใจ ครั้งนี้ เขากลับเริ่มใจหาย

เหมือนกับว่ามีบางสิ่งที่สำคัญมากๆ กำลังจะหลุดลอยไปจากข้างกายเขา

พิมพ์วดีไม่สนใจธนกรอีก ตั้งใจทำซีพีอาร์ต่อไป

หลังจากทำซีพีอาร์ไปสองรอบ คุณภาวิตก็ยังไม่ฟื้น พิมพ์วดีจึงเริ่มปลดกระดุมเสื้อของคุณภาวิต เริ่มจากคอเสื้อ ปลดลงมาทีละเม็ด

“ทำไมมาปลดกระดุมเสื้อคุณภาวิตอีกล่ะ?”

“ผู้หญิงคนนี้ช่วยคนยังไงกันเนี่ย ไม่ฉีกกระโปรงตัวเองก็มาปลดเสื้อคุณภาวิต เธอคงไม่คิดว่าเสื้อผ้าทำให้คุณภาวิตเป็นแบบนี้ แล้วถ้าคุณภาวิตไม่ใส่เสื้อก็จะฟื้นขึ้นมาหรอกนะ?”

“คุณพิมพ์ คุณช่วยคนเป็นจริงๆ หรือเปล่า? อย่าทำให้คุณภาวิตตายนะ”

พิมพ์วดีไม่สนใจคนอื่น หลังจากปลดกระดุมเสื้อคุณภาวิตแล้ว เธอก็กำหมัดแน่น แล้วทุบลงไปที่กลางอกของคุณภาวิตอย่างแรง

“ปึ้ก!”

“ปึ้ก!”

“ปึ้ก!”

หนึ่งหมัด หนึ่งหมัด และอีกหนึ่งหมัด

คนรอบข้างต่างมองอย่างตกตะลึง "คุณพิมพ์นี่เห็นว่าคุณภาวิตยังตายไม่สนิท เลยจะทุบให้ตายสนิทเลยหรือไง?"

ส่วนชลลดากัดริมฝีปากแน่น เพราะพิมพ์วดีกำลังทุบบริเวณหน้าอกของคุณภาวิต

เธอไม่รู้หรือไงว่าวงการแพทย์มองว่าวิธีการนี้ให้ผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน และอาจจะทำให้เสียเวลาในการทำซีพีอาร์ จนถูกตัดออกจากขั้นตอนการช่วยฟื้นคืนชีพไปแล้ว?

เธอมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าการทุบของเธอจะช่วยกระตุกหัวใจห้องล่างของคุณภาวิตได้?

เธอไม่กลัวเลยเหรอว่าถ้ามันไม่ได้ผลจริงๆ จะส่งผลต่อการช่วยชีวิตคุณภาวิต แล้วถ้าคุณภาวิตตายด้วยน้ำมือเธอ มันจะกระทบชื่อเสียงของเธอ?

ชลลดาขมวดคิ้วขณะมองการกระทำของพิมพ์วดี

แต่ไม่นาน คิ้วของเธอก็คลายออก

ในวินาทีนี้ เธออยากให้คุณภาวิตตายเหลือเกิน

แค่คุณภาวิตตาย ทุกคนก็จะคิดว่าคุณภาวิตถูกพิมพ์วดีทุบจนตายทีละหมัดๆ

ตระกูลประกอบสุขจะต้องหาเรื่องพิมพ์วดี ธนกรก็จะไม่มีวันสนใจพิมพ์วดีอีก แม้แต่คุณย่าอัญชสาที่รักพิมพ์วดีมาตลอด ครั้งนี้ก็คงไม่เข้าข้างพิมพ์วดีอีกต่อไป

เพราะยังไงซะ พิมพ์วดีก็เป็นคนฆ่าคน

ตายซะ

ตายซะ

คุณภาวิต ไปตายซะ

ชลลดาภาวนาในใจ

ผ่านไปครู่ใหญ่ เปลือกตาของคุณภาวิตก็ขยับเล็กน้อย

“คุณภาวิตรอดแล้วเหรอ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป