บทที่ 8: งานเลี้ยงดูตัวพบธนกร

พิมพ์วดีกุมหน้าอกวิ่งหนีออกจากห้องนั้นอย่างตื่นตระหนก

เดิมทีเธอตั้งใจจะไปหาลลิตา แต่สายเดี่ยวรัดรูปของเธอกลับถูกธนกรไอ้สารเลวนั่นกระชากจนขาด จนเผยให้เห็นทรวงอกขนาดใหญ่ที่ล้นทะลักออกมาจากเสื้อผ้า ไม่ว่าเธอจะพยายามดึงแค่ไหน เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งก็ไม่สามารถปกปิดได้อีกต่อไป

โชคดีที่นี่คือคลับกาแลคซี่ สถานที่ที่เหล่าตระกูลไฮโซมากมายชอบมารวมตัวกัน

เพื่อหลีกเลี่ยงกับสถานการณ์ที่น่าอับอาย หลายคนจึงมีห้องส่วนตัวอยู่ที่นี่ ภายในห้องมีเสื้อผ้าหลากหลายประเภทเตรียมไว้ให้

ตระกูลใจบุญก็มีห้องแบบนี้อยู่ที่นี่เช่นกัน

พิมพ์วดีพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะหลบเลี่ยงผู้คนที่เดินผ่านไปมา หลังจากผ่านสถานการณ์เสี่ยงที่จะถูกคนเห็นจนเกือบโป๊มาครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดเธอก็มาถึงห้องของเธอได้

พิมพ์วดีจัดการชำระล้างร่างกายจนสะอาดสะอ้านในห้องนั้น เปลี่ยนเป็นชุดที่สะอาด แล้วจึงเดินออกมา

ตอนที่เธอเดินออกจากลิฟต์ ก็พอดีกับที่เห็นลลิตากำลังเดินตามหาเธอด้วยความร้อนรน

“พิมพ์ เธอเป็นยังไงบ้าง ธนกรไม่ได้รังแกเธอใช่ไหม”

เธอเป็นยังไงบ้างน่ะเหรอ

ร่างกายของเธอรู้สึกไม่สบายอย่างมาก

ตอนที่ธนกรกำลังหยามเธอ เขาได้สอดนิ้วเข้ามาในช่องทางรักของเธอ แม้จะไม่ได้ทำให้เธอเสียความบริสุทธิ์ไป แต่สำหรับที่ที่ไม่เคยมีใครล่วงล้ำมาตลอดยี่สิบกว่าปี จู่ ๆ ก็มีนิ้วสอดเข้ามา ก็ยังทำให้เธอเจ็บปวดอย่างรุนแรง

“พิมพ์ ทำไมเธอถึงเปลี่ยนเสื้อผ้าหมดเลยล่ะ หรือว่าธนกรเขา...” ลลิตายิ่งเป็นกังวลมากขึ้น

“ฉันไม่เป็นไร” พิมพ์วดีขยี้ขอบตาที่แดงก่ำ ไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมา “ไอ้สารเลวธนกรนั่นก็ไม่ได้ทำอะไรมากนักหรอก ลิ้นของเขาเกือบจะโดนฉันกัดขาดแล้ว ไปกันเถอะ เราไปหาที่อื่นสนุกกันต่อดีกว่า คืนนี้พวกเราพี่น้องต้องเมา ไม่เมาไม่เลิก!”

พิมพ์วดีเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งตัว แถมยังบอกว่าเกือบจะกัดลิ้นของธนกรขาด...

ลลิตาไม่กล้าคิดเลยว่า ในช่วงเวลาที่พิมพ์วดีหายไปนั้น เกิดอะไรขึ้นระหว่างคนทั้งสอง

แต่ในเมื่อพิมพ์วดีไม่อยากพูด ลลิตาก็ไม่ถามต่อ

ถ้าอีกฝ่ายอยากดื่ม เธอก็จะดื่มเป็นเพื่อนให้เต็มที่

“ข่าวด่วนล่าสุดค่ะ: คุณธนกร ประธานบริษัทจรรยชาติ และคุณหนูชลลดาแห่งตระกูลดำริห์ ออกมาจากวิลล่าด้วยกันเมื่อเช้านี้ มีข่าวลือว่าทั้งสองจะเข้าพิธีวิวาห์ในเร็ว ๆ นี้”

พิมพ์วดีและลลิตาเพิ่งเดินออกจากคลับกาแลคซี่ ก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับธนกรจากจอขนาดใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน ก็เห็นภาพบนจอขนาดใหญ่ ธนกรกำลังโอบเอวบางของชลลดาอย่างเอาอกเอาใจ ส่วนชลลดาก็ซบอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“เหอะ ๆ”

พิมพ์วดีอดที่จะหัวเราะเยาะออกมาไม่ได้

เธอเพิ่งเซ็นใบหย่าไปเมื่อวาน วันนี้ธนกรก็รีบร้อนประกาศตัวคนรักใหม่ให้คนทั้งโลกได้รับรู้ซะแล้ว

จะประกาศก็ประกาศไปเถอะ ยังไงซะเธอก็ไม่ได้มองว่าเขาเป็นสามีของเธออีกต่อไปแล้ว แต่ทำไมเมื่อกี้นี้เขายังต้องมาฉีกเสื้อผ้าของเธอเพื่อจูบเธอ แถมยังสอดลิ้นเข้ามาอีก แค่เพื่อจะหยามเธอเท่านั้นงั้นเหรอ?

เขาไม่รู้สึกว่าการหยามแบบนี้น่าขยะแขยงเกินไปหน่อยเหรอ

หรือว่า เขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ใครจะเอาก็ได้ ดังนั้น ในฐานะอดีตสามี เขาจะรังแกเธอยังไงก็ได้งั้นเหรอ?

ตอนที่เธอเป็นภรรยาของเขา เขาไม่เคยสนใจเธอเลย

ตอนนี้เธอไม่ได้เป็นภรรยาของเขาแล้ว อยากจะไปตามหาความสุขของตัวเอง เขากลับมองเธอเป็นโสเภณี อยากจะเล่นก็เล่น ไม่อยากเล่นแล้วก็เขี่ยทิ้งไปง่าย ๆ

สิ่งที่ธนกรปฏิบัติต่อเธอนี่มันช่าง... โหดร้ายไม่เคยเปลี่ยนจริง ๆ!

พิมพ์วดีหลับยาวจนถึงบ่ายสามโมงกว่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

เธอส่ายหัวที่ปวดตุบ ๆ เพราะอาการเมาค้าง แล้วเดินลงไปชั้นล่างในชุดนอน

จารุณีถือบัตรเชิญเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม: “พิมพ์ เรื่องที่ลูกให้แม่จัดการ แม่จัดการเรียบร้อยแล้วนะ ลงมากินอะไรหน่อย เดี๋ยวจะได้เตรียมตัวไปร่วมงานเลี้ยงตอนค่ำ”

เรื่องที่ฉันให้แม่จัดการงั้นเหรอ?

แล้วยังมี... งานเลี้ยงอะไรนั่นอีก?

นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย?

พิมพ์วดีมองอย่างงุนงง

จารุณีจ้องมองเธอ: “พิมพ์ ลูกคงไม่ได้ลืมเรื่องที่เมื่อคืนร้องไห้คร่ำครวญให้แม่จัดงานดูตัวให้หรอกนะ”

พิมพ์วดี: “...”

เมื่อคืนนี้ เพราะเรื่องที่ธนกรกับชลลดาประกาศคบกัน เธอกับลลิตาเลยไปดื่มกันที่บาร์จนเช้า พอกลับมาถึงบ้าน เธอก็ร้องไห้ฟูมฟายบอกว่าจะไม่รักธนกรอีกต่อไปแล้ว เธอจะหาผู้ชายที่ดีกว่าธนกรแต่งงานด้วย เลยขอให้คุณแม่จารุณีช่วยจัดงานดูตัวให้

พิมพ์วดีเอามือลูบหน้าตัวเอง:

ถ้าไม่ใช่เพราะเมา เธอก็คงไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นี้แน่ ๆ

ตอนนี้เธอยังไม่อยากคบหากับผู้ชายคนไหน เธออยากที่จะมีความสุขกับตัวเองไปก่อน

“พิมพ์ ลูกคงไม่ได้เปลี่ยนใจแล้วใช่ไหม? หรือว่าในใจลูกยังตัดใจจากธนกรไม่ได้?” จารุณีจ้องตาเธอแล้วถาม

จารุณีไม่ได้กังวลว่าพิมพ์วดีจะเปลี่ยนใจ แต่เธอกังวลว่าพิมพ์วดีจะเปลี่ยนใจเพราะในใจยังมีธนกรอยู่

เธอไม่อยากเห็นลูกสาวสุดที่รักของเธอต้องถูกธนกรรังแกอีกต่อไป

“หนูไม่ได้เปลี่ยนใจซะหน่อย แล้วก็ไม่ได้ตัดใจจากธนกรไม่ได้ด้วย หนูไปค่ะ” พิมพ์วดีรีบพูดทันที

งานดูตัวที่จารุณีจัดให้พิมพ์วดี ไม่ใช่งานดูตัวแบบตัวต่อตัวตามความหมายทั่วไป แต่เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีผู้คนมารวมตัวกันมากมาย

ในงานเลี้ยง ถ้าพิมพ์วดีเห็นคนที่ถูกใจก็สามารถเข้าไปทักทายได้ ถ้าไม่มี ก็ถือซะว่าแค่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ธรรมดา ๆ ครั้งหนึ่ง แล้วค่อยไปเลือกจากที่อื่นเอาทีหลัง

เมื่อราตรีมาเยือน พิมพ์วดีสวมชุดเดรสหางปลาคอวีสีน้ำเงินเข้ม สวมรองเท้าส้นเข็มสูงสิบกว่าเซนติเมตร ปรากฏตัวขึ้นในงานเลี้ยง

ชุดราตรีที่เข้ารูปขับเน้นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเธอ คอวีที่เว้าลึกเผยให้เห็นกลีบดอกพลับพลึงสีแดงสด ยิ่งขับให้ผิวของเธอดูขาวผ่องยิ่งขึ้น

ยามที่เธอเดิน ท่วงท่าที่เยื้องย่างบวกกับสีแดงสดที่ร่องอก ทำให้ทั้งร่างของเธอดูราวกับสิ่งล่อตาล่อใจ งดงามยั่วยวน

ทันทีที่เธอปรากฏตัว ก็ดึงดูดสายตาของผู้ชายจำนวนนับไม่ถ้วนทันที

“นั่นใครน่ะ ทำไมเมื่อก่อนถึงไม่เคยเห็นเลย?”

“ผู้หญิงคนนี้ดูคุ้น ๆ อยู่นะ ฉันน่าจะเคยเห็นเธอที่ไหนสักแห่ง แต่นึกไม่ออกเลย”

“...พิมพ์วดี? คุณคือพิมพ์วดีใช่ไหม”

ชายผมบลอนด์ตาสีฟ้า สูงเกือบหนึ่งเมตรเก้าสิบ เดินเข้ามาหาพิมพ์วดี

พิมพ์วดีหันกลับไป เห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นแล้วพูดอย่างประหลาดใจ “เจฟ?”

เจฟเป็นเพื่อนที่เธอเจอตอนไปเล่นสกีที่ต่างประเทศเมื่อปีหนึ่ง

ตอนนั้นเจฟประสบอุบัติเหตุ หัวทิ่มลงไปในหลุมหิมะใต้ต้นไม้ ขยับตัวไม่ได้ เกือบจะตายอยู่ในนั้นไปแล้ว และเป็นพิมพ์วดีที่ไปเจอเขา ทั้งยังช่วยขุดเขาออกมาจากหลุมหิมะ

เธอถือเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของเจฟ

“พิมพ์วดี ไม่คิดว่าจะได้เจอเธอที่นี่ เธอนี่สวยขึ้นทุกวันเลยนะ ตอนแรกฉันแทบจำไม่ได้เลย”

เจฟพูดไปพลางก้มลงจูบหลังมือของพิมพ์วดี

พิมพ์วดีหัวเราะแล้วพูดคุยกับเจฟ

คนอื่น ๆ พอได้ยินคำว่า "พิมพ์วดี" ก็จำได้ทันทีว่าเธอคือใคร แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังยากที่จะเชื่อมโยงเธอกับ "พิมพ์วดี" ในความทรงจำ

คุณหนูตระกูลใจบุญคนก่อนเป็นคนเรียบร้อยมาก ตอนนี้กลับมาเดินสายเซ็กซี่แล้ว

“รูปร่างของคุณพิมพ์ดีจริง ๆ เลยนะ ในบรรดาผู้หญิงในงานนี้ ไม่มีใครเทียบเธอได้เลย”

“ฉันว่าคุณพิมพ์คนนี้น่าจะเตรียมหาคู่แต่งงานแล้วล่ะ ถึงได้ทำตัวโดดเด่นขนาดนี้”

ตอนที่ธนกรควงชลลดามาถึงงานเลี้ยง ก็ได้ยินประโยคนี้พอดี

คำว่า “คุณพิมพ์” กระตุ้นประสาทของธนกร เขารีบกวาดสายตามองหาไปทั่วห้องจัดเลี้ยง แล้วก็เห็นพิมพ์วดีที่แทบจะแนบชิดติดกับเจฟในทันที

จริง ๆ แล้วพิมพ์วดีกับเจฟรักษาระยะห่างทางสังคมตามปกติ ไม่ได้ใกล้ชิดกันมากนัก แต่จากมุมมองของธนกรแล้ว ทั้งสองคนแทบจะตัวติดกันอยู่แล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป