บทที่ 2 ตอน ยายผ้าป่านกับหมาตลาด/2
แพรพรรณมองรอบตัวก่อนจะเดินไปคว้าไม้ไผ่ที่ปักอยู่ข้างกระถางต้นไม้ เอามาหมายจะฟาดมัสลินก่อนพวก ปรัชญ์เข้ามาขวางไว้เลยเป็นคนถูกฟาดเสียเอง เขาแย่งไม้จากมือแพรพรรณมาโยนทิ้ง
“คุณนาย มันเป็นอุบัติเหตุ อย่ามาโทษกันมั่วๆ นะ เอะอะก็หาเรื่องตีมัส สักวันเถอะผมจะแจ้งตำรวจข้อหาทารุณกรรมเด็ก”
ปรัชญ์เอาตัวปกป้องมัสลินไว้ เขามองแพรพรรณด้วยสายตาเกลียดชัง แลเลยมาทางลินินด้วยสายตาไม่ต่างกัน
“คุณแม่คะ ป่านเจ็บค่ะ พาป่านไปหาหมอหน่อยค่ะ”
ลินินต้องยุติเรื่องไม่ให้ลุกลามมากกว่านี้ จำต้องเรียกร้องความสนใจจากมารดา นางแพรพรรณรีบพาลูกสาวไปหาหมอทันที
“ไปลูก แม่จะพาไปคลินิกหน้าปากซอย กลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะจัดการแกนังมัส ไอ้ปอนด์แกด้วยฉันจะไปเก็บค่ารักษาที่แม่แก หนูป่านเจ็บตัวเพราะฝีมือแก แม่แกต้องจ่ายค่ารักษาลูกฉัน”
พูดจบแพรพรรณก็จูงลูกสาวเดินออกไป ลินินหันกลับไปมองเห็นสายตาของปรัชญ์มองเธอด้วยแววตาวาวโรจน์ เธอหว่านเมล็ดความเกลียดใส่ใจเขาอีกแล้วใช่ไหม หลังจากไปให้หมอทำแผลให้ แพรพรรณทำตามที่พูดลากลูกสาวไปยังร้านขายขนมของเปรมใจเรียกร้องค่ารักษาจากแม่ของปรัชญ์
“ลูกของเธอ มันทำลูกสาวฉันเจ็บตัว เธอต้องชดใช้ค่าเสียหาย ถ้าลูกสาวฉันมีแผลเป็นเสียโฉม ฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้หนักกว่านี้” แพรพรรณเอามือเท้าเอวพูดจาข่มขู่เปรมใจ
ลินินทนดูไม่ไหวเดินหลบมานอกร้าน นั่นทำให้พบกับปรัชญ์ที่ยืนอยู่ เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ใบหน้าของเขาเครียดเคร่งดวงตาดุกร้าว
“ยายผ้าป่าน แม่เธอมันเหลือเกินจริงๆ”
เขากระชากแขนลินิน ไปยังตรอกเล็กๆ ข้างร้าน ก่อนจะผลักเธอติดกำแพง ลินินตกใจกลับท่าทางคุกคามนั้น
“นายเป็นบ้าอะไร ทำตัวเหมือนหมาบ้า” ลินินขึ้นเสียงใส่
“ฉันบ้าแน่ หึ แม่เธออยากได้ค่าเสียหายใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเธอก็เรียกค่าเสียหายอย่างอื่นเพิ่มด้วยละกัน”
พูดจบปรัชญ์ก็ดันรวบร่างลินินมากอดไว้ พร้อมกับประกบจูบเธอแบบไม่ทันตั้งตัว ลินินตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ปล่อยให้เขาขโมยจูบแรกไปอย่างไร้ทางต่อต้าน เด็กหนุ่มจูบปากเธอจนหนำใจก็ผลักเธอล้มลงกับพื้น ยิ้มเยาะเด็กสาว
“ยายผ้าป่าน ทำไมไม่ร้องเสียงดังๆ ล่ะ ร้องสิให้แม่เธอมาเรียกค่าเสียหายจากฉัน” เขาท้าทาย
“ไอ้... ไอ้บ้า!”
ลินินเอามือถูปากตัวเอง หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย ขยับลุกขึ้นชี้หน้าด่าเขาทันที
“ไอ้ปอนด์ ไอ้หมาตลาด ฉันเกลียดแก!”
“หมาตลาด... หมาตลาดเหรอ ยายผ้าป่าน”
ปรัชญ์กระโดดเข้ามารวบตัวลินินไว้อีกหน ผลักจนหลังติดกำแพง แล้วระดมจูบเธอรุนแรงจนปากบวมเจ่อ เขาหอบหายใจแรงเมื่อปล่อยเธอ จ้องหน้าเธอด้วยแววตาวาววับ
“ถ้าด่าฉันว่าหมาตลาดอีก ฉันจะจูบปากเสียๆ ของเธอให้แตก ยายผ้าป่าน”
พูดจบเขาก็สะบัดหน้าเดินหนีไป ทิ้งร่างอ่อนแรงให้ทรุดฮวบกองบนพื้นด้วยความอดสู สิ่งที่เขากระทำต่อเธอกลายเป็นภาพจำที่ลินินไม่อาจลืมได้ หญิงสาวถอนความคิดออกจากภวังค์อดีต
“ไอ้หมาตลาด หึ ฉันเกลียดนาย เกลียด...”
หญิงสาวรำพึงออกมา ในคำว่าเกลียดกลับแทรกแซมด้วยความรู้สึกบางอย่าง ที่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ปลายนิ้วแตะบนริมฝีปาก รอยประทับของเขาเหมือนยังติดอยู่ไม่ลบเลือนตามกาลเวลา ลินินรีบสลัดความคิดบ้าบอนี่ออกจากหัว เธอคือด็อกเตอร์ลินิน ไม่ใช่เด็กสาวอ่อนแอคนเดิม ไม่มีวันที่ไอ้หมาตลาดอย่างปรัชญ์จะมาทำอะไรเธอได้อีกแล้ว
ลินินอาจจะลืมไปแล้วว่า โลกใบนี้แสนกลม คนที่เธอไม่อยากพบเจอ อาจจะหมุนวนกลับมาพบเจอกันอีก...
อาทิตย์ต่อมาหลังจากได้คนงานมาดูแลมารดาแล้ว ลินินก็เดินทางไปเชียงใหม่ เธอได้ที่พักเป็นทาวน์เฮาส์หลังหนึ่ง หญิงสาวเลือกที่นี่แทนการพักในอพาร์ทเม้นท์ เพราะชอบความเป็นส่วนตัว วันรุ่งขึ้นลินินก็ไปรายงานตัวรับตำแหน่งอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย อธิการบดีให้การต้อนรับด้วยความยินดี และได้พาหญิงสาวไปแนะนำให้รู้จักกับอาจารย์คนอื่นในมหาวิทยาลัย
“ขอแนะนำให้รู้จักกับ ด็อกเตอร์ ลินิน ตระการแสง ผู้ช่วยอธิการบดีคนใหม่ของมหาวิทยาลัยของเรา”
ท่านอธิการบดี เอ่ยแนะนำอาจารย์คนใหม่ ให้อาจารย์และคณบดีของมหาวิทยาลัยรู้จัก ลินินถูกพามารู้จักกับอาจารย์แต่ละท่าน จนมาถึงอาจารย์หนุ่มคนหนึ่งของมหาวิทยาลัย ลินินถึงกับนิ่งงัน
“นี่คืออาจารย์ปรัชญ์ รัศมีปกรณ์ อาจารย์ครับนี่คือด็อกเตอร์ลินิน ผู้ช่วยอธิการบดีคนใหม่ครับ”
ปรัชญ์ในวันนี้แตกต่างจากห้าปีก่อน เขามีตำแหน่งเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย รูปลักษณ์ท่าทางดูทรงภูมิ ไม่เหมือนปรัชญ์ลูกแม่ค้าขายขนม ชายหนุ่มมองหน้าด็อกเตอร์สาวอาจารย์คนใหม่ของมหาวิทยาลัยด้วยแววตานิ่งสงบ ราวกับทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“ไม่รู้มาก่อนว่านายสอนที่นี่”
ลินินทักทาย แต่สายตาของเธอมองเมินใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย ข่มกลั้นไม่ให้เขารู้ว่า หัวใจของเธอเต้นแรงแค่ไหน ซ่อนความรู้สึกไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง เชิดหยิ่ง มือกำไว้แน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เตือนตัวเองไม่ให้แสดงอาการอะไรออกมา
“ถ้ารู้ จะไม่มารับตำแหน่งที่นี่หรือครับ ด็อกเตอร์ลินิน”
ปรัชญ์เน้นเสียงเรียกชื่อพร้อมวุฒิฐานะของเธอ ชายหนุ่มแทบอยากจะลาออกเมื่อรู้ว่า ผู้ช่วยอธิการบดีคนใหม่ของมหาวิทยาลัยที่เขาสอนอยู่เป็นใคร ลินินในวันนี้กับห้าปีก่อน มีรูปลักษณ์ไม่แตกต่างกัน แต่ที่ยังคงเหมือนเดิมคือสายตาที่มองเขา มันมีรอยดูแคลนเหยียดหยามไม่เคยจาง ตามตำแหน่งงานเขาต้องเป็นลูกน้องของเธอ มันเป็นเรื่องแย่ที่สุดในชีวิตของเขา หากต้องอยู่ใต้คำสั่งของผู้หญิงคนนี้ ชายหนุ่มคิดอย่างหงุดหงิด
“ทำไมฉันต้องทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นด้วย”
ลินินเชิดหน้าใส่ ทั้งที่อยากลาออกเหมือนกัน แต่ทำไมเธอต้องทำแบบนั้นด้วย เมื่อตอนนี้ตามตำแหน่งแล้วเธอเหนือกว่าเขาทุกประการ เธอต้องทำให้ไอ้หมาตลาดตัวนี้ ยอมรับให้ได้ว่าเธอกับเขามันคนละระดับกัน
