บทที่ 6 ตอน ยิ่งเกลียดกัน ยิ่งหวั่นไหว/2

ปรัชญ์ยกคิ้วสูง ถ้อยคำเหน็บแนมนั้นเขาไม่สะเทือน แต่การเข้าใจผิดของลินินต่างหากที่ทำให้เขาสะดุ้ง

“แม่เธอบอกว่ามัสแต่งงานกับฉันอีกละสิ”

เขาเหยียดปาก ยิ้มหยันยายคุณหนูป่านที่เชื่อคำพูดของแม่ราวกับคนปัญญานิ่ม ไม่เคยค้นหาความจริง ไม่เคยวิเคราะห์ว่าจริงหรือเท็จ

“แล้วนายไม่ได้แต่งงานกับมัสหรือไง ฉันเห็นลูกของนายกับมัสแล้วนะ เด็กผู้ชายตัวกลมๆ คนนั้น”

ลินินเปิดมือถือให้เขาดูรูปที่เธอแอบถ่ายเขากับพี่ไม้ไว้ ปรัชญ์หรี่ตามองแล้วถอนหายใจแรง

“นี่ทำตัวเป็นนักสะกดรอยตามฉันเลยหรือยายผ้าป่าน แล้วก็เข้าใจอะไรเอาเอง สมกับเป็นลูกคุณนายแพรพรรณ ชอบแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะ” ชายหนุ่มเหน็บไปถึงมารดาของหญิงสาว

“ฉันกลับไปบ้านเมื่ออาทิตย์ก่อน ตามหาป้าแววกับอาหมี่ แต่ไม่พบสองคนนั่น แม่ฉันบอกว่า ยายมัสย้ายไปอยู่กับนายหลังงานศพคุณยาย แล้วคนแถวนั้นก็บอกว่ายายมัสก็ย้ายตามนายออกไป เมื่อวันก่อนฉันเห็นยายมัสด้วย ครอบครัวนายคงอบอุ่นน่าดู มีลูกน่ารักเมียก็สวย”

ลินินเชื่อในสิ่งที่มารดาบอก และเชื่อในสิ่งที่ตาตัวเองเห็น

“แล้วไง เธอจะมาทวงตำแหน่งพี่เมียกับน้องเขยอย่างฉันเหรอ”

ปรัชญ์ไม่แก้ความเข้าใจผิด ปล่อยลินินเข้าใจแบบนั้นไป เวลารู้ความจริงจะได้หน้าแตกละเอียดหมอไม่รับเย็บ

“ก็ถ้าเราเป็นญาติกันแล้ว นายก็น่าจะทำตัวดีๆ กับฉันหน่อยสิ ยอมให้ฉันไปพบยายมัสกับหลาน”

ลินินพยายามสงบศึก เธอเห็นแก่หลานชายที่น่ารัก เห็นแก่น้องสาวที่ไม่ได้เจอกันมานาน หลังจากบิดากับมารดาย้ายไปอยู่ที่อเมริกา ก็นำเงินไปลงทุนเปิดร้านอาหารไทยที่นั่น แต่การค้าไม่ค่อยดีแถมยังชวนกันเข้าบ่อน จนไม่มีเวลามาดูแลกิจการ พนักงานในร้านก็ไม่ใส่ใจลูกค้า ทำให้เกิดปัญหาขาดทุน จนต้องปิดร้าน เงินทองก็ร่อยหรอลงไป บิดาของเธอดื่มหนักจนคืนหนึ่งขับรถแล้วประสบอุบัติเหตุ ทำให้บาดเจ็บสาหัสกลายเป็นอัมพาตทั้งตัว ค่ารักษาพยาบาลทำให้แทบหมดตัว มารดาของเธอหาเรื่องด่าทอสามีทุกวัน จนอีกฝ่ายทนไม่ไหวกินยาพิษฆ่าตัวตาย ก่อนตายนายสมเกียรติได้บอกลูกสาวว่า

“หนูป่าน พ่ออยากให้หนูตามหายายมัส อยากให้หนูช่วยเหลือน้อง ชดใช้แทนพ่อกับแม่ด้วยนะลูก”

ลินินไม่เข้าใจสิ่งที่บิดาสั่งเสียแต่ก็ยอมทำตาม หลังจากบิดาเสียชีวิตจึงพามารดาย้ายกลับมาที่ประเทศไทย โชคดีบ้านเก่ายังเหลืออยู่ แม้จะทรุดโทรมเพราะขาดการดูแลแต่ก็ยังอาศัยอยู่ได้ เธอได้งานเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงพาตัวเองมาหาเช่าทาวน์เฮาส์อยู่ ส่วนมารดานั้นปล่อยให้อยู่บ้านเก่ากับคนรับใช้ที่จ้างมาดูแล

“มัสหลุดพ้นจากพวกร้ายกาจอย่างพวกเธอมาแล้ว ฉันไม่มีทางให้มัสต้องพบเจอกับคนที่ทำร้ายมัสอีกเด็ดขาด”

ปรัชญ์ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เขาไม่อยากให้ลินินเข้ามาวุ่นวายกับมัสลินอีก มัสลินกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ควรรื้อฟื้นความหลังให้ต้องมาเจ็บปวด

“นายทำแบบนั้นไม่ได้นะ ฉันกับมัสเป็นพี่น้องกัน” ลินินอ้างสิทธิ์ความเป็นญาติ

“เป็นพี่น้องกัน พูดได้เต็มปากเลยนะยายผ้าป่าน พี่น้องที่ไหนเขาใช้งานมัสเหมือนทาส แย่งเอาสมบัติของมัสไปหมด ไล่มัสออกจากบ้านไม่ให้มีที่อยู่ ตอนนั้นเธออยู่ไหน ทำไมไม่คิดช่วยมัส แล้วยัง... หึ พูดไปเธอก็คงเถียง เสียเวลา”

ปรัชญ์ไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องที่แพรพรรณหลอกมัสลินไปแต่งงานแทนลินิน จนทำให้ถูกโจรลักพาตัวไปข่มเหง พูดไปลินินก็คงไม่เชื่อเถียงเขาคอเป็นเอ็นอีกตามเคย

“นายอยากได้สมบัติของยายมัสใช่ไหม แม่ของฉันบอกว่าที่ไม่ให้เงินยายมัส เพราะอยากรู้ว่านายจะทิ้งยายมัสไหม นายมันเห็นว่ายายมัสเป็นหลานคุณยายเจ้าของตลาด นายก็เลยล่อลวงน้องสาวฉันจนพลาดพลั้ง อย่านึกว่าใครจะรู้ไม่ทันนายนะ นายปอนด์”

แพรพรรณพูดให้ลูกสาวเข้าใจแบบนั้น ลินินมีอคติกับปรัชญ์อยู่แล้ว ยิ่งเห็นเขาขัดขวางไม่ให้เธอพบน้องสาว ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่มารดาพูด ปรัชญ์คงกลัวมัสลินพูดความจริงเกี่ยวกับตัวเองออกไป

“ล่อลวงงั้นหรือ เหอะ ถ้าฉันจะล่อลวง ฉันล่อลวงเธอไม่ดีกว่าเหรอ สมบัติเยอะกว่าแถมดูจะโง่กว่ามัสด้วย”

ปรัชญ์มองหญิงสาวด้วยแววตาสมเพช เรียนจบถึงด็อกเตอร์ แต่เรื่องพื้นๆ ดันโง่นัก

“หมาตลาดอย่างนายนะเหรอ จะมีปัญญามาล่อลวงฉันได้ ฝันกลางวันไปเถอะนายปอนด์”

ลินินเหลืออดกับวาจาเสียดสีของเขา จึงโต้คืนเจ็บแสบ ลืมคิดว่าครั้งก่อนเธอทำแบบนี้แล้วเขาทำอะไรเธอกลับ

“นี่ก็กลางวันอยู่นะ ฉันขอฝันสักหน่อยดีไหม ยายผ้าป่าน”

ปรัชญ์ขยับลุกขึ้นกระชากร่างบอบบางของลินินเข้ามากอดรัดไว้ ก่อนจะจูบเธอหนักหน่วง มือสอดเข้าใต้เสื้อบีบทรวงอกอิ่มของเธอไปด้วย กายสาวถูกผลักให้นอนบนโต๊ะ ร่างหนากว่าทาบทับบดเบียด ริมฝีปากถูกจูบจนบวมเจ่อ ก่อนที่เขาจะเคลื่อนริมฝีปากมาขบเม้มซอกคอขาวจนเป็นรอยจ้ำแดง ฝากรอยอัปยศให้เธออับอายเล่น แล้วย้อนไปลงทัณฑ์เธอด้วยจุมพิตดุดันดิบเถื่อน จนเธออ่อนระทวยหมดแรงต่อต้าน เมื่อเขาปล่อยลินินนอนสิ้นท่า หายใจแรง หอบกระเส่าหน้าแดงจัด ผมหลุดลุ่ยออกจากมวยผม

“แค่นี้ก่อนนะคุณพี่เมีย พอดีว่าฉันมีคาบสอน เลยไม่ว่างฝันกลางวันต่อ ถ้าติดใจวันพรุ่งนี้แวะมาหาอีกได้นะ”

ปรัชญ์ยิ้มเยาะ ก่อนจะยื่นหน้าไปหอมแก้มนวลแรงๆ ส่งท้ายก่อนจาก

“ไอ้... ไอ้หมาตลาด แก... แก...”

ลินินน้ำตาคลอ อยากจะกรีดร้องแต่ทำไม่ได้ เกรงใครจะรู้ว่าเธอถูกปรัชญ์ทำอะไรไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป