บทที่ 2 บทที่2.

“ทุกวันเราจะทานอาหารเช้าเจ็ดโมง อาหารเย็นหกโมงเย็นหรือไม่ก็หนึ่งทุ่มแล้วแต่ว่าพ่อเลี้ยงจะกลับจากไร่ตอนไหน หรือบางทีหากมีงานด่วนกลับมาทานข้าวเย็นไม่ทันพ่อเลี้ยงก็จะโทร. มาบอกเองค่ะ”

“แล้วเอ่อ ยิ... เอ่อ ฉัน จะทานข้าวพร้อมเขาด้วยรึเปล่า” หญิงสาวถามผู้สูงวัยอย่างใคร่รู้กล้าที่จะพูดคุยกับป้าสำลี มากขึ้น

ป้าสำลีเป็นแม่บ้านของที่นี่ บ้านไร่ตะวันงาม ซึ่งอยู่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ มีเปลวพ่อเลี้ยงหนุ่มวัยสามสิบสองปีเป็นเจ้าของที่นี่ ซึ่งเขาก็มีศักดิ์เป็นอาของลูกๆ เธอ (ลูกที่เธอเพิ่งจะมีหรือถูกยัดเยียดให้มี) ด้วย นั่นคือ เด็กหญิงเปรียวปรียา และ เด็กชายปราณชนก ลูกฝาแฝดชายหญิงอายุสิบปีขวบ ซึ่งเป็นลูกของดวงดาหวันกับ ปราบ พี่ชายของเปลวนั่นเอง แต่เธอเองก็ยังไม่เคยได้เห็นหน้าลูกๆ ของเธอเลยตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา เพราะเด็กๆ ไปเข้าค่ายลูกเสือแต่อีกไม่นานพวกเขาก็คงกลับมา

ตอนนี้ดวงยิหวารู้อะไรมากขึ้นจากคำบอกเล่าของป้าสำลี หลังจากที่ร่างกายเริ่มหายเป็นปกติเธอก็เริ่มประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ ได้ว่าเหตุใดเธอต้องมาอยู่ที่นี่ ในบ้านไร่ที่ห่างไกล เทคโนโลยี

ทุกอย่างถูกกีดกันจากเธอด้วยคำสั่งของเปลว พ่อเลี้ยงหน้าโหดคนนั้น... 

“ปกติพ่อเลี้ยงจะมากินอาหารกับหลานๆ ทุกวันนะคะ แต่คุณก็ไม่ค่อยอยู่กินข้าวพร้อมหน้าพวกเขาอยู่แล้ว แต่วันนี้พ่อเลี้ยงไปไร่น้ำหวานตั้งแต่ตีห้า ไปทำคลอดให้ม้าแม่พันธุ์ของคุณน้ำหวานไม่แน่พ่อเลี้ยงอาจจะกินอาหารเช้าที่โน่นเลย ส่วนคุณจะกินพร้อมลูกๆ กับพ่อเลี้ยงหรือไม่ในมื้อต่อไปก็แล้วแต่ค่ะ”

คำตอบของป้าสำลีทำให้ดวงยิหวาเหวอไปเล็กน้อยและนึกตำหนิคนที่เธอสวมรอยอยู่ในใจ แต่ชื่อของผู้หญิงอีกคนก็ทำให้เธออยากรู้อยากเห็น...

“ใครกันคะ คุณน้ำหวาน”

“คุณจำเธอไม่ได้หรือคะเธอเป็นคู่แข่งคุณมาตลอดเลยนะคะ” ป้าสำลีถามเสียงสูงดวงยิหวายิ้มเจื่อนๆ เหมือนลืมๆ ไป ป้าสำลีจึงเล่าเรื่องเกี่ยวกับ คู่แข่ง ของเธอให้ฟัง

น้ำหวาน นั้นเป็นลูกสาวของเจ้าของไร่น้ำทิพย์ซึ่งบิดามารดาของเธออยากจะให้เกี่ยวดวงกับไร่ตะวันงามมาตลอด แต่ดวงดาหวันกลับชิงตัดหน้าแต่งงานกับปราบเจ้าของไร่หนุ่มหล่อไปเสียก่อนจนมีทายาทด้วยกันเป็นฝาแฝดชายหญิง และเมื่อผิดหวังจากทายาทคนโตก็หวังเกี่ยวดองกับทายาทคนเล็ก แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สำเร็จเพราะเปลวนั้นทำแต่งานและสนใจงานในไร่ ช้าง ม้า วัว ควาย มากกว่าผู้หญิง...

“อ้อ เหรอคะ แหม ฉันจำอะไรไม่ค่อยได้เลยช่วงนี้...” อ้อ อีตาเปลวบ้านั่นเคยเป็นสัตวแพทย์ด้วยเหรอ.. หน้าตาไม่ให้เลยสักนิด แหม แต่หากเขาสามารถทำคลอดผ่าตัดสัตว์ได้เขาน่าจะผ่าเอาสุนัขออกจากปากด้วยก็คงดีไม่น้อย ดวงยิหวาคิดในใจแล้วก็แอบขันตัวเองแล้วก็ชักอยากจะเห็นหน้าแม่น้ำหวานของป้าสำลีแล้วสิ

ดวงยิหวาฉลาดพอที่จะนิ่งเงียบไม่กระโตกกระตากหรือเหวี่ยงวีนให้ตัวเองได้รับอันตรายจากคนที่ไม่รู้จักหรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยแต่กำลังรอดูท่าทีของพวกเขาและสงสัยผู้หญิงที่ชื่อดวงดาหวันว่าเป็นใครทำไมคนที่นี่ถึงได้คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงคนนั้น จะมีใครที่ฉลาด สวย และรวยมากเหมือนเธออีกนะ ดวงยิหวาคิดเข้าข้างตัวเองด้วยความมั่นใจ แต่เหตุผลสำคัญคือเธอยังไม่อยากกลับบ้านเพราะเพิ่ง หนีการถูกจับแต่งงานมา อยู่ที่นี่สักพักบิดามารดาของเธอก็คงลืมเรื่องแต่งงานไป และอยากรู้เหลือเกินว่าเธอกับดวงดาหวันเกี่ยวข้องเป็นอะไรกัน เป็นฝาแฝดกันหรือเปล่าและหากเป็นเช่นนั้นทำไมเธอจึงได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่โตหรูหราบิดาเป็นถึงนักธุรกิจผู้ร่ำรวย ในขณะที่ดวงดาหวันอยู่ที่นี่ถูกกล่าวหาว่าคบชู้สู่ชายเป็นผู้หญิงไม่ดี... รู้เขารู้เราย่อมดีกว่าอยู่แล้ว... 

“พ่อเลี้ยงเปลวเธอเลี้ยงเด็กๆ มาตั้งแต่สามขวบหลังจากที่พ่อเลี้ยงปราบเสียชีวิตเพราะตรอมใจเรื่องคุณ คุณน่าจะรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงรักและเอ็นดูหลานๆ มาก ชนิดที่ว่า จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายพวกเขาไม่ว่าทั้งทางร่างกายและจิตใจ”

“ฉันทำร้ายพวกเขาหรือคะ...” ความอยากรู้อยากเห็นมีเพิ่มมากขึ้นๆ เมื่อป้าสำลีพูดแบบนี้ นั่นแสดงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เสียแล้ว

“ถ้าหากคุณจำอะไรๆ ได้มากกว่านี้คุณจะรู้เอง อิฉันขอตัวนะคะมีงานในครัวค้างอยู่”

“อ้าว ป้าเดี๋ยวสิอย่างเพิ่งไป กลับมาพูดให้จบก่อนสิ... โธ่ ทำให้อยากแล้วก็จากไป” ดวงยิหวาร้องตามหลังป้าสำลีที่เดินเข้าครัวไปอย่างไม่ชอบใจเพราะยังค้างคาเรื่องที่แกพูดแล้วทีนี้เธอจะถามใครดีล่ะ ว่าดวงดาหวันทำอะไรไว้บ้างหญิงสาวนั่งเท้าคางครุ่นคิดวุ่นวายอยู่คนเดียว

“หากจะกินข้าวก็รีบๆ กิน อย่ามัวอ้อยอิ่งเธอมีงานต้องทำอีกหลายอย่าง...” เสียงห้าวๆ ของชายหนุ่มดังขึ้นทำให้คนที่นั่งเท้าคางคิดหนักอยู่ถึงกับสะดุ้งข้อศอกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารลื่นไถลไปโดนแก้วน้ำข้างๆ ข้างตัวจนแทบหล่นดีที่ว่าเธอคว้าไว้ได้ทัน...

อ้าวก็ไหนว่าเปลวไปทำคลอดม้าที่ไร่แฟนของเขา แล้วเขามาตอนไหนล่ะเนี่ย หญิงสาวมองเขางงๆ

“นี่คุณจะมาก็ให้ซุ่มให้เสียงหน่อยนะ”

“ฉันเดินมาตั้งนานแล้ว แต่เธอมัวแต่เหม่อไม่ได้ยินเองอย่ามาโทษคนอื่น...” เปลวมองเธอด้วยแววตาขุ่นๆ

“ไหนป้าสำลีว่าคุณไปไร่แฟนคุณไง...”

“ก็กลับมาแล้วนี่ไง ทำไม หรือเธอมีปัญหา...” กวนเหลือเกิน ทั้งน้ำเสียงแววตาและท่าทาง ดวงยิหวามองเขาเดือดดาลในอก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป