บทที่ 9 บทที่ 9.

ดวงยิหวาหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ด เป็นบุตรสาวคนเดียวของ นายดิเรก กับนาง ดาริกา เลิศรัตนาไพศาล เข้าตำรา ฉลาด สวย และรวยมาก ดวงยิหวาอยู่กับมารดาที่อเมริกาตั้งแต่เรียนชั้นประถม และเรียนหนังสืออยู่ที่นั่นเพราะเธอย้ายตามมารดาซึ่งต้องไปผ่าตัดรักษาโรคประจำตัวอย่างกะทันหันและอยู่ที่อเมริกามาตลอดเพราะมารดาของเธอต้องรับการรักษาตัวอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งบิดาขยายกิจการของครอบครัวไปที่นั่นเพื่อจะได้มีโอกาสได้ดูแลครอบครัวด้วยแต่คุณดิเรกก็เดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยและอเมริกาเป็นประจำ ด้วยเหตุนี้เองที่เมืองไทยจึงไม่มีใครเคยเห็นหน้าเธอ คงไม่มีใครคิดว่าดวงยิหวาจะหน้าตาเหมือนกับดวงดาหวันราวกับแกะ และคงไม่ต้องพูดถึงความแสบซ่าของเธอ ดวงยิหวานั้นนับได้ว่าเป็นสาวซ่าคนหนึ่งเลยทีเดียว เธอเล่นกีฬาที่นับว่าต้องใช้ความสามารถมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นขี่ม้า ฟันดาบและศิลปะป้องกันตัวและยังได้รับเหรียญรางวัลมามากมาย

เมื่อเรียนจบดวงยิหวาก็ยังคงใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยประสาสาวโสดสวยไฮโซ จนถูกบิดามารดาจับคู่ให้ โดยให้เธอหมั้นหมายกับ วริศ ชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกชายของเพื่อนสนิทคุณดาริกานั่นเอง และจากข้อมูลของวริศที่เขาให้สืบมาด้วยนั้นก็ทำให้รู้ว่าวริศเป็นผู้ชายที่หน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าผู้คนทำตัวสุภาพและเป็นสุภาพบุรุษ แต่ความจริงแล้ววริศเป็นคนเจ้าชู้และเอาไม่เลือก ซึ่งสาเหตุที่ดวงยิหวาหนีงานหมั้นมาจนเกิดอุบัติเหตุก็เพราะวริศนั่นเอง

วริศพยายามล่วงเกินดวงยิหวาแต่เธอไหวตัวทันก่อนจะจัดการสั่งสอนวริศเสียยับเยินทั้งหน้าตาและร่างกายจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่วริศไม่กล้าบอกใครว่าตนเองถูกดวงยิหวาซ้อม เขาบอกกับทุกคนว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นขี้เมารุมทำร้ายเท่านั้น

“นายจีบเธอได้ เพราะเธอไม่ใช่ดวงดาหวัน จีบเธอเลยสิ” แล้วเสียงหนึ่งดังขึ้นในความเงียบ

“ไม่น่า ฉันไม่สนใจผู้หญิงอย่างดวงยิหวาหรอก” ชายหนุ่มพูดตอบเสียงเล็กๆ ในใจ

“นายแน่ใจเหรอ ฉันรู้ว่านายสนใจเธอตั้งแต่รู้ว่าเธอเปลี่ยนไป จีบเลย เธอน่ารักออก”

เสียงนั้นยังดังขึ้นมาอีก คราวนี้เปลวชักจะรู้สึกตามนั้น ใช่สินะ เธอไม่ใช่ดวงดาหวัน ไม่ใช่อดีตพี่สะใภ้ของเขา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับอดีตอันเน่าเฟะของดวงดาหวัน เขาก็จีบดวงยิหวาได้สิ...

“เฮ้ย ไม่ได้ๆ อย่ามาทำให้ฉันเขวนะ ไปๆ ออกไปจากหัวฉันเดี๋ยวนี้...”

“อะไรกันค้าบพ่อเลี้ยง อยู่ๆ ก็มาไล่เบิ้มออกจากหัว เบิ้มไปอยู่ในหัวของพ่อเลี้ยงตอนไหนครับ”

“เฮ้ยยย ไอ้เบิ้ม...” เสียงของเบิ้มดังขึ้นทำให้คนที่หลับตาโบกไม้โบกมือโวยวายอยู่ถึงกับร้องโวยวายเสียงดัง

“ครับ ผม ไอ้เบิ้ม แหะๆ” เบิ้มทำหน้าเหรอหราดูน่าขันนัก

“แกเข้ามาตอนไหน ทำไมไม่เคาะประตูวะ”

“ผมเคาะแล้วครับ พ่อเลี้ยงไม่ได้ยินเหรอครับ ผมเคาะจนมือแดงหมดเลยดูสิครับ”

“เออๆ ฉันเห็นแล้ว แล้วไหนล่ะของที่ฉันต้องการ” ชายหนุ่มโบกมือตัดบทเมื่อเห็นว่าเบิ้มมือแดงจริงๆ แล้วเบิ้มก็ยกกล่องกระดาษที่เขายืนถืออยู่วางลงบนโต๊ะทำงานของเจ้านายหนุ่ม

“อืม ครบตามที่ต้องการ เอาล่ะแกไปพักผ่อนได้แล้ว นี่ก็ดึกมากแล้ว” เบิ้มรับคำแล้วออกไปทันที เปลวมองของที่อยู่ในกล่องอย่างพอใจ พรุ่งนี้ล่ะเขาจะให้ดวงยิหวาได้รับรู้การเป็นชาวไร่อย่างเต็มตัว เขาก็อยากรู้เช่นกันว่าคุณหนูไฮโซอย่างเธอจะทำอะไรได้บ้าง

เช้าวันใหม่น้องเปรียวออกมานั่งหงอยเหงาอยู่ที่ระเบียงกว้าง เด็กหญิงรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีความสำคัญ ตอนนี้ใครๆ ต่างพากันสนใจคุณแม่กันหมดและปราณชนกก็ไม่มาเล่นกับเธอเหมือนแต่ก่อนเอาแต่ตามคุณแม่ต้อยๆ เหมือนคนไม่เคยมีแม่ ถึงมีแม่ก็เหมือนไม่มีอยู่แล้วนี่นา เด็กหญิงคิดอย่างเซ็งๆ

“เปรียวๆ ไปด้วยกันมั้ย” เสียงน้องปราณร้องเรียกอยู่ที่สนามหญ้าพร้อมโบกมือหย็อยๆ

“ไปไหน...”

“ไปไร่กับคุณแม่ เปรียวไปมั้ย ไปขี่ม้าด้วยนะ” เด็กชายร้องบอกในขณะเดียวกันดวงยิหวาก็เดินมายืนข้างๆ น้องปราณแล้วเงยหน้ายิ้มให้เธอ เด็กหญิงหน้างอสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอน

“ไม่ไปหรอก ตัวไปเถอะ เปรียวจะดูหนัง” พูดจบเด็กหญิงก็สะบัดหน้าหนีเดินเข้าห้องของตน แม้ในใจอยากจะไปกับน้องชายและ คุณแม่ ก็ตาม...

“เปรียวก็เป็นแบบนี้ล่ะ ไม่เห็นจะน่ารักเลยผู้หญิงขี้งอนน่ารักตรงไหนกัน” เด็กชายส่ายหน้าแล้วบ่นพี่สาวเบาๆ

“ช่างเถอะน้องปราณเราไปกันเองก็ได้ไปเถอะเดี๋ยวแดดร้อน” หญิงสาวบอกเด็กชายแล้วจูงมือกันไปขึ้นรถกระบะคันใหญ่ที่เปลวติดเครื่องรอ โดยมีดวงตากลมโตแอบมองรถที่เคลื่อนออกไปอย่างใจหายอยู่ที่หน้าต่างบานสวย เด็กหญิงรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลเมื่อตอนนี้เธออยู่คนเดียวในบ้าน ใครๆ ต่างก็ไม่สนใจเธอเลยสักคน น้องเปรียวทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มแล้วร้องไห้คนเดียวเงียบๆ ด้วยความน้อยใจ...

น้ำหวานเดินขึ้นไปยังชั้นบนด้วยความคุ้นเคยพร้อมทั้งมองป้าสำลีด้วยสายตาเหยียดๆ แม่บ้านคนเก่าคนแก่ของไร่ตะวันงามมองตามหญิงสาวอย่างไม่ใคร่จะพอใจเช่นกัน เจ้าหล่อนมาจุ้นจ้านในบ้านจนเกินไป หากว่าน้องเปรียวไม่ลงมาพาเธอขึ้นไปนางคงไม่ยอมแน่ๆ อีกอย่างนางก็แค่แม่บ้านไม่มีสิทธิ์จะไปไล่แขกประจำของไร่ออกไปได้ แม้ในใจจะไม่ชอบการกระทำของน้ำหวานที่บัดนี้นางเริ่มเห็นธาตุแท้ของหญิงสาวแสนสวยคนนี้มากขึ้นๆ ความรู้สึกที่ไม่ชอบใจก็มากขึ้นด้วย ตอนนี้ป้าสำลีคิดว่าคุณน้ำหวานนิสัยแย่กว่าดวงดาหวันเยอะเลยทีเดียว แม้ดวงดาหวันจะช่างยั่วยวนมากชู้ แต่ดวงดาหวันไม่เคยสอนหรือยุแยงให้ลูกเกลียดใครเหมือนที่น้ำหวานกับลังทำอยู่ในขณะนี้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป