บทที่ 5 ตอนที่ 4
ในตอนแรกก็คิดเอาไว้แล้วว่าหากเจอตัวที่ไหนต้องหลบหลีกได้ทัน มหาวิทยาลัยทั้งกว้างขวางไม่น่ามาเจอกันง่าย แต่นั่นมันดันผิดถนัด..เพราะเฟิร์สต้องทำตัวเป็นนินจาเกือบทุกวันและทุกเวลา ไม่ว่าจะไปตรงไหนของมหาวิทยาลัยกลับต้องมาเจอกับศาสตรา เขายอมรับว่าชักเริ่มเหนื่อยขึ้นทุกที แต่หากแลกกับการไม่ต้องประเชิญหน้ากับศาสตราโดยตรง เฟิร์สขอเลือกอย่างหลังจะดีกว่า
กระทั่งตอนนี้
"กูถามจริงเหอะ ช่วงนี้ทำไมมึงเดินไปทั่วจังวะ"
"เปล่า" เป็นคำตอบเย็นชาเช่นเคย โค้กกลอกตามองบนแล้วรูดซิปกางเกงเมื่อจัดการธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดวงตาเรียวคมฉบับหนุ่มใต้เหลือบมองเพื่อนสนิท
"บอกกูมาดี ๆ ไอ้ศาสตรา"
"อย่าเสือก"
เป็นเพียงบทสนทนาเรียบ ๆ ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจสำหรับเฟิร์ส เขากอดหนังสือเอาไว้รอจังหวะที่สองคนนี้ออกไปจากห้องน้ำ
"แล้ววันนี้มึงจะไปบาร์หรือเปล่า" โค้กกอดอกมองศาสตราที่กำลังยืนกดโทรศัพท์
"ไม่ไป" เป็นคำตอบที่ดูห้วนหูสำหรับโค้กจริง ๆ เขาส่ายหน้าคว้าเอากระเป๋าที่วางอยู่ขึ้นมาสะพาย
เฟิร์สเองรับรู้ได้ว่าอีกสองคนกำลังจะออกจากห้องน้ำเลยรีบลุกขึ้นสะพายกระเป๋าบ้าง เขาแนบหูไปกับบานประตู เมื่อพบว่าเสียงเงียบไร้คนอยู่แล้วเลยเปิดออกไปแอบมองสักเล็กน้อย
"...." ไม่มีแม้แต่เงา เฟิร์สเลยพาตนเองออกมาจากห้องส้วมแล้วมายืนหน้ากระจกพลางถอนลมหายใจแผ่วเบา เขาเกลียดความบังเอิญที่สุด จะไปไหนก็เจอ..ศาสตราเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขาหรือเปล่านะ
ในช่วงเวลาบ่ายและแดดแรงแบบนี้ทำให้ค่อนข้างง่วงงุน เลยก้มลงล้างหน้าล้างตาไล่ความเพลียแดด เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเป็นอันต้องชะงัก
"!!"
"มายืนหลับทำไมตรงนี้"
ด้วยความตกใจสุดขีดเพราะไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามายืนด้านหลัง เฟิร์สเลยเผลอก้าวถอยจนแผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่งเต็มแรง ศาสตราเลยยกมือขึ้นจับแขนเล็กเอาไว้เพื่อประคองตัว
"ว่าไง มายืนหลับทำไมตรงนี้"
"คะ..ครับ" เฟิร์สเสียงสั่น เขาจะถอยก็ไม่ได้เพราะชิดขอบอ่างแล้ว ศาสตรามองลงมาพลางเลิกคิ้วขึ้นทวนคำถาม เฟิร์สที่เพิ่งคืนสติให้ตนเองได้รีบก้มหน้าลงหลบตาแล้วแสร้งว่าไม่ได้ตกใจ
"ผมเพลียนิดหน่อยครับ พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ" เฟิร์สอึกอักตอบกลับไป ทำให้ศาสตราจำต้องเผลอเลิกคิ้วขึ้น..ดูเหมือนจะมีคนแถวนี้ใช้มุกแสร้งไม่รู้จักเขา ใบหน้าคมสันเอียงลงเล็กน้อยพร้อมโน้มตัวลงใช้แขนเท้าขอบอ่าง
"ไม่มี พี่แค่คิดว่าเราหน้าคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน" ศาสตรากระตุกมุมปากมองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่เด็กน้อย
"เอ่อ..." เฟิร์สอึกอักพูดไม่ออก ตัวของศาสตราโน้มลงมาจนต้องใช้มือดันแผงอกเอาไว้ไม่ให้ใกล้ไปกว่านี้ หากจะหนีออกกลับถูกกักเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง
"...." ศาสตราเงียบ ไล่สำรวจใบหน้าที่เรียวเป็นรูปไข่แต่กลับมีแก้มก้อนกลมดูน่าขย้ำให้ยืดติดมือ
"พี่คงจำคนผิดแล้วครับ" เฟิร์สเสียงสั่นเครือเพราะกลัวถูกจับได้ ศาสตราพยักหน้าเหมือนเชื่อคำพูดของเฟิร์ส ทว่าสายตากลับดูเจ้าเล่ห์
"เหรอ พี่แค่ถามเฉย ๆ เราจะตัวสั่นทำไม" ศาสตราผละออกช้า ๆ แล้วล้วงมือลงในกระเป๋า เฟิร์สพอเห็นอย่างนั้นพลันโล่งอก
"ไม่เป็นไรครับ คนเราเข้าใจผิดกันได้" เฟิร์สพูดพร้อมรอยยิ้มเจื่อน มาเจอกันซึ่งหน้าแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้เขาเองก็กลัวเหมือนกัน ดันไปก่อเรื่องคืนนั้นไว้ ศาสตราจะมาทวงเงินค่าโรงแรมกับเขาหรือเปล่านะ
"...."
"งะ..งั้นผมขอตัวก่อนนะ" เฟิร์สชี้ออกไปที่ด้านนอก พลางกระชับสายสะพาย กลับต้องเบิกตาขึ้นกว้างเมื่อเอวถูกสองมือโอบอุ้มขึ้นมานั่งที่ขอบอ่าง เฟิร์สด้วยความตกใจเลยรีบจับบ่ากว้างเอาไว้เพราะกลัวตนเองจะตก
"นี่มันชีวิตจริง ไม่ใช่ละครที่เธอจะแค่ติดหนวดแล้วคนจำไม่ได้"
"!!!"
"นอนครางใต้ร่างพี่ทั้งคืนมีหรือจะจำไม่ได้?"
เป๊าะ!
"โอ๊ย" เฟิร์สกุมหน้าผากตนเองเอาไว้ทันที แล้วมองศาสตราที่โคลงหัวคล้ายระอาใจ
"พะ..พูดเรื่องอะไรครับ!" เฟิร์สตอกกลับเสียงดังลั่นราวกับคนร้อนตัว
"จะแถอีกนานไหมอองตอง" ศาสตราต้อนเฟิร์สจนมุม แถมยังจ้องหน้าคนตัวเล็กไม่วางตา
"ผมไม่ได้ชื่ออองตอง"
"...." ศาสตราหัวเราะเราในลำคอแล้วยกแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดกอดอก ทำให้เฟิร์สเริ่มพูดไม่ออก เขาไม่รู้ว่าตัวเองไปเผลอปล่อยไก่ตอนไหน จะร้องให้คนช่วยก็กลัวจะเป็นเขาเองมากกว่าที่ถูกตั้งข้อสงสัยแทนศาสตรา
"เด็กโง่"
เฟิร์สเม้มริมฝีปากแน่น ครั้นจะรีบเอ่ยเถียงก็มีความกลัวมากกว่า เขาจ้องหน้าศาสตราอยู่นาน
"แล้วทำไม จะมาทวงค่าโรงแรมผมเหรอ" ใบหน้าน่ารักเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีเพราะหมดหนทางเถียงต่อ มือเล็กยกขึ้นผลักอกแกร่งของศาสตราแล้วลงมาจากอ่างล้างมือ
"...."
"ตอนนั้นผมเมาจำอะไรไม่ได้หรอกนะ ผมเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารับปากอะไรไป"
"แล้วรู้ได้ยังไงว่าจะมาทวงค่าโรงแรม"
"อึก.." เฟิร์สเงียบกริบ สะอึกทันทีที่ถูกสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าจิ้มลิ้มออกอาการไม่พอใจเพิ่มขึ้น เงินเขาได้เดือนละหมื่นสามไหนจะค่าหอค่ากินอีก หากศาสตราไม่ทำเขาจนเดี้ยงจะไม่เป็นปัญหาเท่านี้เลย เขาต่างหากที่เสียเปรียบ ทำไมต้องเสียเงินด้วย!
"หือ?" ศาสตราเลิกคิ้วขึ้นคล้ายยียวน คนตัวเล็กถึงได้กระฟัดกระเฟียดแล้วผลักร่างที่ใหญ่กว่าตนเองหลายเท่าอย่างไม่นึกเกรงกลัว
"เดี๋ยวผมหามาให้คุณเอง อย่ามายุ่ง"
"ก็ติดหนี้กันจะไม่ให้ยุ่งได้ไง" ศาสตราที่เห็นเฟิร์สเข้าใจแบบนั้นถึงยิ้มเยาะในใจ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็เหมือนเดิม
"เออ! พรุ่งนี้ผมเอามาคืนแน่" เฟิร์สผลักอกของศาสตราออกเต็มแรงอีกครั้ง ทว่าคนตัวสูงกลับผละออกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ดวงตาคมหันไปมองเจ้าตัวเล็กที่รีบแจ้นออกจากห้องน้ำไป ศาสตราส่ายหน้าแล้วหยิบโทรศัพท์ที่ลืมไว้ใส่กระเป๋ากางเกง เด็กดื้อก็ยังดื้ออยู่วันยังค่ำ..
เฟิร์สเดินหนีออกมาข้างนอกได้สำเร็จ แล้วรีบหันไปมองทางด้านหลังเพราะกลัวศาสตราจะตามเขาออกมาด้วย
"ตายยากชะมัด" เฟิร์สมองเพื่อนที่ยืนรออยู่ด้านนอกด้วยสีหน้ามึนงง
"หนีอะไรมา" ทิมเอ่ยถามแอบลอบสังเกตสีหน้าเพื่อนที่ดูตื่นตระหนก
"เปล่า ๆ ไปเถอะเดี๋ยวคนเยอะ" เฟิร์สรีบเดินเข้าไปดันแผ่นหลังของเพื่อนทั้งสองคนให้รีบเดินไปก่อนที่ศาสตราจะออกมา วันนี้เขาคงต้องโทรไปอ้อนพ่อเรื่องขอค่าขนมล่วงหน้า แม้จะถูกดุกลับมาเฟิร์สคงต้องยอม เพราะเรื่องทุกอย่างมันเกิดจากเขา
เมื่อมาถึงร้านอาหารแล้ว เฟิร์สเลยรีบไปจองโต๊ะสุดท้ายเอาไว้ให้เพื่อน ๆ เพราะที่นี่คนเยอะมาก เขาคิดว่าหากมาช้ากว่านี้คงไม่มีโต๊ะให้นั่งกิน
"เฟิร์สเอาอะไร" จิ๊บเดินเข้ามาวางกระเป๋าแล้วเอ่ยถาม มือก็หยิบสมุดสั่งเมนูขึ้นมา
"เอาผัดซีอิ๊ว" เฟิร์สตอบ ท้องเริ่มร้องเพราะหิวข้าวมาก เมื่อทุกคนสั่งอาหารเรียบร้อยแล้วก็มีลูกชายป้าเจ้าของร้านมารับใบเมนูไป หลังจากนั้นถึงได้คุยกันไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งอาหารทุกจานมาเสิร์ฟและเฟิร์สไม่รอช้าที่จะรีบกิน
"ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ"
เป็นปกติอยู่แล้วที่ร้านนี้จะมีคนมาขอนั่งร่วมโต๊ะด้วย ทว่าเฟิร์สต้องชะงักตอนกำลังสูดเส้นใหญ่เข้าปากเมื่อมีคนมานั่งลงด้านข้างเขาจนแทบจะบังแสงแดดจากด้านนอก ซึ่งเฟิร์สอยู่มุมร้านริมเสา
"เอาอะไรไอ้ศาสตรา"
"ผัดซีอิ๊ว" น้ำเสียงทุ้มที่เฟิร์สจำได้ดีว่าของใคร เขาเงยหน้าขึ้นมามองคนด้านข้างทั้งที่ปากยังมันแผล่บ
"...." เฟิร์สเงียบจ้องศาสตราจนแทบตาถลน แถมอีกฝ่ายยังมองมาทางเขาด้วยคิ้วที่เลิกขึ้นคล้ายแสร้งว่ามีอะไร ทั้งที่ในแววตาไม่ใช่เลย มันเจ้าเล่ห์กว่านั้น เฟิร์สพองแก้มโดยที่ไม่รู้ตัวก่อนจะก้มหน้าลงกินอาหารในจานตนเองต่อ ทั้งที่เพื่อนทั้งสามคนแสดงสีหน้าอึกอัก เพราะรู้ดีว่าศาสตรากับเฟิร์สเป็นอะไรกัน ผ่านไปไม่นานผัดซีอิ๊วร้อน ๆ ของศาสตราก็มาวางลงตรงหน้า
"ทำไมไม่กินผัก" น้ำเสียงทุ้มกระซิบ เฟิร์สหันมามองคนถามแล้วบุ้ยปากไม่อยากตอบ
"ยุ่ง"
"หึ ๆ " ศาสตราหัวเราะในลำคอก่อนจะใช้ตะเกียบคีบผักข้างจานที่เฟิร์สกองเอาไว้จนเป็นกองพะเนินมาใส่จานตนเอง ทำเอาเฟิร์สขมวดคิ้ว ก่อนจะมีหมูสองสามชิ้นมาวางลงในจานของเฟิร์ส
"อย่ามายุ่งได้ไหม" เฟิร์สเอ่ยลอดไรฟัน จ้องหน้าศาสตราเขม็ง
"เสียดายของ กินแบบนี้ตัวถึงได้เท่าเข่า"
"...." พอโดนดูถูกว่าเตี้ยเฟิร์สแทบถลึงตาใส่ ศาสตราจ้องหน้าเฟิร์สกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ทำให้เจ้าตัวถึงกับอึกอักเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม
"ทำไมไม่กินน้ำตัวเอง"
พรวด! "แค่กๆ!" เฟิร์สสำลักมองแก้วน้ำที่ไม่ใช่ของตน ก่อนจะมองหน้าศาสตราอย่างเอาเรื่องเพราะกลัวเสียฟอร์ม
"แล้วเอามาวางใกล้ผมทำไม"
"คนละฝั่งกับของเธอด้วยซ้ำ" ศาสตราเท้าแขนลงบนโต๊ะ เพยิดหน้าให้เฟิร์สได้ดูว่าตนเองพูดไม่ผิด
"...." เฟิร์สเม้มริมฝีปาก แล้วสะบัดหน้าหนีพร้อมรีบกินให้หมดเพราะเขาจะได้ลุกไปจากตรงนี้สักที ศาสตรายกมุมปากขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะคีบผักบนจานตนเองกินเพียงสามคำหมด แล้วต่อด้วยเส้นใหญ่ซึ่งใช้ระยะเวลาไม่นาน แถมยังกินเสร็จพร้อมเฟิร์สด้วยซ้ำ
"กลับก่อนนะ" เฟิร์สดูดน้ำจนแก้มกลม ๆ ขึ้นเลือดฝาดแล้วหันมองค้อนศาสตราก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วรีบออกจากร้านไป ศาสตราเก็บเงินที่เฟิร์สวางเอาไว้ส่งให้เพื่อนหนึ่งในสามคน
"เดี๋ยวของเฟิร์สพี่จ่ายเอง"
"คะ..ค่ะ ได้ค่ะพี่" จิ๊บรีบตอบแล้วรับเงินมาจากพี่ศาสตรา ร่างสูงกว่าใครลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไป โค้กมองตามด้วยสีหน้างงงวย ดูท่าไอ้เพื่อนเขาจะมีเรื่องให้ล้อแล้วสิ งานนี้สนุกแน่
ในระหว่างที่เฟิร์สยืนรอรถเมล์อยู่ที่ป้าย ใบหน้าน่ารักยังคงแฝงแววหงุดหงิดเพราะไม่คิดว่าศาสตราจะตามมาหาเรื่องเขาถึงร้านข้าว แม้จะไม่อยากคิดไปทางนั้น ทว่าสายตาของอีกคนยามมองมามันบ่งบอกทุกอย่าง ครั้นจะโวยวายออกไปก็กลัวตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน
ตัวรถหรูเคลื่อนเข้าจอดด้านหน้าเขา เฟิร์สย่นคิ้วมอง กระทั่งกระจกรถเลื่อนลง
"...."
"ขึ้นมาสิ" ศาสตราเอ่ยขึ้นทั้งที่เฟิร์สยังอ้าปากค้าง เขาหันมองคนรอบตัวที่เริ่มทิ้งสายตาไว้ที่เขาเพียงคนเดียว
"ขะ..ขึ้นอะไร"
"ขึ้นมา เดี๋ยวไปส่ง" ศาสตราพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ไม่เป็นไร ผมกลับเองได้" เฟิร์สเริ่มลุกลี้ลุกลนเพราะรถเมล์สายอื่นกำลังจะเคลื่อนเข้ามาจอด แต่ติดตรงรถของศาสตรา
"เดี๋ยวไปส่ง คนเยอะแยะเธอจะไปเบียดกับเขาทำไม"
"ผมกลับเองได้" เฟิร์สตอกกลับเสียงดังขึ้นกว่าเดิม ทว่าศาสตราเพียงเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยเหมือนไม่ทุกข์ร้อนทั้งที่เฟิร์สเริ่มคิดหนักเพราะคนอื่นมองมาที่เขา แถมรถเมล์ยังมาจอดรออยู่ท้ายรถศาสตราสองคัน เขาเลยจำใจเปิดประตูขึ้นไปนั่ง
"คาดเข็มขัด"
"ออกรถก่อนครับ" เฟิร์สรีบโพล่งใส่ศาสตราทำเอาเจ้าของรถกระตุกมุมปาก แล้วเคลื่อนตัวรถออกหน้าป้ายรถเมล์
"ปกติกลับสายอะไร"
"ทำไมต้องตามมายุ่งกับผมด้วย บอกแล้วไงว่าจะหาค่าโรงแรมมาคืนให้" เฟิร์สไม่ตอบแต่หันไปตวัดเสียงถาม
"อยากไปส่ง เห็นโหนรถเมล์ไม่เคยถึง"
"ผมไม่ได้เตี้ยขนาดนั้นสักหน่อย"
"เถียงฉอด ๆ ไม่เคยเปลี่ยน" ศาสตราพูดกับตัวเองในประโยคนี้ ทว่าเฟิร์สได้ยินและกำลังแสดงสีหน้ามู่ทู่เพราะความไม่พอใจ เขาหันมากอดอกมองออกไปที่ด้านหน้าถนนเพราะขี้เกียจเสวนากับศาสตรา พอมาถึงไฟแดงศาสตราถึงได้ขยับมาแล้วคาดเข็มขัดให้เฟิร์สโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว คนตัวเล็กหดลำคอหนีอีกทั้งยังสั่นเบา ๆ เพราะศาสตราอยู่ใกล้เขามากจนได้กลิ่นหอมของผู้ชายที่ดูแลตัวเอง ดวงตากลมมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของศาสตรา แต่พอถูกจ้องกลับเฟิร์สเลยรีบหดคอก้มหน้าหนี พลันได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาถึงได้เงยหน้าขึ้นหมายเอาเรื่อง ทว่าศาสตรากลับไปที่ของตนแล้ว
เฟิร์สหันมองออกไปที่กระจกด้านของตน แอร์เย็น ๆ ไม่ร้อนเหมือนตอนขึ้นรถเมล์ทำให้เขาที่เหนื่อยจากการเรียนเริ่มหาวออกมา แถมยังมีเบาะนุ่ม ๆ ของรถราคาแพงซึ่งไม่เคยนั่งมาก่อนนี่อีก เฟิร์สชะเง้อมองรถที่ติดสุดลูกหูลูกตาก่อนจะเอนตัวลงพิงเบาะแล้วหลับเพื่อพักสายตา อีกอย่างเขาไม่ต้องการเสวนากับศาสตราด้วย แสร้งว่านอนจนกว่ารถจะหายติดดีกว่า
"...." ศาสตราหันมามองเฟิร์สที่หลับสนิทจนได้ยินเสียงกรนแผ่วเบา มองเพียงครู่เดียวเท่านั้นแล้วหันไปสนใจถนน มุมปากหยักยกขึ้นเพียงเล็กน้อย ตอนแรกคงจะแกล้งหลับเพื่อเลี่ยงการพูดคุยกับเขาระหว่างรถติด ตอนนี้ดันหลับลึกลงไปจริง
ตัวรถยนต์เคลื่อนเข้าจอดหน้าคอนโดหรูหราใจกลางเมืองกรุง ศาสตรามองดูเด็กที่หลับจนน้ำลายยืดติดแก้ม ปกติแล้วรถเขาแทบไม่เคยให้ใครมานั่งเพราะค่อนข้างหวงและรักษาความสะอาด มานอนน้ำลายยืดน้ำลายย้อยมันน่าตีน้อยไปซะที่ไหน
"ดื้อ" เป็นเพียงประโยคแผ่วเบาก่อนจะยื่นมือไปเช็ด
ศาสตราอุ้มเฟิร์สลงมาจากรถแถมอีกคนก็ดูทีท่าว่าจะไม่ตื่นง่าย ๆ คงเพลียแดดมากพอสมควรถึงได้หลับลึกแบบนี้ ยิ่งพอได้นอนท่าที่สบายคนตัวเล็กถึงได้เผลอขยับซุกแก้มก้อนกลมไปกับแผงอก ศาสตราก้มลงมองด้วยสายตาเรียบเฉย
ตุบ..
เขาวางร่างแน่งน้อยลงบนเตียงแผ่วเบา ก่อนจะหันไปเปิดแอร์ให้เย็นแบบพอดีแล้วจัดการห่มผ้าให้ พออยู่ในที่นอนนุ่มแสนสบายเฟิร์สในห้วงลึกแห่งความฝันก็พลิกตัวนอนในท่าที่ตนเองชอบ
"ถ้าน้ำลายไหลใส่หมอนตื่นมาจะตี" ศาสตราขู่แต่กลับแฝงไปด้วยนัยน์ตาที่ไม่เคยใช้มองใคร เขาลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเพื่อเข้าไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย
เฟิร์สค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงงวย ก่อนจะเด้งตัวขึ้นทันทีเมื่อพบว่าเขานอนในห้องที่ไม่คุ้นเคย ดวงตากลมกวาดมองไปทั่วกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ เฟิร์สถึงได้รีบลุกขึ้นมาจากเตียง
"คุณพาผมมาที่ไหน" เฟิร์สถามเสียงห้วน ไม่กล้ามองศาสตราที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียว อีกทั้งยังหมิ่นเหม่เสียจนเห็นสามเหลี่ยมตรงเอว
"คอนโด"
"ทำไมถึงไม่พาผมไปส่งหอครับ" เฟิร์สหากระเป๋าตนเองก่อนจะรีบนำมากอดเอาไว้แล้วมองศาสตราด้วยสายตาไม่ไว้ใจ
"เธอหลับจะให้ปลุกหรือไง"
"...." เฟิร์สเถียงไม่ออก เพราะมันควรจะเป็นอย่างนั้น เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะมองไปยังบานประตูแล้วรีบเดินออกไป กลับถูกศาสตราเข้ามาขวาง
"จะไปไหน"
"ผมจะกลับหอ ถอยนะ!"
"กลับถูกหรือไง เดี๋ยวไปส่ง"
"...." เฟิร์สเงียบ เขากลับไม่ถูกจริง ๆ เพราะรู้แค่สายรถเมล์ที่ตนนั่งกลับหอเท่านั้น ดวงตากลมโตถึงได้มองศาสตราคล้ายจะเข้าไปโดดกัดหู ศาสตราที่เห็นสายตาคล้ายแมวพยศถึงได้ก้าวขาเข้าไปใกล้ ทำเอาเฟิร์สชะงักรีบถอยจนแผ่นหลังพิงไปกับประตู พร้อมแขนที่มีกล้ามเป็นมัด ๆ ยกขึ้นกั้นเอาไว้
"ไปอาบน้ำไป เดี๋ยวไปส่ง"
"ไปส่งทำไมต้องอาบน้ำด้วย" เฟิร์สหน้าบึ้ง เริ่มไม่กลัวศาสตราแล้ว
"เดี๋ยวเตรียมเสื้อผ้าให้"
"ผมถามว่าทำไมต้องอาบน้ำด้วย ห้องน้ำหอผมก็มีนะ"
"เสื้อผ้าสมัยม.สี่น่าจะยังมี"
เฟิร์สหน้าบึ้งมองคนตอบเขาหน้าตายทั้งยังไม่ตรงคำถาม ดวงตากลมเหลือบมองรักแร้ของศาสตรา พลันคิดในใจว่าดึงขนรักแร้ผู้ชายคนนี้แรง ๆ แล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปเลยดีไหม นัยน์ตาของศาสตราที่มองเขาไม่น่าไว้ใจสักนิด...
TBC.
มีคนกำลังโดนตะล่อมฮะ
เบื่อกันมุ้ยฮือออ ไม่ค่อยมีปมเท่าไร ฟีลกู๊ดฟินไปกับผู้ชายในอุดมคติของออย ฮือๆ ฝากกดหัวใจให้ออยด้วยนะคะ ถ้าคอมเมนต์ด้วยจะปลื้มปริ่มและดีใจมาก ฮึกกก
ขอได้ไหมคะ เม้นอะ เอามาาาาา
