บทที่ 17 ไม่ได้คบกัน
ปุณณัตถ์มองสบตากับมินตรา ไม่รู้ว่าเธอมาให้ข้อมูลอะไรพ่อกับแม่ของเขา เหมือนที่เธอชอบให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงกับนักข่าว จนมีข่าวคบกันนอกจอของเขากับเธอออกมาจากต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่เขาก็เพียรพยายามปฏิเสธไปหลายที จนผู้ใหญ่สั่งเบรกให้ปล่อยเลยตามเลย เพราะยิ่งมีข่าวคบกันนอกจอ งานต่างๆยิ่งเข้ามาหาคนทั้งคู่จนดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้ว
“มันไม่ใช่อย่างนั้นครับแม่ เราสองคนไม่ได้คบกันแบบนั้น มันเป็นคำสั่งผู้ใหญ่ไม่ให้ผมแก้ข่าว เรียกกระแส เรียกงานครับ”
“พี่โปรด..”
มินตราตีหน้าเศร้า ดวงตาที่ตกแต่งมาอย่างสวยงามมีน้ำตามาเอ่อคลอจนน่าสงสาร ตีบทเป็นสาวใสที่บูชาความรัก มอบตัวและหัวใจให้กับผู้ชายที่รักไป แต่เขากลับไม่เห็นค่า จนดาราหนุ่มต้องโดนมารดาตำหนิอีกครั้ง
“แกพูดอะไรเจ้าโปรด เป็นผู้ชายหัดมีความรับผิดชอบบ้าง ไม่แก้ข่าวก็ไม่ต้องแก้ ก็คบกันจริงๆ รับผิดชอบกันไปจริงๆ เลยแล้วกัน”
“แม่ครับ ผมไม่..”
“อย่าขัดใจแม่ ถ้าไม่งั้นแม่จะจัดงานแต่งให้แกภายในเดือนนี้เลย คราวนี้กระแสจิ้นแกดังหนักกว่าเดิมแน่ เอาไหม”
“ไม่นะแม่ ผมไม่ยอม”
“ในเมื่อแกก็ไม่ได้มีใคร มินนี่ก็รักและยอมแกขนาดนี้ แกก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อความรู้สึกน้องเขาด้วย อย่ามาทำตัวมักง่าย แม่ไม่ชอบ”
ปุณณัตถ์ก้มหน้านิ่ง ไม่ได้พูดหรือแย้งอะไรออกมาอีก คิ้วขมวดเป็นปมด้วยความเครียด แค่เรื่องที่อัณณาท้อง ชีวิตของเขามันยังยุ่งวุ่นวายไม่พออีกใช่ไหม
“คุณ เรื่องของเด็กๆ เราไม่ควรสอดมือเข้าไปยุ่ง ในเมื่อเขาสองคนตกลงแล้วที่จะคบกันแบบไหน ก็ปล่อยให้เป็นไปตามนั้น อย่าบังคับลูก”
“คุณเป็นผู้ชาย ก็เข้าข้างผู้ชายด้วยกันสิ เรื่องแบบนี้ก็มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่เสียหาย”
แทบจะไม่กี่ครั้งในชีวิต ที่ปราบ บิดาของพวกเขาจะเอ่ยขัดภรรยาสุดที่รัก นั่นคงเป็นเพราะเขาเห็นความจริงอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ซึ่งตอนนี้ภรรยาของเขากำลังหูอื้อด้วยความโกรธ เลยยังคงมองข้ามไป
“มินนี่ขอโทษนะคะ ที่การมาของมินนี่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน มินนี่เสียใจจริงๆ ค่ะ”
เธอยกมือไหว้บิดามารดาของเขาอย่างนอบน้อม พร้อมยกมือกรีดไล้น้ำตาออกจากแก้มนวล แถมผู้จัดการส่วนตัวยังเข้ามาประคองกันอย่างประคบประหงมเหมือนกับเธอนี่เป็นเจ้าหญิงผู้แสนบอบบาง ที่กำลังโดนอสูรร้ายอย่างเขารังแกก็ไม่ปาน
“พี่อะตอม พามินนี่กลับไปก่อนเถอะครับ”
ปุณณัตถ์เอ่ยกับผู้จัดการส่วนตัวของเธอ เพื่อให้รีบๆ พาผู้หญิงที่ควรได้รับตุ๊กตาทองในฐานะนักแสดงนำหญิงที่สุดในปีนี้ออกไปจากห้องพักของพี่สะใภ้เขาเสียที
“มินนี่ กลับก่อนเถอะ คนเขาไม่รัก ก็ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ”
ผู้จัดการส่วนตัวสาวสอง เพิ่มความดราม่าให้กับนักแสดงในสังกัดที่ถือว่าเป็นลูกรักที่สุดของตนเองทันที แผนการมาเปิดตัวเพื่อเรียกคะแนนสงสารกับพ่อแม่เขานี่ อะตอมคนนี้ก็เป็นคนช่วยคิด
“งั้นมินนี่ลาก่อนนะคะ”
เธอยกมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม ก่อนยกมือกรีดไล้น้ำตาอีกครั้ง
“แม่ยังยืนยันคำเดิม ว่าโปรดต้องคบกับมินนี่จริงๆ และต้องรับผิดชอบน้องจริงๆ”
บ้าไปแล้ว ถ้าเขาทำอย่างนั้น แล้วคนที่อุ้มท้องลูกเขา ที่ยังนอนไม่ได้สติให้น้ำเกลืออยู่ตอนนี้จะทำยังไง เรื่องอะไรก็ยังไม่ได้จัดการสักอย่าง ยุ่งวุ่นวายไปหมด
มินตราส่งยิ้มเศร้าๆ ให้กับแม่ของเขาเป็นการขอบคุณ แล้วทำทีเป็นเดินอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงออกจากห้องไป
สามหนุ่มมองหน้ากันอย่างเข้าใจในสิ่งที่ทุกคนคิด เรื่องนี้คงเป็นอีกเรื่องที่อาจจะจบแบบศพไม่สวย ไม่รู้ว่าทางมินตรา หรือน้องชายเขา ก็ต้องรอดูต่อไป
รินรดา หรือยาหยี สะใภ้คนโต เอื้อมมือไปจับกับอริสาแล้วกำมือกันแน่นอย่างรู้กัน ถึงแม้ปุณณัตถ์จะเจ้าชู้เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย แต่มันก็อยู่บนพื้นฐานความพอใจและข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายไม่ใช่หรือ แต่ตอนนี้ที่อีกฝ่ายกลับมีความรู้สึกขึ้นมาจริงๆ ในความสัมพันธ์นี้ กลับมาเรียกร้องขอความรับผิดชอบ มันไม่ยุติธรรมกับเขาเลยสักนิด
“เอา เจ้าโปรด มาดูหลานไม่ใช่เหรอ นั่นไง อยู่ข้างเตียงแม่เขานั่นไง หลับปุ๋ยเลยนะหลานชายแก”
พี่ชายคนโตเอ่ยทำลายบรรยากาศอึมครึมที่นางเอกสาวมาทำไว้
“ครับ”
ปุณณัตถ์เดินไปยังเตียงเด็กคู่ข้างๆ เตียงคุณแม่ยังสาวทันที ภาพเด็กผู้ชายใบหน้าขาวอมชมพูกลมป้อม ปากนิดจมูกหน่อยในผ้าห่อตัวสีขาวสะอาด ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน มุมปากหยักยกยิ้ม สายตาอ่อนละมุนขึ้นจนคนรอบข้างสังเกตเห็น
ใจแกร่งอุ่นวาบไปทั้งดวง เมื่อนึกถึงลูกของเขาที่อยู่ในท้องของเธอคนนั้น ไม่รู้ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คลอดออกมาแล้วจะน่ารักเหมือนลูกๆ ของพี่ชายไหม แต่ถึงยังไง ชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะเกิดมา ก็ต้องน่ารักที่สุดสำหรับเขาอยู่แล้ว
เขายื่นนิ้วแกร่งไปเขี่ยแก้มกลมๆ ของเด็กทั้งสองเบาๆ แล้วมองหน้ากลมป้อมทั้งคู่สลับกันไปมา
“หน้าเหมือนกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย คนไหนน่านฟ้า คนไหนเหนือเมฆล่ะครับ จะแยกกันออกเหรอ”
เขาเงยหน้าขึ้นถามพี่ชายคนที่สามที่เป็นพ่อของเด็กแฝดที่แสนน่ารักนี้
“ตอนนี้มีป้ายชื่อที่แขน เดี๋ยวกลับบ้านคงต้องใส่ด้ายหรืออะไรที่ข้อมือคนหนึ่ง จนกว่าจะหาจุดแตกต่างของทั้งคู่ได้นั่นแหละ”
เขาอยู่พูดคุยกับพี่ชายและพี่สะใภ้ทั้งสามอีกครู่หนึ่งก็ขอตัวกลับ อ้างว่ามีคุยงานกับผู้ใหญ่ต่อ แล้วรีบเข้ามาหาแม่ของลูกในห้องพักคนไข้แบบวีไอพีทันที
