บทที่ 4 แก้ตัว
อัณณา ขับรถมาที่บ้านหลังใหญ่ชานเมือง หลังจากที่ออกจากห้องของเขามาแล้ว เธอไปจอดรถสงบสติอารมณ์อยู่ที่สวนสาธารณะเพื่อทบทวนความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่นาน ก่อนตัดสินใจขับรถกลับบ้านอีกครั้ง
“อ้าว ยัยอัณณ์ กลับมาซะบ่าย นี่เมื่อคืนแกไปนอนที่ไหนมา อย่าบอกฉันนะว่าไปนอนกับผู้ชายมาน่ะ นี่แกหัดใจแตกตั้งแต่เมื่อไหร่ เลิกกับตาตุลย์ก็เพราะแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ใช่ไหม”
ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาบ้าน แม่เลี้ยงของเธอก็ส่งเสียงดังทันทีจนพ่อของเธอที่กำลังนั่งอ่านหนังสือต้องเดินออกมาดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น
“มีอะไรกัน อ้าวยัยอัณณ์ จะไปไหนลูก”
“ไปไหนล่ะคะคุณ เพิ่งกลับมานี่แหละ หายไปทั้งคืน ไม่รู้ไปใจแตกที่ไหน แบบนี้ไง ตาตุลย์ถึงได้ทิ้ง”
“อัณณ์ไปนอนที่คอนโดมาค่ะ นี่ก็กลับมาเอาของเพิ่ม ต่อไปจะไม่ค่อยได้กลับบ้านแล้วนะคะพ่อ”
เธอจำต้องโกหกคำโต เพราะจะให้พ่อของเธอรู้เรื่องที่เธอไปทำตัวเหลวไหลแบบนั้นไม่ได้ และอีกอย่างเธอก็ตั้งใจจะกลับมาเอาข้าวของจำเป็นส่วนที่เหลือ เพราะเธอกำลังจะออกไปอยู่เองที่คอนโดกลางเมือง มันสะดวกต่อการเดินทางไปทำงานมากกว่า และอีกอย่าง เธออยากออกไปจากบ้านหลังนี้ ออกไปจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ และอยากไปจากแม่เลี้ยงและพี่สาวต่างสายเลือดของเธอ ที่คอยสร้างบาดแผลในจิตใจให้เธอเสมอมา
“ไปเถอะลูก ถ้าว่างก็กลับมาเยี่ยมพ่อบ้าง”
พ่อของเธอรู้ดี ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอต้องเจอกับอะไรมาบ้าง แต่พ่อก็รักและเกรงใจผู้หญิงคนนั้นมาก จนไม่สามารถปกป้องเธอจากแม่ลูกคู่นั้นได้ ได้แต่บอกให้เธออดทนและอย่าคิดอะไรมาก แต่เธอจะไม่คิดอะไรมากได้อย่างไร เมื่อสิ่งที่พี่สาวต่างสายเลือดของเธอทำ มันรุนแรงขึ้นทุกที โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของเธอขาดลงจนต้องตัดสินใจออกจากบ้านและทิ้งพ่อไป
เธอเก็บของจำเป็นของตัวเองอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่เธอกำลังขนของใส่รถของเธอเอาไว้ ก็มีเสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“อัณณา ขนของจะไปไหนครับ”
เธอค่อยๆ หันหลังกลับไปตามทางของต้นเสียง ก็เจอกับชายหนุ่มรูปหล่อที่เธอคุ้นเคยดี เพราะเขาคือพี่ชายข้างบ้านที่เธอรู้จักมาตั้งแต่เด็ก และคบหากันในฐานะคนรักถึงเจ็ดปี แต่สุดท้ายก็ต้องจบลง เพราะพี่สาวต่างแม่ของเธอคนนั้น
“พี่ตุลย์”
เธอมองเขาด้วยแววตาสั่นระริก ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว แต่เรื่องนั้นมันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ในวันเกิดปีที่ 25 ของเธอ เธอนัดทานข้าวกับเขา คนรักของเธอที่คบกันมา 7 ปี เมื่อเลิกงานก็รีบกลับมาที่บ้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอเดินขึ้นบ้านที่เงียบและมืดสนิท เพราะพ่อกับแม่เลี้ยงของเธอไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ทันทีที่เดินผ่านห้องของพี่สาวต่างสายเลือด ประตูที่เปิดอ้าเสียกว้างทำให้เธอถึงกับตาเบิกค้าง เมื่อมองเข้าไปภายในห้องที่เปิดไฟสว่างจ้า หนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังโยกขย่มกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
อัณณายกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ กำลังจะหันหลังหนีจากภาพอุจาดตาตรงหน้า แต่รอยสักบนแผ่นหลังของชายหนุ่มคนนั้นมันช่างคุ้นตาเหลือเกิน
“พี่ตุลย์”
เสียงร้องด้วยความตกใจของเธอ ทำให้หนุ่มสาวที่กำลังโยกขย่มกันอย่างเมามันตกใจผละออกจากกัน ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า ในขณะที่พี่สาวต่างสายเลือดหยิบผ้าห่มขึ้นมาปิดบังร่างกาย ลุกขึ้นนั่งที่กลางเตียงแล้วส่งสายตาเย้ยหยันมาทางเธอ
ชายหนุ่มคนนั้น เมื่อใส่เสื้อผ้าเสร็จก็รีบตรงมาจับแขนทั้งสองข้างของเธอและละล่ำละลักพูดคำแก้ตัว
“อัณณ์ พี่ขอโทษ มันไม่ใช่แบบนั้น ฟังพี่ก่อนนะครับ”
เธอดึงแขนทั้งสองข้างของเธอออกจากมือของเขา ก่อนถอยหลังหนีเขาไปสองก้าว แต่เขาก็ตามมาดึงมือเธอเข้าไปกุมไว้อยู่ดี
“อัณณ์ ฟังพี่ก่อน นะครับ พี่อธิบายได้”
“อธิบายเหรอคะ พี่สองคนกำลังทำอะไรกันอยู่ อัณณ์เห็นกับตา พี่ยังต้องอธิบายอะไรอีก มันกี่ครั้งแล้ว พี่ทำแบบนี้ลับหลังอัณณ์มากี่ครั้งแล้ว”
หญิงสาวพยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขา น้ำตาไหลอาบแก้ม เจ็บปวดในหัวใจเหลือเกิน พี่ชายข้างบ้านที่แสนดี ที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นคนรัก เขาไม่เคยนอกใจ ไม่เคยเจ้าชู้ เป็นผู้ใหญ่และให้ความอบอุ่นหัวใจแก่เธอเสมอ แต่ตอนนี้ เขากลับเป็นคนที่ทำร้ายเธออย่างเลือดเย็น
“อัณณ์ อัณณ์ไม่ใช่นะ พี่แค่พลาด อัณณ์ พี่ขอโอกาส พี่จะไม่ทำให้อัณณ์เสียใจอีก ขอร้อง”
“หึ พลาดเหรอ พี่ขึ้นมานอนกับเขาถึงที่ห้อง พี่บอกว่าพี่พลาดเหรอ พอกันที พี่อยากได้ผู้ชายของอัณณ์มากใช่ไหม พี่มินนี่ พี่เอาไปเลย อยากได้อะไรของอัณณ์พี่เอาไปให้หมด แต่อย่าให้ถึงทีของอัณณ์บ้างนะ”
เธอสะบัดมือออกจากเขาอย่างแรง แล้ววิ่งกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง เธอขังตัวไว้ในนั้นหนึ่งวันหนึ่งคืน ไม่ยอมออกมาเจอหน้าใคร สุดท้ายก็ตัดสินใจจะไปจากที่นี่ ที่ที่มีแต่คนเกลียดเธอ
สองวันต่อมา พ่อกับแม่เลี้ยงของเธอก็กลับมาจากท่องเที่ยว เธอเลยจำเป็นต้องออกจากห้องมาร่วมโต๊ะทานข้าวด้วยความจำใจ เธอไม่อยากเห็นหน้าของพี่สาวต่างสายเลือดของเธอเลยจริงๆ
“มินนี่ ละครเรื่องใหม่จะลงจอเมื่อไหร่ลูก”
มนสิชา มารดาของ มินตรา หรือมินนี่ นางเอกดาวรุ่งพุ่งแรงที่ตอนนี้มีกระแสเป็นคู่จิ้นคนใหม่ของ ปุณณัตถ์ เอ่ยถามลูกสาวสุดที่รัก เธอมักคอยเปรียบเทียบและพยายามข่มอัณณาให้ด้อยกว่าลูกสาวของเธอเสมอในทุกเรื่อง
“เกือบๆ เดือนได้มั้งคะแม่ ตอนนี้ก็เร่งถ่ายกัน ใกล้ปิดกล้องแล้วค่ะ”
“แล้วลูกกับโปรด ตกลงว่าคบกันตามข่าวหรือเปล่า แม่สนับสนุนนะ บ้านเขารวยมาก ทำธุรกิจหมื่นล้าน วันหนึ่งพอไม่ได้ทำงานในวงการก็ต้องไปนั่งแท่นบริหารอยู่ดี โก้จะตาย ทั้งหล่อทั้งรวยมหาศาล”
“มินนี่ก็อยากคบนะคะ แต่พี่โปรดเขาไม่ชอบผูกมัด แล้วตอนนี้ก็กลัวจะเสียคะแนนนิยมด้วยค่ะ คนกำลังรุ่ง เลยไม่อยากมีแฟน”
“ไม่ได้สิ ลูกจะยอมเป็นคู่นอนให้เขาเฉยๆไม่ได้นะ แม่ไม่ยอม”
“คู่นอนอะไรกันคะแม่ เราแค่ยังไม่เปิดตัวเฉยๆ ยังไงพี่โปรดก็หนีมินนี่คนนี้ไม่พ้นหรอกค่ะ เพราะคนอย่างมินนี่ อยากได้อะไรก็ต้องเอาให้ได้”
ดวงตาที่ตกแต่งมาอย่างดีมองไปที่น้องสาวต่างสายเลือดอย่างเย้ยหยัน ตั้งแต่เล็กจนโต เธอคนนี้ต้องพยายามแย่งทุกอย่างมาจากอัณณา ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันมีอะไรดี ถึงได้ทุกอย่างไปอย่างง่ายๆ เธอเองต้องพยายามแทบตายในทุกๆ เรื่องกว่าจะได้มา ชีวิตปากกัดตีนถีบจนแม่ได้มาแต่งงานอยู่กินกับพ่อของมัน เธอได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่ มีทุกอย่างพร้อม แต่เธอก็ยังแพ้มันในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการเรียน หรือแม้แต่เรื่องผู้ชายที่แสนจะเพอร์เฟกต์ข้างบ้าน ที่เธอแอบรักเขาตั้งแต่แรกเห็น แต่เขาไม่เคยให้ความสำคัญกับเธอ ไม่เคยชายตาแลเธอเลย แม้ว่าเธอจะสวยกว่านังนั่นมากมายขนาดไหน
หลายปีมานี่ เธอพยายามแทบตายให้เขาหันมามองที่เธอบ้าง แต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้ง จนวันหนึ่งที่คงจะทนความเล่นตัวของนังนั่นไม่ได้อีกต่อไป ถึงตกหลุมพรางและเคลิบเคลิ้มไปกับเธอ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงเรียกร้องให้เขารับผิดชอบ แต่ตอนนี้ เธอมีผู้ชายที่ทั้งหล่อ ทั้งร่ำรวย และสุดแสนจะเพอร์เฟกต์อย่างปุณณัตถ์อยู่แล้ว แม้เขาจะไม่ยอมคบหากับเธอออกหน้าทั้งๆที่ก็แอบลักลอบมีความสัมพันธ์กันมาหลายครั้งแล้วก็ตาม
