บทที่ 1 1
เลิก คือคำสั้น ๆ ที่พูดเบา ๆ ก็สามารถทำให้คนฟังเจ็บได้ อารีรัตน์ก็รู้สึกเช่นนั้น
การแต่งงาน มีลูก และอยู่ด้วยกันมาหลายปีไม่ได้การันตีว่าชีวิตคู่ของเราจะยืนยาวตลอดไป ประโยคนี้เธอเคยได้ยินและได้เห็นจากชีวิตคู่ของใครหลาย ๆ คน แต่ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับชีวิตคู่ของเธอ
เมื่อคำว่าครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการและเขาต้องการอิสระของตัวเองคืน เธอก็จะยินดีคืนให้แม้ต้องส่งคืนไปด้วยหัวใจที่แตกสลายก็ตาม...
:
:
เสียงเจื้อยแจ้วดังระงมไปทั่วร้านพิซซ่าฟอร์ซ่า ร้านพิซซ่าเปิดใหม่และกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ ด้วยความที่ร้านมีพื้นที่ใหญ่โตสามารถรองรับลูกค้าได้เป็นจำนวนมากและมีพื้นที่จัดเป็นส่วนของเด็กเล็ก มีของเล่นและเครื่องเล่นที่ได้มาตรฐาน ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนมากจะเป็นกลุ่มครอบครัวตั้งแต่สามคนไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่
และเพราะร้านพิซซ่าฟอร์ซ่ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ พิซซ่าอร่อย ขนมหวานหลากหลาย มีแอลกอฮอล์นำเข้าและร้านกำลังมาแรง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คุณพ่อดีเด่นอย่างเขา จะเหมาทั้งร้านเพื่อจัดงานวันเกิดให้ลูกสาวสุดที่รัก
อินทัช จัญญาภิวัฒน์ หรือ โอบ เขาเป็นเจ้าของธุรกิจนำเข้าและส่งออกเครื่องหอม น้ำมันหอมระเหยสำหรับทำสปา อายุ 32 ปี เป็นหนุ่มหล่อไฟแรงสถานะแน่นอนว่าไม่โสด เพราะวันนี้เขาคือคุณพ่อที่จัดแจงเหมาร้านพิซซ่าเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานวันเกิดให้ลูกสาว
“ปะป๊า น้องอันหิวน้ำค่ะ” ลูกสาวตัวน้อยรีบวิ่งมาเกาะขาคุณพ่อของเธอพร้อมส่งสายตาออดอ้อนน่ารัก
เด็กหญิง อันนา จัญญาภิวัฒน์ หรือ น้องอันนา อายุ 3 ขวบ น้องอันนาเป็นเด็กน้อยช่างพูดช่างจา นิสัยติดไปทางขี้เล่นและขี้งอน น้องอันนาเป็นเด็กน่ารักมีอัธยาศัยดีและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย เธอไม่ค่อยกลัวใครและชอบแบ่งปันขนมกับของเล่นให้เพื่อนที่มาเล่นด้วยกันเสมอ เห็นแววเป็นเด็กชอบเข้าสังคมแต่เล็กเลยทีเดียว
“แล้วคุณแม่ละครับน้องอัน” อินทัชย่อตัวลงแล้วอุ้มลูกสาวขึ้นมา หอมแก้มกลม ๆ ไปหนึ่งฟอดใหญ่ก่อนจะจัดการปาดเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั่วใบหน้าและศีรษะของอันนา เช็ดเหงื่อให้ลูกสาวไปสายตาก็เลื่อนไปสบเข้ากลับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอเดินยิ้มสวยตรงเข้ามาหาเขาและเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น แม่ของลูก
“น้ำอยู่นี่ค่ะน้องอัน”
“คุณแม่มาแล้ว” อันนาฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจพร้อมยื่นมือไปรับแก้วน้ำที่คุณแม่ของเธอนำมาให้ ยกขึ้นดื่มด้วยท่าทางที่สดชื่นสุด ๆ ก่อนจะดิ้นขลุกขลักเล็กน้อยเหมือนต้องการจะบอกคุณพ่อว่าเธออยากกลับไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ต่อแล้ว
อินทิชก็ไม่ได้ขัดใจเขายอมปล่อยตัวลูกสาวลง ยืนมองจนเห็นว่าอันนาวิ่งเข้าไปร่วมกับกลุ่มเพื่อนของเธอแล้วจึงหันมามองหน้าภรรยาด้วยสายตานิ่งเฉย สายตาที่อีกคนเริ่มสัมผัสได้ถึงความเฉยชาของเขามาระยะหนึ่งแล้วเพียงแต่...เธอเลือกที่จะทำเป็นไม่เห็น
อารีรัตน์ อนันต์ธนะเดช หรือ เอิร์น อายุ 29 ปี เป็นหญิงสาวหน้าตาสวยหวาน มองแล้วเหมือนกำลังมองขนมเค้กที่ถูกทำขึ้นอย่างพิถีพิถัน น่ากิน อินทัชมักจะเปรียบเธอแบบนั้นตลอด และที่เขาคิดก็ไม่ได้เกินจริงเพราะเธอถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี เลี้ยงดูประดุจลูกคุณหนูแต่อารีรัตน์ไม่เคยทำตัวเอาแต่ใจเลย เธอก็คือผู้หญิงปกติทั่วไปคนหนึ่งที่เติบโต มีความรัก แต่งงานและเลี้ยงลูก
“วันนี้ลูกของเรามีความสุขมากเลยค่ะพี่โอบ”
เธอเริ่มบทสนทนากับสามีก่อนเพราะเห็นว่าเขายังมองหน้าเธอนิ่งแต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ สายตาของเขามีบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น อะไรบางอย่างที่อารีรัตน์รู้สึกได้ ว่าเป็นเรื่องที่สร้างความหนักใจให้กับสามีของเธอแต่มันแย่ตรงที่เธอไม่รู้ว่าจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร
“อืม” มีเพียงแค่นั้นที่อินทัชตอบกลับไป สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทอดสายตามองไปยังลูกสาวตัวน้อยแล้วค้างสายตาไว้ตรงนั้นเพียงครู่ เมื่ออินทัชตัดสินใจอะไรบางอย่างได้เขาจึงหันกลับมาหาอารีรัตน์
“เอิร์น พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย” อินทัชเอ่ยบอกแล้วออกเดินผ่านหน้าภรรยาของตัวเองไป ก่อนจะหันมาพูดกับเธออีกครั้งว่า
“ตามลำพัง”
“ค่ะ พี่โอบ” แม้อารีรัตน์จะเกิดความสงสัยขึ้นในใจแต่ก็ยอมเดินตามหลังสามีของเธอไป โดยไม่ลืมหันไปส่งสายตาบอกมินตราเพื่อนสนิทของเธอที่วันนี้ใจดีมาช่วยดูแลเด็กๆ ในงานวันเกิดอันนาด้วย ซึ่งเพียงสบตามินตราก็พยักหน้าตอบรับให้อารีรัตน์รู้ ว่าเธอจะคอยมองอันนาให้เองไม่ต้องเป็นห่วง
เมื่อเห็นดังนั้นอารีรัตน์จึงสบายใจขึ้นและเริ่มเดินตามหลังอินทัชไปเงียบ ๆ เธออยากก้าวให้เร็วกว่านี้เพื่อจะได้ขึ้นไปเดินข้าง ๆ สามี แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งเธอก้าวยาวมากขึ้นเท่าไหร่ก็เหมือนกับว่าเขาก้าวห่างจากเธอมากขึ้นเท่านั้น จากที่อยากเดินเคียงข้างอารีรัตน์ขอยอมแพ้แล้วเดินตามหลังเขามาเรื่อย ๆ จนในที่สุดอินทัชก็พาเธอเดินออกไปยังหลังร้าน พื้นที่ตรงนี้ปลอดคนและมีเพียงลังกระดาษวางอยู่เท่านั้น
