บทที่ 12 12

“คงไม่รีบร้อนจะหาผัวใหม่หรอกมั้ง” แก้วเหล้าในมือถูกวางลงบนโต๊ะ หัวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ไม่ได้มีแค่เขาที่โสด เพราะอารีรัตน์ก็โสดเหมือนกัน

“ก็ไม่แน่นะมึง เมียเก่ามึงยังสาวและโคตรสวย ผู้ชายสมัยนี้เขาไม่สนใจหรอกว่าจะมีลูกติดหรือเปล่า ถ้าคนมันชอบก็คือชอบ จีบแม่แถมลูกโดยไม่ต้องเสียเวลามาปั๊มใหม่ไงมึง มีแต่จะเอาเพิ่ม” ชัชชัยพูดไปตามที่เขาเห็นในสังคมสมัยใหม่

“เหอะ พูดอย่างกับมึงก็สนใจผู้หญิงที่มีลูกติดอย่างนั้นแหละไอ้ชัช” เป็นโสดอะดีที่สุดแล้ว เขาผ่านการมีครอบครัวมาละเลยรู้ดีไง ว่าไม่มีอะไรจะดีเท่ากับอิสระในการใช้ชีวิต

“ก็เคยคิดเหมือนกันมึง ทุกวันนี้ผู้หญิงเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกันเยอะขึ้น และคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวก็มักจะดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอเพื่อตอกหน้าผู้ชายให้รู้ว่า ต่อให้ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังก็สวยได้ ทำให้ผู้ชายที่มองไม่เห็นค่าในความดีของเธอต้องรู้สึกเสียดาย ขนาดกูที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งแล้วได้เจอคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเก่ง ๆ สวย ๆ กูยังรู้สึกเสียดายแทนผู้ชายคนนั้นที่ทิ้งของดีเลยมึง”

“เหรอ ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ได้เสียดายเหมือนที่มึงคิดก็ได้นะชัช” ในเมื่อไม่ต้องการแล้วจะมารู้สึกเสียดายทำไมวะ อินทัชคิดค้านคำพูดของชัชชัย เลิกก็คือการตัดสินใจอย่างดีแล้วไงไม่จำเป็นต้องมานั่งเสียดายทีหลังอีก ถ้ายังเสียดายแล้วจะเลิกทำไม

“พูดงี้แปลว่ามึงไม่เสียดายน้องเอิร์นเลยใช่ปะ ถ้ามีหนุ่มหล่อรวยกรวยใหญ่มาจีบน้องเอิร์นมึงก็จะไม่รู้สึกอะไรแน่นะ”

“กูไม่เสียดายอะไรทั้งนั้นโว้ย ขอแค่ไอ้ผู้ชายคนนั้นมีดีพอที่จะเลี้ยงเอิร์นและเข้ากับอันนาได้ กูก็โอเคหมด” อินทัชพูดเหมือนไม่ได้คิดอะไร ไม่คิดเลยจริง ๆ แต่มือกำแก้วเหล้าแน่นมาก

“แล้วดีพอในความหมายของมึงคือแบบไหนวะ แบบไหนที่เรียกว่าดี” ชัชชัยลุ้นกับคำตอบของอินทัช เขาเองก็ไม่ใช่คนที่ดีอะไรและทุกคนล้วนมีดีและไม่ดีปะปนกัน

“แบบกูไง” ตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดแล้วก็ยกแก้วเหล้าที่บีบเกือบร้าวขึ้นมาดื่มต่อ

“เหรอ ฮ่า ๆ โทษทีนะที่กูขำ” ชัชชัยอดขำพรวดออกมาไม่ได้ จะพูดว่าไงดีละ เขาคิดว่าเพื่อนของเขากำลังเยินยอตัวเองมากเกินไปหน่อย

“ขำอะไรของมึงวะ นี่กูพูดจริง ๆ นะ ไม่มีใครดีสำหรับเอิร์นได้เท่ากูอีกแล้ว” ตั้งแต่เด็กก็ไม่เห็นจะมีผู้ชายคนไหนที่ดูจะเป็นคนดีในสายตาของอินทัช เพราะเหตุนี้ไงเขาถึงยอมเสียสละตัวเองมาแต่งงานกับอารีรัตน์

“ถ้ามึงดีนักแล้วขอเลิกกับเขาทำไมวะ”

“เอ้า ก็กูไม่ได้รักเอิร์นไงมึง คนขอเลิกมันก็จะมีกี่เหตุผลกันวะ แล้วกูก็บอกเอิร์นดี ๆ กูไม่ได้นอกใจหรือทำเรื่องเลว ๆ แล้วถึงมาขอเลิกเว้ย”

“เออครับ มึงมันคนดี ประเสริฐจนยากจะหาชายใดมาเทียบได้ แล้วมึงได้ถามเขาไหม”

“ถามอะไรวะ”

“มึงเคลมว่าตัวเองเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับน้องเอิร์น แล้วมึงได้ถามเขาไหมว่าในสายตาของเอิร์นมึงดีขนาดนั้นหรือเปล่า กูว่านะตอนนี้น้องเอิร์นคงมองว่ามึงเหี้ย...”

“เฮ้ย ไอ้ชัช มึงหลอกด่ากูเหรอ”

ไอ้เพื่อนเวร คนกำลังเคลิ้มและหลงใหลไปกับความดีในความคิดของตัวเองอยู่ แต่ไอ้นี่มันมาพูดซะความดีที่อินทัชคิดกลายเป็นคนเลวขึ้นมาทันที

“กูไม่ได้หลอกด่า แต่ด่าเลย คนดีที่ไหนมันถึงได้ทิ้งลูกทิ้งเมียวะ น้องเอิร์นก็ดูแลมึงอย่างดีและลูกมึงก็กำลังน่ารักแต่มึงดันขอเลิกได้ลงคอ ถ้ากูเป็นน้องเอิร์นก็คงไม่มองว่ามึงดีหรอกว่ะไอ้โอบ เป็นกูนะจะหาผัวใหม่ที่ดีกว่ามึง กูบอกเลยนะ คนอย่างมึงแม่งไม่ใช่คนดี”

“ไอ้เชี่ยนี่ มึงยังอยากเป็นเพื่อนกูอยู่ไหมไอ้ชัช” มันพูดจาไม่เข้าหูหลายครั้งแล้วนะ แม่ง!

“แหมมึง ทำมาขึ้นนะ” พูดจี้ใจดำหน่อยทำเป็นสร่างเมานะมึงไอ้โอบ

“กูแค่เลิกกับเอิร์นแต่กูไม่ได้ทิ้งลูก” เขาตั้งใจทำมาเองกับมือจะทิ้งได้ยังไง อันนาคือสิ่งล้ำค่ามากที่สุดของเขา ไม่ได้รักแม่ของลูกแต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่รักลูก ใครมันจะไม่รักลูกของตัวเองวะ

“กูกลับละ ค่าเหล้าเก็บบิลมาให้กูด้วยเดี๋ยวกูเลี้ยงเอง ฉลองชีวิตโสดของกู”

อินทัชพูดไว้แค่นั้นแล้วลุกจากเก้าอี้ เดินโซซัดโซเซเล็กน้อยเพราะวันนี้เขาดื่มหนักกว่าปกติ หอบร่างของตัวเองจนเดินมาถึงรถ เปิดประตูเข้าไปนั่ง เปิดแอร์ให้เย็นๆ หน่อยเพราะรู้สึกหัวร้อนนิด ๆ กับคำพูดของชัชชัย ปิดเปลือกตาลง อินทัชตั้งใจว่าจะของีบสักหน่อยเพื่อให้อาการเมาของตัวเองดีขึ้นเพราะตอนนี้เขาขับรถไม่ได้ มึนหัวขนาดนี้ขับออกไปถ้าไม่ตายก็โดนด่านดักอยู่ดี

วันรุ่งขึ้น

“โอ๊ย ปวดหัวโว๊ย” เสียงอวดครวญดังขึ้นพร้อมดวงตาทั้งสองข้างค่อย ๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งช้า ๆ อาการปวดศีรษะอย่างหนักเป็นผลพวงจากการที่อินทัชดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดไปเมื่อคืน ร่างกายของเขาถึงได้รู้สึกหนักอึ้งเหมือนวิญญาณยังไม่กลับเข้าร่าง ดวงตาทั้งสองข้างตื่นแล้วแต่สติสัมปชัญญะยังไม่เข้าที่เข้าทาง ยังมึนแต่ก็พอรู้ว่าทั้งคืนเขานอนอยู่บนรถและยังจอดหน้าผับที่เดิม

“ฉิบหายละ!” ฉิบหายมากจริง ๆ เมื่อหน้าของลูกน้อยโผล่เข้ามาในหัว เป็นใบหน้าของอันนาที่ทำหน้างอนและจะทำหน้าแบบนี้ทุกครั้งที่เจ้าตัวเล็กงอนปะป๊า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป