บทที่ 2 2
“พี่โอบมีอะไรหรือเปล่าคะ เอิร์นเห็นพี่โอบทำหน้าเครียด ๆ มาหลายวันแล้ว” เป็นอีกครั้งที่เธอเริ่มถามเขาออกไปก่อนและที่ถามก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วงทั้งนั้น
“คือพี่...”
มีสิ เขามีเรื่องเครียดที่เกี่ยวกับเธอโดยตรงเลยละ และที่อินทัชทำตัวตึง ๆ ใส่เธอมาหลายวันก็เพราะเขาพยายามคิดหาคำพูดดี ๆ ที่จะพูดออกไปแล้วสร้างความเจ็บปวดให้อารีรัตน์น้อยที่สุด กว่าเขาจะหาคำพูดได้มันไม่ง่ายเลยนะแต่พอถึงเวลาที่จะต้องพูดจริง ๆ มันกลับยากยิ่งกว่าการคิดไปเยอะมาก
“พี่โอบเครียดเรื่องงานใช่ไหมคะ ระบายให้เอิร์นฟังได้นะ เอิร์นพร้อมช่วยพี่โอบคิดทุกอย่างเลยค่ะ”
อารีรัตน์รีบเสนอตัวด้วยความยินดีเธอพร้อมอยู่ข้างเขาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เธอเลือกผู้ชายคนนี้เป็นสามีแล้วและเธอรักเขามานานมาก ๆ ความรักที่เธอมีต่ออินทัชไม่เคยลดน้อยลงและอารีรัตน์ตั้งใจไว้แล้ว ว่าเธอจะเป็นภรรยาที่ดีของเขา นอกจากงานบ้านแล้วเธอจะต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้สามีด้วย
“ขอบใจนะเอิร์น แต่ไม่ใช่เรื่องงาน”
“แล้ว เรื่องอะไรเหรอคะ” พอเขาบอกว่าไม่ใช่เรื่องงาน หัวคิ้วเรียวสวยก็เริ่มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
“พี่อยากเลิก...” อินทัชพูดออกมาในที่สุด เขาพูดออกมาเพียงเท่านั้นแล้วค้างไว้เพื่อต้องการสังเกตปฏิกิริยาของอารีรัตน์ เธอยังคงมองหน้าเขาด้วยดวงตาทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
“เลิก พี่โอบหมายถึงเลิกอะไรเหรอคะ?” หรือว่าเขาหมายถึงอยากให้งานวันเกิดของลูกผ่านไปโดยเร็วหรือเปล่า อารีรัตน์คิดแบบนั้นเพราะปกติแล้วสามีของเธอไม่ชอบอยู่ในที่ที่ต้องมีคนแออัดเยอะ เขาถึงได้ยอมเหมาร้านพิซซ่าเพื่อที่จะได้เชิญแขกมางานวันเกิดลูกได้ในจำนวนที่อินทัชพอใจจะให้มาเท่านั้น
“ถ้าเป็นงานเลี้ยงวันนี้ รออีก 15 นาทีนะคะพี่โอบ เดี๋ยวก็ได้เวลาเป่าเค้กวันเกิดของอันนาแล้วค่ะ”
“พี่ไม่ได้หมายถึงงานวันเกิดของลูก”
“ถ้าไม่ใช่งานวันเกิดของลูก แล้วพี่โอบหมายถึงอะไรเหรอคะ”
อินทัชมองลึกเข้าไปในดวงตาของอารีรัตน์และมองสำรวจไปทั่วดวงหน้าหวานของเธอ ใบหน้าที่มองมุมไหนก็น่ารักและเคยทำให้เขาพอใจและรู้สึกโชคดีที่ได้เมียสวย แต่บางทีความสวยและแสนดีก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับอินทัช
“พี่อยากเลิกกับเอิร์น”
“...คะ?”
ไม่รู้ว่าหูดับไปแล้วหรือว่าอะไรแต่อารีรัตน์ขอให้สิ่งที่เธอได้ยินนั้นก็แค่หูฝาดไป เธอพยายามคิดแบบนั้น แต่แล้วก็เป็นคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอที่ยืนยันสิ่งที่เธอได้ยินออกมาอีกครั้งจากปากของเขาเอง
“พี่ต้องการเลิกกับเอิร์น พี่ไม่อยากใช้ชีวิตแบบครอบครัวกับเอิร์นอีกแล้ว”
“พี่โอบ อะ เอิร์นไม่เข้าใจ”
“เอิร์นเป็นคนฉลาดนะ กับเรื่องแค่นี้ไม่น่าเข้าใจยาก” เขาไม่ได้จะว่าอะไรเธอ แต่อินทัชรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เธอยังทำหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
รู้ไหมว่ากว่าเขาจะทำใจกล้าที่จะทำร้ายความรู้สึกของเธอเขาต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหน ถ้าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่น่ารักสักนิดเขาก็คงทำเรื่องนี้ได้ง่ายกว่านี้ไปแล้ว แต่เพราะเธอเป็นคนดีไงเขาถึงได้ลำบากใจที่ต้องพูดอยู่เนี่ย แล้วพอพูดออกไปแล้วเธอก็ช่วยเข้าใจความต้องการของเขาเร็ว ๆ หน่อยได้ไหม
“พี่โอบพูดว่าอยากเลิกกับเอิร์น” การที่จะต้องพูดทวนประโยคแสนโหดร้ายนั้นออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอารีรัตน์ เพราะคำว่าเลิกมันเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนขั้วหัวใจของเธอ เคยได้ยินที่เขาพูด ๆ กัน คำว่าเลิก พูดเบา ๆ ก็เจ็บ ซึ่งมันเป็นจริงอย่างที่เขาพูดเพราะตอนนี้เธอกำลังเจ็บอยู่ เจ็บจนชาไปหมด
“ใช่ แต่ถ้าเราจดทะเบียนสมรสกันพี่คงพูดว่าขอหย่า ก็ยังดีที่เราไม่ต้องไปยุ่งยากเรื่องนั้น” หนึ่งในข้อดีของการที่เขาไม่อยากจดทะเบียนสมรสกับอารีรัตน์แต่แรก ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดว่ามันจะกลายมาเป็นแบบนี้ และที่อินทัชไม่อยากจดทะเบียนสมรสก็เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจแต่งงานนั้นคือความคิดที่ถูกต้อง ตอนนั้นคิดแค่ว่าลองแต่งดูก็ไม่เสียหายอะไร
“เอิร์นทำอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ พี่โอบบอกเอิร์นเถอะนะคะ ถ้ามีอะไรที่ทำให้พี่โอบไม่ชอบเอิร์นจะได้ปรับปรุงตัวเอง”
“เอิร์นไม่ได้ทำอะไรผิด พี่แค่ไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว การใช้ชีวิตแบบครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่พี่ต้องการเลยเอิร์น”
เห็นอารีรัตน์เริ่มมีน้ำตาคลอ หัวใจของอินทัชก็กระตุกไหวขึ้นมาทันที เธอน่าสงสารมากแต่เขาจำเป็นต้องทำแบบนี้เพราะเขาไม่อยากฝืนอีกต่อไปแล้ว อารีรัตน์เป็นภรรยาที่ดีเธอไม่ได้บกพร่องต่อหน้าที่เลยแม้แต่น้อย แต่ก็นั่นแหละเขาไม่ได้พอใจกับสิ่งที่มีอยู่ เขาไม่ได้มีความสุขกับการมีครอบครัวเลยสักนิดเดียว
