บทที่ 10 ตอนที่ 10 หงุดหงิดใจ
หลังพราวฟ้าแยกย้ายจากเพื่อนรักของตัวเอง เธอก็รีบขับรถจากห้างกลับมาที่บ้านเพื่อเตรียมอาหารเย็นให้กับอคินดั่งเช่นทุกวัน
ร่างเพรียวเดินถือกระเป๋าเข้าไปภายในบ้านที่เงียบสงัด อคินยังคงไม่กลับบ้าน พราวฟ้าถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่เพื่อระบายความอัดอั้นภายในใจ
เธอเดินตรงไปยังห้องครัวของบ้านไม่รอช้า เพราะวันนี้เธอกลับมาช้ากว่าปกติ เนื่องจากติดเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือน
ร่างบางยืนปอกหอมหัวใหญ่ด้วยแววตาเหม่อลอย ภาพอคินเดินเคียงข้างผู้หญิงคนหนึ่งยังติดตาของเธออยู่ เธอเองยอมรับว่าแอบอิจฉาผู้หญิงคนนั้นไม่น้อยที่ได้เดินเคียงข้างอคินแบบนั้น ทั้งที่เธอแต่งงานกับเขา แต่ก็ไม่เคยเดินเคียงข้างเขาเลยสักครั้ง
“ทำอะไร?” เสียงเข้มของอคินเอ่ยทักพราวฟ้า เมื่อเห็นเธอยืนเหม่อทั้งที่ในมือยังจับมีดอยู่ ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาภายในบ้านก็ไม่เห็นเธอเดินออกไปรับเหมือนเช่นเคย ทำให้เขาต้องรีบเดินเข้ามาดูภายในห้องครัวและพบเธอจริง ๆ
“โอ๊ย!!” เสียงเรียกของอคินทำให้พราวฟ้าตกใจ และเพราะเธอไม่ทันระวัง มีดที่อยู่ในมือจึงเฉือนเข้านิ้วเรียวสวยของตัวเอง เลือดสีแดงสดไหลหยดลงบนโต๊ะทำอาหาร
“ไม่ระวัง!!” ร่างสูงของอคินเดินเข้ามาดูพราวฟ้าเป็นอันต้องชะงักเมื่อใกล้ถึงตัวเธอ เขาหยุดชะงักอยู่ตรงหน้าพราวฟ้า ได้แค่ปรายตายืนดูเธอด้วยใบหน้าหงุดหงิด
“ขอโทษค่ะ” เมื่อเห็นใบหน้าหงุดหงิดของอคิน พราวฟ้ารีบกล่าวขอโทษเขาทันที เธอหมุนตัวไปยังซิงก์น้ำล้างมือ ล้างเลือดที่ไหลออกจากนิ้วของตัวเอง แต่คำขอโทษของพราวฟ้ายิ่งทำให้อคินโมโหเข้าไปใหญ่เมื่อคนตัวเล็กทำหน้าจ๋อย
“นี่เธอเรียกร้องความสนใจ?”
“พราวเปล่านะคะ”
“ไม่ต้องทำอาหารเย็นหรอก ฉันกินจากข้างนอกมาแล้ว” ร่างสูงเอ่ยพูดกับพราวฟ้า อคินกำลังจะหมุนตัวกลับ ตาคมหลุบต่ำมองนิ้วเรียวของพราวฟ้าก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องครัวโดยไม่สนใจไยดีเธอ
“ค่ะ” เสียงพึมพำของพราวฟ้าตอบกลับเบา ๆ เธอมองวัตถุดิบทำอาหารตรงหน้า ถอนหายใจปลงกับการกระทำของอคิน ก่อนจะเก็บของทุกอย่างกลับไปไว้ที่เดิม และเดินขึ้นห้องนอนของตัวเอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“พี่คินมีอะไรคะ”
“พรุ่งนี้แม่บอกให้เธอไปงานเลี้ยงที่บริษัทกับฉัน” ใบหน้าสวยงุนงงกับประโยคคำพูดของอคินที่กำลังชวนเธอไปงานเลี้ยงที่บริษัทของเขา ซึ่งเป็นข้อห้ามข้อหนึ่งที่เขาบอกกับเธอเอาไว้ว่า อย่าให้เธอเข้าไปหาเขาที่บริษัทเด็ดขาด
“ให้พราวไปเหรอคะ?”
“พูดมาก!! พรุ่งนี้ก็ไปตามร้านที่แม่บอก” ใบหน้าหล่อเรียบเฉย เมื่อพูดเสร็จเขาหันเดินกลับไปห้องของตัวเองทันที
ดวงตากลมโตทอดมองแผ่นหลังหนาของอคินที่กำลังเดินกลับเข้าห้องตัวเอง มือบางยกขึ้นเกาท้ายทอยของตัวเองอย่างไม่เข้าใจในพฤติกรรมของเขาที่วันนี้เหมือนคนผีเข้าผีออก
@ สตูแต่งหน้าชื่อดัง
พราวฟ้าเดินทางมายังร้านแต่งงานชื่อดังตามที่แม่ของสามีส่งโลเคชั่นให้ ภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหราเรียงรายด้วยชุดราตรีหลากสี
“สวัสดีค่ะคุณแม่” พราวฟ้ายกมือไหว้แม่สามีที่มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ร่างบางเดินเข้าไปหาแม่สามีอย่างนอบน้อม
“มาแล้วเหรอลูก รถติดรึเปล่า”
“นิดหน่อยค่ะ”
“คุณหญิงมินตรา ลูกสะใภ้สวยมากเลยนะคะ” เจ้าของร้านเดินเข้ามาหาแม่ของอคินและพราวฟ้า เสียงเอ่ยชมอย่างจริงใจ ดวงตาเล็กประสานสายตาสำรวจเค้าโครงหน้าสวยของพราวฟ้าอย่างแนบเนียน
“แน่นอนสิคะ”
“แต่งออกมาให้สวยเลยนะซินดี้”
“น้องพราวแต่งยังไงก็สวย ว่าแต่วันนี้ชุดสีอะไรดีคะ”
“พราวอยากใส่สีอะไรลูก” คุณหญิงมินตราหันมาถามลูกสะใภ้ของตัวเองด้วยสายตาเอ็นดูลูกสะใภ้คนนี้ที่หาเองกับมือ
“พี่ซินดี้เลือกให้พราวหน่อยค่ะ พราวยังไงก็ได้”
“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่เลือกให้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” หลังจากที่ได้คำตอบจากพราวฟ้า ซินดี้เจ้าของร้านก็เดินเข้าไปเลือกชุดให้กับพราวฟ้าด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“หนูพราวอยู่กับเจ้าคินเป็นยังไงบ้าง”
“ปกตินี่คะคุณแม่”
“คินเป็นคนใจดีนะพราว แต่เขาแค่แสดงออกไม่เก่ง”
“ค่ะ”
“สักวันคินจะรู้ ว่าหนูไม่ได้เห็นแก่เงิน” พราวฟ้าหันไปมองหน้าแม่สามี เธอภาวนาอยู่ทุกวันขอให้อคินได้รู้ว่าเธอนั้นไม่ได้เห็นแก่เงินตามที่เขาตราหน้าเธอเอาไว้
ชุดราตรีสายเดี่ยวผ่าหน้าลากยาวถึงเท้า ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นเผยให้เห็นลำคอระหง ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับชุดสีน้ำเงินกรมยิ่งขับผิวเธอให้เปล่งประกายยิ่งขึ้น
พราวฟ้าก้าวเดินออกมาจากห้องแต่งตัว ตากลมปะทะเข้ากับตาคมของอคินที่จดจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว อคินมองร่างบางไม่ละสายตา ความสวยของพราวฟ้าสะกดเขาเอาไว้จนพี่ซินดี้ถึงกับกระแอมออกมาเสียงดัง
“อะแฮ่ม!! แหม คุณอคิน จ้องแบบนี้น้องพราวเขาก็เขินแย่สิคะ”
“......” อคินในชุดสูทสีกรม ผมที่ถูกเซตมาอย่างดียืนล้วงกระเป๋ากางเกงไม่ตอบคำถามของเจ้าของร้าน เขาเบนสายตาหนีเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจ้องพราวฟ้านานเกินไป
“ไปได้แล้ว” อคินจ้องมองใบหน้าสวยของพราวฟ้า และพูดออกมาเสียงเข้ม ก่อนจะเดินออกไปรอหน้าร้าน
“พี่คิน พราวขับรถตามไปค่ะ” ร่างบางเดินออกไปหน้าร้านเธอเห็นอคินที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ตาคมตวัดมองร่างบางด้วยใบหน้าหงุดหงิดกับคำพูดของเธอ
“ขึ้นรถ!!”
“แต่พราวขับรถมา”
“ไม่เถียงจะตายไหม” น้ำเสียงติดเหวี่ยงของอคิน ทำให้พราวฟ้าเลิกเถียงเขา และเดินขึ้นรถที่จอดอยู่ตามคำสั่งของเขา โดยมีอคินเดินขึ้นรถตามมาติด ๆ พร้อมกับสั่งให้คนขับรถของแม่ตัวเองที่ส่งมาให้
รถยนต์คันหรูจอดสนิทที่หน้าโรงแรมหรูห้าดาวซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ ร่างบางเดินลงจากรถกวาดตามองโดยรอบบริเวณ
“จะยืนอยู่อีกนานไหม” เสียงแข็งของอคินหันมาต่อว่าพราวฟ้า เจ้าตัวเดินนำเข้าไปภายในงานโดยไม่รอเมียของตัวเองที่รีบเดินตามเข้ามาด้วย
“พี่คิน มาแล้วเหรอคะ ฟาฟารอพี่ตั้งนาน” ยังไม่ทันที่อคินจะก้าวเข้าไปในงาน หญิงสาวในชุดราตรีสีแดงรีบเข้ามาทักทายอคินพร้อมกับใช้มือบางคล้องแขนของเขาอย่างสนิทสนม
“ครับ”
“ฟาฟาไม่มีเพื่อนเลยค่ะ พี่คินช่วยอยู่เป็นเพื่อนฟาด้วยนะคะ” ท่าทางออดอ้อนอคินของฟาฟาอย่างน่ารัก โดยที่อคินไม่แม้แต่จะผลักไสเธอให้ออกห่างจากตัว
การกระทำที่อคินปฏิบัติกับผู้หญิงคนอื่นแตกต่างจากพราวฟ้าสิ้นเชิง และทุกการกระทำของอคินอยู่ในสายตาของพราวฟ้าทั้งหมด
“อ้าว!! เฌอมาแล้วเหรอ” เสียงเข้มของอคินหันไปทักทายหญิงสาวอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาพอดี และผู้หญิงคนนี้เป็นคนเดียวกับที่เดินเคียงข้างอคินในวันนั้น
“ใครเหรอคะพี่คิน” เสียงหวานของฟาฟาเอ่ยถามอคิน แสดงตัวเหมือนเมียของเขาทั้งที่พราวฟ้ายังยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านหลังของสามีตัวเองที่มีแต่ผู้หญิงรายล้อมจนหน้าหงุดหงิดใจ
“เฌอแตมครับ
