บทที่ 12 ตอนที่ 12 หัวร้อน!!
“ไม่ไหวก็ร้องออกมา”
“กรณ์!! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเอง เธอเรียกชื่อเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงดีใจพร้อมกับโผเข้ากอดกรณ์อย่างลืมตัว
“กลับมาเมื่อวาน ไม่คิดว่าจะเจอพราวที่นี่” มือหนาลูบหลังพราวฟ้าเพื่อปลอบประโลมเธอ ตาคมแฝงไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อเห็นน้ำตาของผู้หญิงตรงหน้า
“ทำไมไม่บอกพราว พราวจะได้ไปรับ”
“กรณ์กลับมาหาคุณพ่อแค่อาทิตย์เดียวเอง ว่าแต่พราวมาทำอะไรที่นี่”
“มาร่วมงานไง”
“กับผู้ชายคนเมื่อกี้”
“อ๋อ พี่คิน สามีพราวเอง” กึก!! คำตอบของพราวฟ้าเหมือนมีดกรีดลงกลางหัวใจของเขา ลำคอหนาเหมือนมีก้อนบางอย่างจุกอยู่จนแทบพูดอะไรไม่ออก เขาไม่เคยรู้เลยว่าพราวฟ้าแต่งงานแล้ว
“พราวแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมกรณ์ไม่เห็นรู้เรื่อง”
“เกือบสองเดือนได้”
“ทำไม? พราวไม่บอกกรณ์เลย” เสียงทุ้มเบาหวิวถามกลับพราวฟ้าออกไป ใบหน้าเรียบเฉยของกรณ์ยากจะคาดเดาความรู้สึกของเขาในตอนนี้ ภายในใจยังคงสับสนและตีรวนไปหมดตั้งแต่ได้ยินว่าเธอแต่งงานแล้ว
“พราวไม่ได้บอกใครหรอก ริสากับมะลิก็พึ่งรู้เมื่อวานนี่เอง” มือบางปาดน้ำตาที่ไหลก่อนหน้านี้ลวก ๆ ดวงตาบูดบวมที่ผ่านการร้องไห้มาเมื่อสักครู่
“กรณ์งอนดีไหม”
“โธ่!! กรณ์ อย่างอนพราวเลยนะ พราวเกรงใจทุกคนจริง ๆ” เสียงหวานตอบกลับกรณ์ออกไป มือบางจับแขนแกร่งโยกไปมาเหมือนกำลังออดอ้อนกรณ์อยู่
“เฮ้อ!! อยากงอนก็งอนไม่ลงจริง ๆ”
“ดีมาก เพื่อนรัก” มือบางตบไหล่หนาของกรณ์เบา ๆ เป็นเชิงหยอกล้อ เธอไม่ทันสังเกตรอบบริเวณที่ตัวเองอยู่ จึงไม่ระวังตัว และหยอกล้อเล่นกับกรณ์ เพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชายอย่างลืมตัว
“เป็นได้แค่เพื่อนจริง ๆ งั้นเหรอ” กรณ์เลิกคิ้วเข้มถามพราวฟ้าเป็นเชิงหยอกล้อกลับ แต่จริง ๆ คำถามที่เขาถามออกไปคือความอยากรู้ของตัวเองล้วน ๆ ว่าเขายังพอมีโอกาสไหมที่จะทำให้เธอรักเขาบ้างสักครั้ง
“พูดอะไรไม่เข้าเรื่อง พราวว่าเรากลับเข้าไปในงานกันเถอะ”
“แต่ตาของพราวบวมมากเลยนะ กลับบ้านก่อนไหม” พราวฟ้ารีบเดินไปส่องกระจกที่ติดผนังของโรงแรมเช็กดูสภาพหน้าของตัวเองก็เห็นเป็นจริงดั่งที่กรณ์บอก เธอจึงตัดสินใจส่งข้อความบอกอคินว่าขอตัวกลับบ้านก่อน
“จริงด้วย งั้นพราวกลับบ้านเลยดีกว่า”
“เดี๋ยวกรณ์ไปส่ง”
“ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว” ยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าหล่อของกรณ์อีกครั้ง กรณ์ส่งยิ้มให้กับพราวฟ้าที่ยืนทำหน้าทะเล้นรอให้เขาไปส่งเธอที่บ้าน
กรณ์และพราวฟ้าเดินออกจากงานพร้อมกัน ทั้งคู่เดินเคียงข้างพูดคุยกันสนุกสนานตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือนตั้งแต่พราวกลับมาจากประเทศอังกฤษ
กรณ์คือเพื่อนผู้ชายคนเดียวที่พราวฟ้าสนิทใจด้วย เขาดูแลเธออย่างดีตั้งแต่อยู่อังกฤษ สามารถปรึกษาได้ทุกเรื่อง และกรณ์ยังเป็นอีกคนที่พราวฟ้าไว้ใจที่สุด
พราวฟ้ารับรู้ความรู้สึกดี ๆ ที่กรณ์มีให้มากกว่าเพื่อนมาตลอด แต่เธอไม่เคยคิดกับกรณ์เกินกว่าเพื่อน และไม่เคยคิดจะลองคบกับกรณ์ด้วย เพราะไม่อยากเสียเพื่อนที่ดีแบบกรณ์ไปเพียงแค่เห็นว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดี และเพียบพร้อมทุกอย่าง
“ขอบคุณมากนะกรณ์ที่มาส่ง”
“นี่บ้านพราวเหรอ”
“บ้านพี่คิน บ๊ายบาย ขับรถดี ๆ นะกรณ์” ร่างบางของพราวฟ้าเอ่ยลากรณ์ เธอเดินลงจากรถด้วยชุดราตรี มือบางกำชายกระโปรงของตัวเองเอาไว้ และเดินเข้าบ้านอย่างระมัดระวัง
“พี่คินคะ” อคินที่กำลังก้มมองข้อความของพราวฟ้า คิ้วขมวดกันเป็นปม จู่ ๆ เสียงเรียกชื่อเขาจากฟาฟาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ อคินเงยหน้ามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยคำถาม
“มีอะไร”
“เมียพี่คินสุดยอดจริง ๆ เลยนะคะ?”
“........”
“ตอนมาเธอมากับพี่คิน ส่วนตอนกลับเธอกลับกับผู้ชายอีกคน” คิ้วเข้มของอคินขมวดกันเป็นปมเมื่อได้ยินคำพูดของฟาฟา ที่ทำให้อคินไม่เข้าใจว่าเธอกำลังจะสื่อถึงอะไรกับเขากันแน่
“พูดอะไร”
“งั้นพี่คินดูนี่ค่ะ” ฟาฟายื่นมือถือเครื่องหรูของตัวเอง กดเล่นวิดีโอที่เธอถ่ายเอาไว้ระหว่างเดินไปเข้าห้องน้ำ ภาพวิดีโอเป็นภาพพราวฟ้ากับผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนกอดกัน และเดินออกจากงานพร้อมกัน
“ส่งมาในไลน์”
มือหนากำแก้วไวน์แน่นแทบแหลกคามือ ตาคมแฝงไปด้วยความโมโหเมื่อเห็นภาพที่ฟาฟาเปิดให้ดู ภายในใจร้อนระอุ อคินกัดฟันข่มอารมณ์ของตัวเองจนสันกรามบูด
“ฟาไม่อยากให้พี่คินถูกสวมเขาเหมือนคนโง่นะคะ”
“........” ไม่มีเสียงตอบรับจากอคิน เขาเดินเลี่ยงไประงับอารมณ์เดือดที่อยู่ภายในใจของตัวเอง โดยที่เขาไม่ได้เห็นแววตาและรอยยิ้มร้ายที่ปรากฏบนใบหน้าของฟาฟาอย่างนึกสมน้ำหน้าพราวฟ้า
“คิน เห็นเมียแกไหม”
“ไปกับผู้ชายคนอื่นแล้วครับ”
“ฮะ!! นี่แกพูดอะไรของแก หาเรื่องน้องอีกแล้วเหรอ” แม่ของอคินเหวี่ยงใส่ลูกชายของตัวเองทันที เมื่อได้คำตอบที่ดูใส่ร้ายลูกสะใภ้ของตัวเอง พราวฟ้าไม่ได้มีนิสัยอ่อยผู้ชายไปทั่วเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่อคินเคยเจอมา
“ผมพูดความจริง ผมมีหลักฐานฟ้องหย่าแล้ว คุณแม่อย่ามาห้ามผม”
“คิน นี่แกพูดบ้าอะไร แกเมาเหรอ”
“เปล่าครับ ผมขอตัวกลับเลยนะครับ” ร่างสูงบอกแม่ของตัวเองเพียงเท่านั้น อคินรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องจัดงานด้วยความเร็ว ไม่แม้แต่จะแวะทักทายแขกคนอื่น
“เฌอ ไอ้คิน รีบไปไหนเหรอ” อรรถหันหน้าถามเฌอที่ยืนจิบไวน์อยู่ข้าง ๆ เธอส่ายหน้า เพราะเธอเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขารีบไปไหน
“รีบไปหาเมียมั้ง”
“มันพิศวาสเมียตัวเองด้วยเหรอ”
“พูดอะไรอย่างงั้นอรรถ”
“ก็พูดความจริง” ประโยคกำกวมของอรรถทำให้เฌอแตมเค้นความจริงจากอรรถจนหมดเปลือก รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าสวยที่ถูกแต่งเติมด้วยความสำอางราคาแพง
“นี่พูดเรื่องจริงเหรอ?”
“จริงสิ”
“งั้นฉันก็มีโอกาสน่ะสิ!!”
“เฮ้ย!! อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะเฌอ ฉันเล่าให้ฟังเพราะเห็นเธอเป็นเพื่อนหรอกนะ” ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เข้าปากทำให้การยับยั้งชั่งใจของอรรถลดลง จึงยอมเล่าเรื่องครอบครัวของอคินให้กับเฌอฟัง
“ไม่รู้สิ!! ฉันเป็นพวกอยากได้อะไรก็ต้องได้ซะด้วยสิ!!” เฌอแตมยักไหล่บางให้กับอรรถ ก่อนจะเดินออกจากบริเวณนั้นไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“ตายแน่ ไอ้อรรถ” อรรถสบถกับตัวเองเบา ๆ ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดที่เผลอเล่าเรื่องครอบครัวของเพื่อนรักออกไป
