บทที่ 14 ตอนที่ 14 เพราะเธอคนเดียว
แผ่นอกเปลือยเปล่านอนฟุบบนเตียงในช่วงสายของวัน อคินค่อย ๆ ขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกตัวตื่น มือหนาควานหาบางอย่างบนเตียงนอนด้านข้าง
คิ้วเข้มหมวดเป็นปมเมื่อพื้นที่ว่างด้านข้างว่างเปล่า อคินลืมตาตื่น เขาโฟกัสไปรอบบริเวณห้องนอนของพราวฟ้า ความเงียบภายในห้องนอนแม้กระทั่งห้องน้ำบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าพราวฟ้าไม่ได้อยู่ภายในห้องนอน ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นจากเตียง เอวสอบยังมีผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวอยู่
“ไปไหนวะ?” ผมดกดำชี้ฟูไม่เป็นทรง มือหนายีผมตัวเองเดินออกจากห้องนอนของพราวฟ้า ตาคมกวาดมองชั้นล่างของบ้าน เพราะคิดว่าพราวฟ้ากำลังเตรียมอาหารเช้าอย่างที่เคยเป็น
อคินเดินกลับเข้าไปภายในห้องนอนของตัวเองเพื่อจัดการธุระส่วนตัว ร่างสูงเมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องน้ำเป็นอันต้องชะงัก เมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ดั่งเช่นทุกวัน
“เหอะ!!” เขาเดินเข้าไปภายในห้องน้ำ และจัดการตัวเองให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเดินลงมาจากห้องนอนไปยังห้องครัว
ความว่างเปล่าภายในห้องครัวไม่มีแม้แต่เงาของพราวฟ้า คิ้วเข้มเริ่มขมวดกันอีกครั้ง เขาเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อดูรถยนต์ของพราวฟ้า กลับพบกับความว่างเปล่าเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเธอออกจากบ้านแต่เช้าโดยที่ไม่ดูแลเขาเหมือนเช่นเดิม อารมณ์หงุดหงิดก็พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง
“กล้าท้าฉันอย่างงั้นเหรอ?”
“สวัสดีครับเจ้านาย” ใบหน้าหล่อเรียบเฉยที่ติดหงุดหงิดเดินเข้ามาภายในบริษัท ตลอดทางเดินเข้าบริษัท ใบหน้าไม่รับแขกของอคินทำให้พนักงานต่างพากันหลบให้กับเขา
“เรียกประชุมพนักงานฝ่ายการตลาด” เสียงเข้มเอ่ยบอกกับอานนท์เลขาของตัวเอง น้ำเสียงและท่าทางของท่านประธานทำให้อานนท์ถึงกับลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สันหลังเสียววาบเพียงได้ยินแค่หนึ่งประโยค
“ครับ”
“ครับก็รีบไปสิ!! จะยืนอยู่อีกนานไหม” อารมณ์หงุดหงิดของอคิน สร้างความงุนงงให้กับอานนท์อย่างมาก เขารีบเดินออกจากห้องทำงานเจ้านาย แจ้งข่าวให้กับพนักงานได้ทราบเรื่องประชุม รวมถึงอารมณ์ของเจ้านายตอนนี้ด้วยเช่นกัน
ภายในห้องประชุมแอร์เย็นฉ่ำ พนักงานทุกคนนั่งประจำที่โดยมีท่านประธานนั่งอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้านิ่งจ้องมองโพรเจกเตอร์ที่แสดงถึงแผนงานการตลาด
พนักงานทุกคนนั่งก้มหน้านิ่ง หลังจากเสนองานให้กับท่านประธานได้รับฟัง ความเงียบแผ่คลุมรอบห้องประชุม เสียงกลืนน้ำลายหลายอึกจากพนักงานเมื่อเห็นใบหน้านิ่งจากเจ้านาย
“ทำได้แค่นี้?”
“เออ คือ ว่า”
“ผมให้เวลาคุณไปปรับมาใหม่ภายในครึ่งชั่วโมง ไม่งั้นก็ลาออกไปซะ!!”
“คะ ครับ” น้ำเสียงสั่นเครือจากพนักงานคนหนึ่งตอบกลับท่านประธานที่นั่งอารมณ์เสียอยู่ พนักงานฝ่ายการตลาดทุกคนรีบวิ่งออกจากห้องประชุมเพื่อแก้ไขงานให้ทันตามกำหนดเวลาที่ท่านประธานสั่ง
ภายในห้องประชุมที่มีอคินและอานนท์นั่งรออยู่ ความเงียบปกคลุมชั่วขณะจนอานนท์ถึงกับทนไม่ไหวเอ่ยถามพูดเป็นนายออกไปด้วยความสงสัย
“เจ้านายครับ ผมขอถามอะไรอย่างได้ไหมครับ”
“มีอะไร” อคินเงยหน้าจากหน้าจอไอแพด ตาคมจ้องมองใบหน้าอานนท์เป็นเชิงรอคำถามจากเลขาตัวเอง
“เจ้านายอารมณ์เสียมาจากที่ไหนตั้งแต่เช้าครับ”
“ผมดูอารมณ์เสียงั้นเหรอ?”
“ครับ อารมณ์เสียจนพนักงานกลัวหัวหดกันหมดแล้วครับ” อานนท์เป็นคนเดียวที่กล้าพูดกับอคิน เพียงแค่บางครั้งเท่านั้น เพราะอานนท์ถือได้ว่าสนิทกับอคินพอสมควร ด้วยวัยใกล้เคียงกัน และพวกเขาทำงานด้วยกันมานานจนรู้ใจ
“เปล่า”
“ใกล้จะครบสามสิบนาทีแล้ว ไปตามงาน” อานนท์ออกไปตามงานตามคำสั่งของเจ้านาย ทิ้งให้อคินนั่งอยู่ภายในห้องประชุมเพียงคนเดียว ร่างสูงนั่งครุ่นคิดกับตัวเองถึงอารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นหลังจากตื่นนอน
“เพราะเธอคนเดียว!!” เสียงเข้มพึมพำกับตัวเอง เขานึกถึงใบหน้าสวยของเมียที่หนีหายไปตั้งแต่เช้าแถมยังไม่จัดเตรียมความสะดวกหลายอย่างดั่งเช่นทุกวันที่เคยทำให้กับเขา
วันนี้บริษัทของอคินวุ่นวายไปหมด เนื่องจากท่านประธานเรียกประชุมทุกฝ่ายเหมือนกำลังว่างงาน พนักงานเดินคอตกออกจากห้องประชุมกันให้ควั่ก บ้างก็ทำหน้าเหมือนกำลังร้องไห้ เมื่อเจอท่านประธานในโหมดที่โหดกว่าปกติ
“มีอะไรอีกไหมอานนท์”
“ไม่มีแล้วครับ”
“อืม” เย็นของวันร่างสูงเดินออกจากห้องทำงานของตัวเอง เขารีบขับรถกลับบ้านอย่างรวดเร็วแตกต่างจากทุกครั้งโดยสิ้นเชิง สร้างความงุนงงให้กับเลขาไม่น้อย
อคินขับรถเข้าบ้านเป็นอันต้องชะงัก เมื่อไม่เห็นรถยนต์ส่วนตัวของพราวฟ้าจอดเหมือนทุกวัน อคินยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาต้องขมวดคิ้วเป็นปมอีกครั้ง
ปกติเวลานี้พราวฟ้ามักจะถึงบ้านแล้ว แต่มาวันนี้เขาไม่เห็นแม้แต่เงาเธอตั้งแต่ตื่นมา ร่างสูงขับรถไปจอดที่โรงรถก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านที่เงียบสงบ อคินเริ่มไม่คุ้นชินเมื่อเดินเข้าบ้านมาแล้วพบกับความว่างเปล่า
เพราะปกติพราวฟ้ามักจะออกมายืนรอเขา เพื่อรับกระเป๋าทำงานและเสื้อสูท เสียงเจื้อยแจ้วของเธอที่เขามักจะได้ยินจนรำคาญตอนนี้ช่างเงียบเหงาจนแปลกไปจากเดิม
“ไปไหนวะ?” อคินได้แต่พึมพำกับตัวเอง เขาเดินมานั่งโซฟาห้องรับแขกมือหนากำมือถือเครื่องหรูไว้แน่น จ้องมองอยู่แบบนั้นเหมือนกำลังรอข้อความจากใครบางคน
“หอมจังเลยค่ะแม่” ร่างเพรียวเดินเข้ามาด้านหลังของผู้เป็นแม่ เสียงใสของพราวฟ้าเอ่ยชมอาหารที่แม่ของตัวเองกำลังทำอยู่ เธอยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวจ้องมองแผ่นหลังของผู้เป็นแม่ด้วยความสบายใจเมื่อได้กลับบ้านของตัวเอง
“ปากหวานเสียจริง”
“ก็จริงนี่คะ”
“ว่าแต่วันนี้ไม่กลับไปเตรียมอาหารเย็นให้สามีเหรอลูก” กึก!! ร่างบางชะงักเมื่อเจอคำถามของผู้เป็นแม่ เธอกลับมาบ้านแม่ในช่วงเย็น ไม่ได้แวะบ้านของอคินแต่อย่างใด และคืนนี้เธอจะกลับมานอนบ้านของตัวเองเช่นกัน
“พี่คินติดงานต่างประเทศค่ะแม่ ช่วงนี้หนูนอนที่บ้านของเราได้สบาย” พราวฟ้าตอบกลับผู้เป็นแม่ออกไปอย่างแนบเนียน เธอไม่อยากให้แม่ของตัวเองเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวของเธอในตอนนี้
ในระหว่างนี้เธอต้องรีบทำงานให้ประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด เพื่อเก็บเงินไปคืนอคิน เขาจะได้ไม่มาว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินอีกต่อไป เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาสร้างตราบาปว่าเธอคือผู้หญิงที่เห็นแก่เงินมาโดยตลอด
“ดีเหมือนกัน แม่เองก็เหงา”
“หนูจะอยู่จนแม่เบื่อเลยค่ะ”
“อ้อนเป็นเด็กไปได้” น้ำเสียงนุ่มนวลของแม่ ทำให้พราวฟ้ารู้สึกอบอุ่นใจไม่น้อย เหมือนเธอได้กลับมาชาร์จพลังใจที่บ้านของตัวเอง ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ควรจะทำยังไง? ไม่รู้ว่าอคินจะมาไม้ไหนกับเธออีก!!
“หนูมีแม่แค่คนเดียวนี่คะ ไม่อ้อนแม่จะให้หนูไปอ้อนใคร”
“อ้อนสามีตัวเองสิลูก แม่เองก็อยากอุ้มหลานจะแย่”
