บทที่ 19 ตอนที่ 19 เสือกรักคนเลว

“เลิกเถอะ เดินออกมา แล้วแกก็เลิกรักพี่เขาด้วย” พราวฟ้าเล่าทุกอย่างให้ริสาฟังภายในร้านกาแฟของโรงพยาบาล ริสาที่ดูจะอารมณ์เสียและของขึ้นเมื่อได้รับรู้เรื่องบางส่วนจากพราวฟ้า

“ฉันก็อยากเดินออกมา แต่ตอนนี้ฉันยังไม่มีเงินคืนพี่คินเลย” ดวงตาแดงก่ำบวมปูดที่ผ่านการร้องไห้อย่างหนักหน่วง

“เท่าไร เงินที่ต้องคืนพี่เขา”

“ห้าสิบล้าน”

“ฮะ!! ห้าสิบล้าน” ริสาอุทานเสียงดังเมื่อได้รับรู้ยอดเงินที่พราวฟ้าต้องหามาคืนอคิน ยอดเงินจำนวนมหาศาล แต่สำหรับคนอย่างอคินไม่ได้มากมายเท่าไรนัก

“ฉันควรจะทำยังไงดีแก”

“ห้าสิบล้านนะยายพราว ไม่ใช่ห้าสิบบาท” ริสาเองก็ไม่ได้มีเงินเยอะมากมายขนาดนั้น อยากจะช่วยเพื่อนแต่เธอเองก็ทำอะไรไม่ได้มาก ได้แต่ปลอบประโลมเพื่อนรัก และเป็นกำลังใจให้กับพราวฟ้าเท่านั้น

“ตอนนี้ฉันกำลังเร่งทำธุรกิจอยู่”

“ยืมกรณ์ก่อนไหม ถ้าแกอยากออกจากชีวิตผัวนิสัยเสียแบบนั้น”

“ยายริสา ห้าสิบล้านนะเว้ย”

“แกก็รู้ว่าถ้าเกิดแกขอความช่วยเหลือจากกรณ์ เขาจะช่วยแก แกก็รู้ว่ากรณ์รู้สึกยังไงกับแก” ริสาร่ายยาวด้วยใบหน้าจริงจัง

“ฉันคิดกับกรณ์แค่เพื่อน”

“เฮ้อ!! คนดีไม่รัก เสือกรักคนเลว” เสียงถอนหายใจเสียงดังของริสา ริสารับรู้ถึงความรักที่พราวฟ้ามีให้อคินอย่างมั่นคงตั้งแต่หลายปีมาแล้วจนถึงตอนนี้เพื่อนของเธอก็ยังปักใจกับผู้ชายคนนี้

รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาภายในบ้านหลังจากนั่งปรับทุกข์กับริสาเสร็จ ภายในโรงจอดรถของบ้านไม่มีรถสปอร์ตของอคินจอดอยู่ นั่นก็แสดงว่าเขาเองก็ไม่อยู่บ้านเช่นกัน พราวฟ้านั่งตั้งสติอยู่ภายในรถสักพัก ก่อนที่เธอจะก้าวขาเรียวสวยลงจากรถเดินเข้าไปภายในบ้านที่เปิดไฟอยู่

“ก็ยังดีที่ไม่เอากันในบ้าน” เสียงพึมพำของพราวฟ้าพูดออกมาเบา ๆ ด้วยใจที่เจ็บ ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ บ้าน เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปห้องนอนของตัวเอง

ปัง ปัง ปัง เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากที่พราวฟ้าเข้านอนได้สักพัก ร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในความมืด ครั้งนี้พราวฟ้าไม่ได้ลุกไปเปิดประตูให้อคินดั่งเช่นเคย เธอปล่อยให้เขาทุบประตูอยู่แบบนั้นสักพักจนเงียบไปเอง

“เปิดประตู!!”

“.........”

“มือไปโดนอะไรมา” เสียงเข้มของอคินดังขึ้นข้างหูของพราวฟ้า เขายกมือบางที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลขึ้นมาดู ทำให้พราวฟ้าต้องรีบลืมตาตื่นขึ้นมาดู และรีบชักมือออก ดวงตากลมโตโฟกัสไปยังประตูห้องนอนกลับพบว่าประตูที่ถูกล็อกจากด้านในถูกอคินไขกุญแจเข้ามาได้

“......”

“ฉันถามก็ตอบ”

“อุบัติเหตุนิดหน่อย”

“หึ!! จะเรียกร้องความสนใจจากฉันเหรอ? ทำไมเธอไม่บอกว่าถูกเศษแก้ววะ” น้ำเสียงกราดเกรี้ยวทำให้พราวฟ้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าอคินนั้นเป็นอะไร เขาเข้ามาปลุกเธอเพื่อชวนทะเลาะอย่างงั้นเหรอ? นี่คือคำถามที่อยู่ภายในใจของพราวฟ้าตอนนี้

“นี่!! พี่คินจะหาเรื่องพราวเหรอคะ”

“ประโยคไหนที่ฉันหาเรื่องเธอ”

“ทุกการกระทำของพี่ พี่จะโมโหใส่พราวทำไมในเมื่อคุณเฌอแตมก็ไม่ได้เป็นอะไร” ความน้อยอกน้อยใจถูกซ่อนเร้นอยู่ลึก ๆ ของใจ ขนาดเธอออกตัวรับเฌอแตมขนาดนี้ เธอยังถูกเขาตามเข้ามาต่อว่าถึงในห้อง

เธอทำอะไรก็ไม่เคยถูกในสายตาของเขาเลยสักนิด ทุกอย่างที่เธอทำมักถูกมองไปในทางไม่ดีในสายตาของเขา แค่เพียงเพราะเธอแต่งงานเพื่อธุรกิจ และเป็นแค่เมียตีทะเบียนเท่านั้น

“เออดี ฉันพูดอะไรก็ไม่ดีสำหรับเธอหรอก”

“งั้นเชิญพี่คินออกไปจากห้องพราวค่ะ พราวจะนอน” ร่างบางล้มตัวนอนอีกครั้ง เธอหันหลังให้กับอคินโดยไม่สนใจคนตัวโตอีกต่อไป หยดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไหลลงหางตาอีกครั้ง ปากบางเม้มริมฝีปากเอาไว้เพื่อไม่ให้เผลอสะอื้นออกมา

พื้นที่ด้านข้างของเตียงยวบลงเมื่ออคินล้มตัวนอน อคินยกมือก่ายหน้าผากของตัวเองจมอยู่กับความคิดมากมายเพียงลำพัง ตาคมหันไปมองแผ่นหลังบางของพราวฟ้า เขารับรู้ได้ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติไปจากเดิมซึ่งเขาเองก็ไม่สามารถระบุได้ว่าทำไม

ลมหายใจสม่ำเสมอของพราวฟ้าบ่งบอกได้ว่าเธอนั้นหลับลึกลงไปแล้ว ร่างหนาของอคินขยับตัวซ้อนด้านหลังของพราวฟ้า ยกมือหนาพาดเอวคอดของเธอ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาไม่รู้สึกเกะกะเมื่อมีคนอื่นมาร่วมเตียงนอน

“พราวฟ้าเนกไท ฉันอยู่ไหน?”

“อยู่ในตู้ไงคะ”

“ตู้ไหน ฉันจะไปรู้ได้ยังไง!!ในเมื่อเธอเป็นคนจัดการทุกเช้า” เสียงเข้มเอ่ยเรียกพราวฟ้าแต่เช้า เมื่ออคินหาของไม่เจอ และก็เป็นพราวฟ้าทุกครั้งที่ต้องเดินเข้ามาภายในห้องของเขาเพื่อหาของใช้ประจำวันให้กับอคิน

“วันนี้ฉันจะไปส่งเธอที่บริษัท”

“ไม่เป็นไรค่ะ พราวขับรถไปเองได้”

“แต่แม่ฉันเป็นคนสั่ง ถ้าเธอไม่อยากมีปัญหาก็ทำตามซะ!!” คิ้วเรียวสวยขมวดกันเป็นปม เมื่ออคินเอาแม่ของเขามาอ้าง เธอก็แปลกใจไม่น้อยกับคำสั่งของแม่ที่สามารถใช้กับคนอย่างอคินได้

“แม่พี่ไม่รู้หรอกค่ะ ลำบากพี่เปล่า ๆ”

“อย่าให้ฉันพูดเป็นรอบที่สอง!!”

“........”

“หรือเธอไม่อยากไปทำงาน ทำอย่างอื่นแทนก็ได้นะ” ใบหน้าเจ้าเล่ห์ของอคินค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้แก้มเนียนใสของพราวฟ้า จนเธอถึงกับผงะก้าวเดินถอยหลังไปด้วยความระแวง

“ทะลึ่ง!!” ใบหน้าสวยร้อนผ่าว พราวฟ้าผลักอกอคินให้ห่างจากตัว ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องของเขาเพื่อลงไปเตรียมอาหารเช้าก่อนไปทำงานให้กับเขา

“เย็นนี้ฉันจะมารับ” อคินขับรถมาส่งพราวฟ้าที่หน้าบริษัทของเธอ ก่อนคนตัวเล็กลงจากรถเขากำชับเธอด้วยใบหน้าจริงจัง

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ”

“อย่าดื้อถ้าเธอยังอยากนอนเร็ว” อคินยกยิ้มมุมปาก แววตาแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์จ้องมองใบหน้าสวยของพราวฟ้า จนพราวฟ้าต้องรีบเดินลงจากรถของอคินเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยในสายตาอันตรายของเขา

“สวัสดีค่ะ คุณพราว” พราวฟ้าเดินขึ้นตึกไปห้องทำงานของตัวเอง เธอพบกับเลขาที่นั่งอยู่หน้าห้องทำงานและเอ่ยทักทายกันเป็นประจำ

“ค่ะ”

“คุณพราวคะ? มีแขกมารอขอพบค่ะ”

“ใครเหรอคะ”

“ยิ้มก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าคุณผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร? แต่เธอมารอคุณพราวตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ ยิ้มให้ไปรอที่ห้องรับแขกเล็กค่ะ”

“ผู้หญิงเหรอคะ?” คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปม ด้วยความสงสัย วันนี้เธอไม่ได้นัดใครมาพบ และอีกอย่างถ้าเกิดเป็นเพื่อนรักทั้งสองของเธอก็คงไม่ใช่ เพราะเลขาของเธอรู้จักเพื่อนรักทั้งสองอยู่แล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป