บทที่ 1 หลงรักพี่สาวคนสวย
‘คืนนี้ผมขึ้นชกที่สนามมวยไกรศึกนะ มาหาด้วย’
ติ๊ด!
ปลายนิ้วเรียวกดปิดหน้าจอโทรศัพท์หลังจากได้อ่านข้อความของแฟนหนุ่มรุ่นน้องที่ส่งมา
เชอร์รี่อายุ26 ส่วนฟาคินอายุ20 คนทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้เพราะอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน
ฟาคินเป็นลูกชายมหาเศรษฐีฐานะร่ำรวยมีอิทธิพล ส่วนเธอเป็นแค่ลูกสาวแม่ค้าขายหวยใต้ดินและเปิดร้านข้าวแกงเพื่อบังหน้า
เขาตามจีบตามตื้อเธอมานานหลายปี จนในที่สุดก็ยอมตกลงปลงใจคบกันในสถานะแฟน
“เดี๋ยวหนูมานะ”
“วันนี้แต่งตัวสวยเชียวนะ แกจะออกไปไหนนังรี่ หน็อยแน่! ข้าให้ช่วยทำงานคิดจะหนีเที่ยว” เจ๊ติ๋มที่กำลังยืนผัดข้าวออกอาการโวยวายหงุดหงิดเพราะอากาศมันร้อนจนเหงื่อไหลแทบจะเป็นลม
คนเป็นแม่หรี่สายตามองลูกสาวสุดสวยที่แต่งตัวจัดจ้านเปรี้ยวจนเข็ดฟัน มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เทียวมาจีบมาหยอดเล่นด้วยทุกวัน แต่คนที่ถูกอกถูกใจและเห็นดี
ด้วยก็คงจะมีแต่เจ้าฟาคิน “ทำไมไม่อยู่ช่วยแม่เก็บร้าน”
“หนูจะรีบไปดูน้องคินชกมวย”
“ถ้างั้นแกรีบไปเลยนะ แม่ฝากข้าวกล่องไปให้น้องด้วย กินอิ่มแล้วจะได้มีแรง” พอได้ยินถึงชื่อว่าที่ลูกเขย น้ำเสียงที่เคยฉุนเฉียวแข็งกระด้างก็แปรเปลี่ยนราวกับเป็นคนละคน “มัวยืนนิ่งทำไม เดี๋ยวลูกเขยข้ารอนาน”
“อะไรของแม่เนี่ย”
เจ๊ติ๋มยิ้มกว้าง บนใบหน้าเหี่ยวย่นเผยแววตาเจ้าเล่ห์เหมือนคนที่คอยคิดวางแผนอะไรบางอย่าง “รีบหาทางจัดการรวบหัวรวบหางไอ้เด็กนั่นซะเลย ดูท่ามันจะชอบแกมาก รูปหล่อพ่อรวย แกอย่าปล่อยให้หลุดมือเชียวนะ”
แค่คิดว่าจะได้ลูกชายมหาเศรษฐีหมื่นล้านมาเป็นลูกเขยก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหนก็คงหาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว
“หนูไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้นสักหน่อย”
“แกอย่าโง่ไปหน่อยเลยนังรี่! สมัยนี้แค่ความรักอย่างเดียวมันไม่พอหรอกนะรู้มั้ย ดูสารรูปผู้ชายที่ผ่านมาของแกแต่ละคน ไม่เห็นจะได้เรื่องสักคน”
“…..”
“มีแต่ฟาคินนี่แหละที่เหมาะสมจะมาเป็นลูกเขยข้า”
“เราสองคนเพิ่งจะคบกันเองนะ มีแต่แม่นั่นแหละที่คิดไปไกล”
“ไม่ต้องพูดมากรีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้สวยๆ เดี๋ยวลูกเขยข้ารอนาน”
“งั้นหนูไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะ เดี๋ยวไม่ทันน้องคินขึ้นชก”
“รีบไปเลย หรือจะนอนค้างคืนด้วยกันข้าก็ไม่ว่าหรอกเว้ย”
“…..”
สนามมวย
ตึกตัก…เสียงร้องเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นปูนขัดหยาบตามจังหวะก้าวเดิน เธอพยายามรีบเร่งสุดชีวิตแต่ก็มาไม่ทันอยู่ดี
ดวงตาคู่สวยวาดสายตามองไปทั่วบริเวณทันทีที่มาหยุดยืนอยู่หน้าสถานที่นัดหมาย ผู้คนมากมายต่างเริ่มทยอยหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่จนแน่นขนัด ‘สนามมวยไกรศึก’ เป็นตัวอาคารกว้างขวางแถมยังมีชั้นใต้ดินเอาไว้ทำสิ่งผิดกฏหมายอีกมากมาย
ชาวบ้านในละแวกนี้ต่างรู้ดีว่ามันคือสนามมวยเถื่อนที่มีไว้ประลองการแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ามหาศาล
“พี่รี่! ผมอยู่ทางนี้”
เชอร์รี่หันมองตามเสียงเรียกพร้อมโบกมือตอบรับ มองไปยังชายหนุ่มที่ถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนมากมาย
“น้องคิน”
รูปร่างกำยำผิวกายสีแทนบ่มแดดของฟาคินเคลือบไปด้วยน้ำมันมวยผสมหยาดเหงื่อจนเงาแวววาวทำให้เขาดูโดดเด่นจากคนปกติทั่วไป
“ขอโทษที่มาช้าไป พอดีติดลูกค้าอยู่น่ะ” เชอร์รี่หอบหายใจพร้อมกับหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของแฟนหนุ่มที่กำลังนั่งทำแผลอยู่ข้างสังเวียน
มือทั้งสองถูกพันไว้แน่นด้วยผ้าเนื้อหยาบสีขาวเพื่อให้คล่องตัว มีคราบเลือดแห้งเกรอะกรังของคู่ต่อสู้ติดอยู่หลังมือทั้งสองข้าง
“ไม่เป็นไร แค่พี่มาหาก็ดีใจแล้ว”
“เป็นยังไงบ้าง” เชอร์รี่ถามเสียงเบา สภาพของเขาดูแย่และเจ็บหนักไม่ใช่น้อย
“ผมชนะ”
“ดีใจด้วยนะ พี่รู้อยู่แล้วว่านายต้องชนะ”
พรึ่บ!
ร่างของหญิงสาวถูกอุ้มกระเตงไว้แนบชิดก่อนถูกเหวี่ยงหมุนตัวไปมาราวกับดีใจในชัยชนะครั้งนี้หนักหนา
“ทำอะไรเนี่ย! ปล่อยพี่ลงเดี๋ยวนี้นะ”
“ไม่ปล่อย”
“ฟะ…ฟาคิน! พี่บอกให้ปล่อยไง ไม่อายคนอื่นหรือไง” ไม่ได้มีแค่เขาและเธอ แต่ยังมีสายตาของผู้ชมอีกนับร้อยที่ต่างจ้องมองอย่างให้ความสนใจ
“มีอะไรต้องอาย แฟนผมน่ารักขนาดนี้”
“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย”
สายตาหวานหยดย้อยของชายหนุ่มมองเรือนร่างอ้อนแอ้นของแฟนสาว เชอร์รี่ใส่เสื้อสายเดี่ยวสีแดงสดแหวกหลัง สวมกางเกงยีนส์รัดรูปเอวต่ำโชว์หน้าท้องแบนราบ ผิวกายขาวเนียนของเธอช่างตัดกับผิวสีแทนของเขาได้เป็นอย่างดี
“แต่งตัวสวยแบบนี้ไม่รู้หรือไงว่าผมชอบ”
ดวงตาเฉี่ยวคมแอบชำเลืองมองไฟหน้าอวบอั๋นของเดิมไซซ์โรงงานที่ดูท่าไม่ต่ำกว่า400CC เนินอกขาวจั๊วะ แค่ได้เห็นก็มีแรงเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
“อ่ะแฮ่ม! มองอะไร”
“ปะ…เปล่าสักหน่อย” ถ้าบอกว่ามองนมก็จะดูทุเรศเกินไป พอถูกจับได้รีบหันหน้าหนีพลางปฏิเสธทันควันแค่เธอขยับก็เล่นทำให้ใจเขาปั่นป่วน
“เหนื่อยมากมั้ย แม่พี่ฝากข้าวมาให้คินด้วยนะ”
“ผมฝากขอบคุณว่าที่แม่ยายด้วยนะ”
“แม่ยายอะไร เรียกเจ๊ติ๋มเหมือนเดิมก็ดีอยู่แล้ว” เชอร์รี่เผลอลืมตัวยกมือขึ้นลูบหัวชายหนุ่มด้วยความเอ็นดู
“กินเข้าไปเยอะๆ เลยนะจะได้โตไวๆ”
“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ”
“ในสายตาพี่ นายยังดูเด็กเหมือนเดิมนั่นแหละ”
“ถ้าเลือกเกิดได้ ผมก็อยากเกิดพร้อมพี่นั่นแหละ”
“จะเกิดช้าหรือเกิดเร็วแบบไหนก็ดีทั้งนั้น อย่าคิดมากเลย”
“ขยันยั่วบ่อยๆ ถ้าผมอดใจไม่ไหวจับพี่ทำเมียขึ้นมาจริงๆ อย่ามาร้องโวยวายก็แล้วกัน”
“อย่าทำมาเป็นเก่งไปหน่อยเลย ไหนบอกไม่เคยมีแฟนไง”
“ก็ทำกับพี่ไง ทำกับพี่คนแรกเลย”
“…..” หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่อใบหน้าคมคายขยับเข้าใกล้จนปลายจมูกคลอเคลียไปตามพวงแก้ม
“ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป พี่รี่ช่วยเปิดมาซิงผมหน่อยดิ”
“พูดอะไรน่ะ”
“พูดจริง อยากเป็นผัวพี่จะแย่”
หมับ! คนตัวสูงสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกบิดเข้าที่หน้าท้องแกร่งอย่างแรงแบบไม่คาดคิด เห็นตัวเล็กนิดเดียวแต่มือหนักใช้ได้
“เจ็บนะเว้ย! หยิกจนหนังหลุดติดมือไปแล้วมั้ง”
“โดนแค่นี้ยังน้อยไป”
“คนอะไรโมโหก็ยังน่ารัก”
ฟอด…
“ไอ้ฟาคิน!” แก้มนวลถูกขโมยหอมฟอดใหญ่ตอนที่เผลอ เชอร์รี่ถลึงตาโตให้กับการกระทำหยาบโลนน่าไม่อาย
ดูเหมือนว่าหมาเด็กตัวนี้จะรับมือยากกว่าที่คิดไว้หลายเท่า
“โมโหแล้วเรียกไอ้เลยเหรอป้า”
“นายเรียกใครป้า!”
“เรียกป้านั่นแหละ”
ปั่ก!
เชอร์รี่เหวี่ยงหมัดหนักๆ ชกเข้าที่ต้นแขนของคนตัวสูงจนเซถอยหลัง แต่เขากลับส่งยิ้มยั่วยวนกวนประสาทให้โมโห
“อั่ก! หมัดหนักซะด้วย”
“แค่นี้ยังน้อยไป ถ้าเรียกป้าอีกเมื่อไหร่นายโดนชกแน่”
“ก็เข้ามาสิ ตัวพี่เท่าไอ้จ๊อด ผมไม่กลัวหรอก” ไอ้จ๊อดคือชื่อหมาแสนรู้ที่เขาเลี้ยงไว้ตั้งแต่มันยังเป็นทารกแบเบาะ
พลั่ก! ฟาคินไม่ยอมอ่อนข้อยกมือขึ้นตั้งการ์ดก่อนจะออกแรงชกกลับคืนเบาๆ แต่คนตัวเล็กดันเสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้านั่งบนพื้น
“โอ๊ะ! เจ็บนะ”
“เป็นยังไงบ้าง ขอโทษนะพี่รี่พอดีไม่ได้ตั้งใจ” ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดรีบอุ้มหญิงสาวให้ลุกขึ้นพร้อมกอดเธอไว้แนบแน่นไม่ยอมปล่อย
เขาอาจจะออกแรงมากไปจนทำให้เธอเจ็บตัว “ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายพี่ อย่าโกรธผมเลยนะ”
สองมือยกขึ้นประคองใบหน้าสะสวยไว้มั่น แค่คิดว่าเธอกำลังโกรธก็รู้สึกว้าวุ่นอยู่ไม่นิ่ง
“พี่ล้อเล่น” เชอร์รี่มองท่าทางกระวนกระวายของแฟนหนุ่มที่ทำเหมือนว่าเธอกำลังเจ็บปวดหนักหนา
“อ้าวเจ๊!”
“เรียกใครเจ๊”
“ก็พี่ไง อายุห่างกับผมตั้งหลายปี ไม่ให้เรียกเจ๊จะให้เรียกอะไร”
“เรียกพี่ไง”
“เรียกป้าก็ไม่ดี เรียกพี่ก็ไม่ได้ งั้นผมขอเรียกว่าที่รักได้ป่ะ”
“ไอ้เด็กคนนี้! อย่ากวนประสาท”
“กลับบ้านกัน เดี๋ยววันนี้ผมพาไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว”
ข้อมือเล็กถูกคว้าให้เดินตามหลังโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตอบตกลงเลยด้วยซ้ำ
“พาสาวไปกินข้าวทั้งที เลี้ยงแค่ก๋วยเตี๋ยวเองเหรอ”
“กินอะไรก็อิ่มเหมือนกันนั่นแหละ แถมประหยัดเงินด้วย”
“ขี้งก”
“ที่ผมต้องงกเพราะกำลังเก็บเงินไปสู่ขอพี่ไง”
“เฮ้อ…เลิกพูดเล่นสักทีเถอะน่า”
“พูดจริงไม่โกหก พี่อย่าเพิ่งมีใครนะ รอให้ผมเรียนจบก่อน”
“อายุแค่นี้คิดจะเอาเมียแล้วหรือไง”
“เอาดิ เจ๊ติ๋มจะเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่ว่ามาเลย เดี๋ยวผมจะรีบไปไถเงินพวกเฮียมาสู่ขอพี่เอง”
“…..”
