บทที่ 2 หมาเด็กมันร้าย
ร้านก๋วยเตี๋ยว
“ว่าไงไอ้หนู วันนี้จะกินอะไร”
เสียงพ่อค้าเอ่ยทักทายชายหนุ่มที่เป็นลูกค้าประจำ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ รถเข็นริมทางที่ฟาคินชอบมากินหลังจากซ้อมมวยอยู่บ่อยๆ
“เอาเหมือนเดิมเลยลุง แต่วันนี้ขอแบบพิเศษเพิ่มเป็นสองที่นะ”
“วันนี้มากับใคร ทำไมข้าไม่เคยเห็น”
ปกติมันขับมอไซค์ท่อดังมาคนเดียวแต่วันนี้ชักแปลกที่มีสาวสวยติดสอยห้อยตามด้วย
“แฟนผมเอง เป็นไงแจ่มเลยใช่ไหม”
“แต่เมื่อวานไม่ใช่คนนี้นี่หว่า”
“โถ่ลุง! อย่าหาเรื่องให้ผมดิ ทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยกมันบาปนะลุง”
“อย่าถือสานะอีหนู ลุงแค่พูดเล่น”
“…..” เชอร์รี่ยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร ไม่ได้คิดมากเพราะรู้ว่าเป็นแค่เรื่องหยอกล้อตามประสาคนสนิทกัน คงมีแต่ฟาคินที่ดูร้อนตัวจนผิดสังเกต
คนทั้งสองหย่อนตัวนั่งลงข้างกันบนเก้าอี้พลาสติกตัวเก่าที่อยู่ภายในร้าน ฟาคินก้มตัวพร้อมกับถกชายเสื้อขึ้นมาเช็ดหยาดเหงื่อที่เปียกใบหน้า
เผยให้เห็นถึงหน้าท้องแกร่งที่อัดแน่นเป็นด้วยมัดกล้ามเรียงตัวสวย เป็นผลพวงจากการที่เขาออกกำลังกายอย่างหนักในทุกวันติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาหลายปี
ใบหน้าคมเข้มตัดกับเรียวคิ้วหนา แพขนตางอนยาวมากกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก อีกทั้งสันจมูกโด่งยังรับกับดวงตาเฉี่ยวได้แบบพอดิบพอดีตามสไตล์ลูกครึ่ง
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้ามองเห็นหญิงสาวที่จ้องตาไม่กระพริบ
“พี่มองอะไร”
“ก็มองไปเรื่อย ไม่มีอะไร” พอถูกจับได้จึงรีบเบือนหน้าหันหนี ไม่รู้ว่าเผลอจ้องแฟนหนุ่มไปนานแค่ไหน
“นึกว่าแอบมองซิกซ์แพ็กผม ขอดูดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องแอบมอง”
“พี่ไม่ได้มองนะ”
“ยังจะมาโกหกอีก ถ้าเห็นไม่ชัดก็บอก เดี๋ยวขยับให้ดูใกล้ๆ” ไม่พูดเปล่าแต่ยังขยับตัวเข้าหา ก่อนจะเบ่งกล้ามโชว์สาวอย่างภาคภูมิใจ ตอนนี้อยากวิดีโอคอลไปขอบคุณแด๊ดดี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดที่ช่วยปั้นหุ่นให้ลูกชายสุดหล่อคนนี้ตั้งแต่เด็กๆ “กล้ามผมโตเบ้อเริ่มพี่ชอบป่ะ สาวไหนได้เห็นต้องตามกรี๊ดจนคอแห้ง”
“อย่าถึงขนาดนี้เลย” คนตัวเล็กดันใบหน้าหล่อเหลาให้ถอยห่างในขณะที่ริมฝีปากเหมือนจะจูบกันรอมร่อ “ดูท่าทางจะเจ้าชู้ไม่เบา นายไม่เคยมีแฟนจริงเหรอ”
“ถ้าเรียกว่าคนคุยมีเป็นร้อยผมไม่นับ แต่ยกให้พี่เป็นแฟนคนแรก”
“…..”
“แต่ตอนนี้ผมเลิกคุยหมดแล้วนะ คบกับพี่คนเดียว”
“เชื่อได้แน่เหรอ”
“แน่ดิ เห็นแบบนี้แต่ผมรักเดียวใจเดียวนะพี่” ที่ผ่านมาก็อาจจะมีคุยเล่นบ้างตามประสาวัยหนุ่มคึกคะนอง
เหมือนคนปกติทั่วไปแต่ก็ยังไม่เจอใครที่ถูกใจและรู้สึกอยากสานสัมพันธ์เท่าเชอร์รี่มาก่อน
“แล้วนายไม่ชอบพี่ตรงไหน”
“ก็ชอบทุกตรง ไม่มีตรงไหนที่ไม่ชอบ”
“พี่หมายถึงนิสัย ไม่ใช่แค่หน้าตา”
“ตอนนี้ยังไม่มี ถ้ามีแล้วจะบอก”
“พี่ไม่เคยคบเด็กแบบนายมาก่อนเลย”
“ก็คบอยู่นี่ไง”
“…..”
“สำหรับผมอายุไม่เกี่ยว ถ้าผมชอบก็คือชอบ”
หญิงสาวถอนหายใจพลางก้มหน้าก้มตาทานอาหารของตัวเองต่อไปแบบเงียบๆ เขาแสดงออกชัดเจนมีเพียงแค่เธอที่ยังคิดลังเล เพราะความสัมพันธ์ของเธอและฟาคินเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนยากที่จะรับมือ
เอี๊ยดดด
รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าคู่ใจเคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าตึกเก่าซ่อมซ่อขนาดเล็กที่เอาไว้เป็นร้านอาหารและที่พักอาศัย
“ขอบคุณมากนะที่มาส่ง”
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นหอมแก้มผมแรงๆ ได้มั้ย”
“มากไป”
“มากไปที่ไหน วันนั้นเรายังจูบกัน…”
อุบ! เชอร์รี่หันซ้ายมองขวาพลางรีบยกมือขึ้นปิดปากชายหนุ่มไว้แน่นเพราะกลัวว่าใครจะผ่านมาได้ยิน
ผ่านมาก็ตั้งหลายเดือนแล้ว แต่ฟาคินยังจำจูบแรกและเหตุการณ์วันนั้นได้ดี
“ไม่ต้องพูดมากน่า”
“คืนนี้อย่าลืมฝันถึงผมด้วยนะ เพราะผมจะฝันถึงพี่เหมือนกัน”
“ฝันถึงนายฝันร้ายล่ะสิไม่ว่า”
“อ้าว! เจ๊ติ๋มหวัดดีฮะ”
“…..” เชอร์รี่หันขวับมองตามหลังจากได้ยินประโยคนั้นแต่กลับไม่เห็นใคร
พอรู้ว่าโดนหลอกถึงกลับหัวเสีย ใครจะคิดว่าเธอกำลังพลาดท่าให้กับหมาเด็กเจ้าเล่ห์
ฟอด…
เขาใช้ช่วงจังหวะทีเผลอขโมยหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ สูดดมกลิ่นหอมของแฟนสาวเข้าไปจนเต็มปอด
“แก้มพี่นิ่มมากแถมตัวหอมชะมัดเลย”
“ไอ้คนทุเรศ! ไอ้เด็กฉวยโอกาส” ฟาดฝ่ามือหนักๆ ลงบนต้นแขนแกร่งหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกหรือสะทกสะท้านแสดงความเจ็บปวด
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาหาใหม่นะ พี่อย่าลืมแต่งตัวสวยๆ รอผมด้วย ยิ่งโป๊ผมยิ่งชอบ”
“ไอ้เด็กนี่!”
“ผมล้อเล่นฮะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันใหม่ครับ”
“…..” หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอกพร้อมกับมองตามแฟนหนุ่มที่ขับรถจากไป ฟาคินเป็นคนอัธยาศัยดีและขี้เล่น มักจะทำให้ใจของเธอเต้นแรงอยู่เสมอ
