บทที่ 3 ลูกหมาลูกแมว

วันต่อมา 

“น้องรี่คนสวย ข้าวผัดของพี่ทำไมหวานขนาดนี้ ต้มยำก็หวานจนแสบคอไปหมด”

“ขอโทษนะพี่ เดี๋ยวรี่บอกแม่ทำจานใหม่ให้นะ”

“ที่มันหวานเพราะความรักของพี่ที่มีต่อน้องรี่มันหล่นใส่จานไงจ๊ะ”

“แหวะ…ข้าจะอ้วก! พวกเอ็งรีบกินรีบไสหัวไปเลยนะ จะไปไหนก็ไป” เจ๊ติ๋มร้องโวยวายใช้ตะหลิวเคาะกระทะใบเก่าจนเสียงดังลั่น จะว่าหวงลูกสาวคนสวยยิ่งกว่าหมาแม่ลูกอ่อนก็คงใช่ 

คนที่จะรับมาเป็นลูกเขยได้ต้องมีคุณสมบัติไม่ธรรมดา

“แกก็เหมือนกัน มัวแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้พวกมันอยู่นั่นแหละ รีบเช็ดโต๊ะเอาจานไปเก็บสักที”

“จ้ะแม่”

“ไอ้พวกไม่เอาถ่าน คิดจะมาจีบลูกสาวข้าเหรอ ฝันไปเถอะเว้ย”

วรูมมม! วรูมมม!

เสียงคำรามของเครื่องยนต์รถซุปเปอร์คาร์ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ เจ๊ติ๋มชะเง้อคอมองอย่างให้ความสนใจเมื่อเห็นรถหรูเคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าร้านจนทำให้ผู้คนที่อยู่แถวนั้นต่างพากันแตกตื่น

“เจ๊ติ๋มคนสวย”

“ว่าไงสุดหล่อ มาแล้วเหรอลูก วันนี้จะกิน เอ้ย! รับประทานอะไรดีจ๊ะ” พอเห็นเจ้าของรถถึงกลับยิ้มกว้างจนตีนกาขึ้นเต็มใบหน้า รถที่ขับมาดูท่าจะราคาหลายตังค์

“ผมมาหาลูกสาวป้า”

“นังรี่มันล้างจานอยู่หลังบ้าน”

“ไม่เป็นไร ผมรอได้”

ฟาคินเดินเข้ามาในร้านก่อนหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ทรงผมถูกเซ็ตขึ้นโชว์ใบหน้าหล่อเหลา จากกลิ่นกายน้ำมันมวยกลายเป็นกลิ่นน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์

“ผมซื้อหูฉลามน้ำแดงมาฝากป้าด้วยนะ เป็นร้านโปรดที่ผมชอบกิน”

“ขอบคุณมากนะพ่อหนุ่ม” เคยเห็นแต่ในทีวียังไม่เคยมีบุญปากได้กินของราคาแพงแบบนี้สักครั้ง “ว่าแต่แต่งตัวซะหล่อเชียวนะ วันนี้จะไปเที่ยวไหน” 

“ผมว่าจะชวนพี่รี่ไปดูหนัง”

“ได้เลย ตกลงไม่มีปัญหา เดี๋ยวแม่ เอ้ย! เดี๋ยวป้าไปตามนังรี่มาให้เดี๋ยวนี้”

เจ๊ติ๋มแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้านอกตา อยากได้คนตรงหน้ามาเป็นลูกเขยจนตัวสั่น

“นังรี่โว้ย นังรี่!”

“จ๋าแม่”

“ฟาคินชวนไปดูหนัง”

“วันนี้ไม่ว่าง หนูต้องอยู่ช่วยแม่ที่ร้านไง” เชอร์รี่ยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อหลังจากที่นั่งล้างจานกองเท่าภูเขา

“ไม่เป็นไร แกรีบไปเลย เดี๋ยวงานที่ร้านแม่จัดการเอง”

“ได้ไงแม่ ไหนบอกว่าวันนี้ลูกค้าเยอะ”

“เรื่องงานพักไว้ก่อน วันนี้แม่อนุญาตให้แกไปเที่ยวกับฟาคินได้”

“…..” ฟาคินเลิกคิ้วขึ้นมองพร้อมส่งรอยยิ้มกวนประสาทให้หญิงสาว เพราะรู้ว่าตำแหน่งลูกเขยเจ๊ติ๋มซอยแปดต้องเป็นของเขาแน่นอน

“ฝากดูแลลูกสาวป้าด้วยนะ”

“ผมสัญญาจะดูแลลูกสาวป้าอย่างดี”

“…..”

เชอร์รี่จ้องมองรถแลมโบกินี่สีดำคันหรูที่จอดขวางเกะกะหน้าร้าน เขาหันมาส่งยิ้มให้เธอก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตูรถให้

“คันนี้รถคินเหรอ”

“รถผมเอง ปู่ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดตอนอายุยี่สิบ”

“ขับเป็นแน่เหรอ จะไม่เป็นอะไรแน่นะ” ส่วนมากที่เจอกันก็เห็นแต่เขาใส่เสื้อยืดคอย้วยขับมอเตอร์ไซค์ซะส่วนใหญ่

“ผมไม่ได้ขับเป็นแค่มอไซค์นะเจ๊ รถซาเล้ง รถสิบล้อก็ขับมาแล้ว” เพราะเบื่อเหตุการณ์รถติดวุ่นวาย เวลาไปไหนมาไหนมักจะใช้รถโดยสารอยู่เป็นประจำจนเป็นภาพที่คุ้นตาให้แก่คนที่รู้จัก

“ปกติพี่เห็นคินขับแต่มอไซค์”

“ก็ตอนนั้นผมตัวคนเดียว ไปไหนมาไหนขับมอไซค์มันคล่องตัวแถมประหยัดน้ำมันด้วย”

“…..” เชอร์รี่ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ ฟาคินเป็นลูกคนมีเงินแต่กลับทำตัวติดดินแบบคิดไม่ถึง

“แต่ตอนนี้ผมมีพี่เป็นแฟนแล้ว ขับรถรถยนต์ปลอดภัยกว่า อีกอย่างผมไม่ปล่อยให้พี่ซ้อนท้ายตากแดดตากฝนลำบากหรอก”

“แล้ววันนี้จะพาพี่ไปไหน”

“คนเป็นแฟนกันเขาควรทำอะไรอ่ะ”

“กินข้าว ฟังเพลง เดินเล่น ก็คงจะประมาณนี้”

“แค่นี้เองเหรอ ไม่มีไปดูแมวที่ห้องหรือดูเน็ตฟลิกซ์อะไรประมาณนี้?”

“ไม่มี” แค่มองตาก็รู้ว่าหมาเด็กเจ้าเล่ห์คนนี้ต้องการอะไร

“งั้นวันนี้ผมจะทำกับพี่ทั้งหมดเลย”

“…..”

“รัดเข็มขัดด้วยครับเพื่อความปลอดภัย” หัวใจสองดวงเต้นแรงไม่แพ้กันในขณะชายหนุ่มโน้มตัวเข้ามาแนบชิดใกล้เพื่อรัดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ “ทำไมผมถึงได้ยินเสียงหัวใจพี่”

“พี่ก็ได้ยินเสียงหัวใจนาย”

“วันนี้พี่สวยมาก สวยกว่าทุกวันเลย” ปลายนิ้วเรียวลูบไล้ไปยังริมฝีปากอิ่มสวยสีชมพูอ่อน เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อได้กลิ่นน้ำหอมของแฟนสาวติดที่ปลายจมูก

“นายก็หล่อเหมือนกัน” เชอร์รี่กัดนิ้วของแฟนหนุ่มเบาๆ หวังให้เขายอมปล่อยมือออกจากใบหน้าของเธอ

“พี่อย่ายั่วดิ อยากโดนผมเ-ดเหรอ”

“พี่ไม่ได้ยั่ว นายนั่นแหละที่ชอบมาลวนลามพี่ก่อน”

“ก็คงงั้น”

“…..”

“ขอจูบหน่อยดิ ผมอยากจูบพี่เหมือนวันนั้น”

“แต่พี่ว่ามันเร็วไปถ้าเราจะทำแบบนั้นกันอีก”

“ก็คบกันแล้ว จูบกันไม่ได้เหรอ”

“…..” เชอร์รี่เบือนหน้าหันหนีในขณะที่ริมฝีปากของฟาคินขยับเข้ามาใกล้จนไร้ช่องว่างระหว่างซึ่งกันและกัน “พี่ไม่ให้จูบนะ”

“อ่า ถ้าพี่ไม่ให้ผมก็ไม่ทำ แล้วแต่พี่เลย” เขาดึงสติให้กลับคืนมา ยอมรับว่าคลั่งแบบไม่เคยเป็นกับใคร ควบคุมตัวเองไม่ไหวเวลาอยู่ใกล้เธอ

ห้างสรรพสินค้า

“ไม่ต้องจับมือพี่แน่นขนาดนี้ก็ได้” เชอร์รี่สะกิดบอกแฟนหนุ่มที่เดินนำหน้า ก่อนที่เขาจะหันกลับมาแล้วยิ้มให้

“คนอื่นจะได้รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน”

“นายจริงจังกับพี่เหรอ”

“แล้วพี่จริงจังกับผมไหม”

“…..” 

ไร้ซึ่งคำตอบจากปากของหญิงสาว แน่นอนว่าท่าทางของเธอทำเอาฟาคินหยุดนิ่งราวกับใช้ความคิดอะไรบางอย่าง “ถ้าพี่จริงจังกับผม ผมก็จริงจังกับพี่ หรือถ้าพี่แค่คิดว่าคบกับผมเล่นๆ ผมก็คิดว่าคบกับพี่เล่นๆ เหมือนกัน จะได้แฟร์ๆ”

“…..”

“ถ้าพี่รักผม ผมจะรักพี่ให้มากกว่า มากจนพี่คิดไม่ถึง”

มือที่จับเธอไว้ ค่อยๆ ออกแรงบีบเพิ่มมากขึ้นตามอารมณ์ด้านมืดของตัวเอง ถึงแม้จะมีรอยยิ้มแต่กลับไม่รู้สึกเป็นมิตรเอาเสียเลย  “แต่ถ้าไม่รัก…ผมจะทำให้พี่รู้ว่าไม่น่ารู้จักคนแบบผมเลย”

“คิน! พี่เจ็บ ปล่อยก่อนได้มั้ย”

“คนอื่นที่ผ่านมาสำหรับพี่จะเป็นยังไงผมไม่รู้ แต่ผมก็เป็นของผมแบบนี้” 

“…..”

“ผมให้ใจพี่ไปตั้งนานแล้ว ผมอยากได้ใจพี่คืนเหมือนกัน ถ้าพี่ไม่คิดจะรักก็น่าจะปฏิเสธผมไปตั้งแต่วันนั้น”

“ความรักมันซับซ้อนกว่าที่นายคิดนะ นายยังเด็กอยู่จะไปรู้อะไร”

“เด็กอย่างผมแล้วมันทำไม”

“ยังต้องเรียนรู้หรือพบเจอผู้คนอีกมากมาย” 

“เหอะ!” เสียงหัวเราะในลำคอของเด็กหนุ่มทำเอาเธอรู้สึกเย็นยะเยือกอย่างบอกไม่ถูก

“ถ้านายได้เจอคนที่ถูกใจกว่าพี่ นายอาจจะลืมพี่ไปเลยก็ได้”

“เอาไว้ให้ถึงวันนั้นค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้ผมมีแค่พี่”

“เสื้อตัวนั้นเหมาะกับคินดีนะ ถ้าใส่คงหล่อมากแน่ๆ” หญิงสาวชี้ไปทางร้านขายเสื้อผ้าผู้ชายเพื่อเบี่ยงความสนใจของแฟนหนุ่ม

บางมุมเขาก็อ่อนโยนเหมือนลูกแมวจนทำให้ใจสั่น แต่บางครั้งก็ดูรุนแรงราวกับหมาป่าที่กำลังหิวโซออกล่าเหยื่อจนทำให้รู้สึกหวาดกลัว

“พี่คิดแบบนั้นเหรอ”

“เดี๋ยวพี่ซื้อให้”

“อะไรก็ได้แล้วแต่พี่เลย”

“คินเหมาะกับสีดำ แต่ถ้าเป็นสีขาวก็หล่อดี งั้นเอาสองสีเลยนะ”

“พี่ซื้อให้ผมจริงๆ เหรอ”

“จริงสิ พี่ซื้อให้ ถือว่าเป็นกำลังใจที่แข่งชนะไง”

“ถ้าครั้งหน้ามาเที่ยวด้วยกันอีก ผมจะใส่เสื้อตัวที่พี่ซื้อให้”

“ถ้าใส่คงหล่อมากแน่ๆ แบบนี้พี่คงหวงแย่เลย”

“หวงทำไม ผมมองแค่พี่คนเดียว ไม่มองใครหรอก”

“…..”

“วันนี้มีฝึกมวยช่วงบ่าย พี่อยากไปดูผมซ้อมไหม”

“ไปได้เหรอ”

“ได้ดิ ถ้าพี่อยากไป”

“…..”

“ไปดูผมซ้อมนะ ถ้าได้เห็นหน้าพี่คงมีกำลังใจซ้อมทั้งวัน” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาถูไถที่หัวไหล่เป็นเชิงออดอ้อน จากหมาป่าหิวโหยกลายเป็นลูกแมวน้อยแสนเชื่องทันตาเห็น

“…..”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป