บทที่ 4 คลั่งพี่แทบบ้า

สนามฝึกซ้อมธาริน

บรรยากาศภายในยิมเต็มไปด้วยเสียงหมัดเสียงเข่ากระแทกกระสอบทรายอย่างบ้าคลั่ง มีเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครันไว้ให้นักมวยในสังกัดได้ใช้งาน

“หวัดดีเฮีย” ฟาคินโบกมือทักทายพี่ชายที่ยืนอยู่ห่างไปไม่ไกล เขาวางเป้สะพายใบใหญ่ใส่ในตู้ล็อกเกอร์

ประจำตำแหน่ง ก่อนจะจับมือหญิงสาวให้เดินตาม “วันนี้ผมพาพี่รี่มาดูเราซ้อมด้วยนะ”

“อืม” ฟรังค์ขานรับในลำคอแค่สั้นๆ พร้อมเหลือบหางตามองคนตัวเล็กที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังน้องชาย

เคยเห็นหน้าตามาบ้างแล้วก็พอรู้ว่าชนิตาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร

“ดูแลคนของแกให้ดี อย่าปล่อยให้เดินเพ่นพ่าน”

“ครับเฮีย” ฟาคินพยักหน้ารับฟังคำสั่ง ตั้งแต่พ่อกับแม่ไม่อยู่ก็มีแค่พวกเฮียที่ช่วยเหลือเลี้ยงดู

“เฮียฟรังค์ดูดุมากเลยนะ” เชอร์รี่กระซิบบอกหลังจากที่ฟรังค์เดินหายออกไป

สายตาว่างเปล่าของฟรังค์ที่ดูเหมือนไม่คิดอะไร ดูไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึกกับสิ่งรอบตัว เขาหล่อมากก็อาจจะใช่แต่ดูลึกลับและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

“คนนี้เจอตัวยากแถมโคตรดุ!” ขนาดอยู่บ้านหลังเดียวกันแต่คุยกันแทบนับคำได้ เฮียฟรังค์ชอบอยู่คนเดียวแบบสันโดษ ก็อาจจะมีแค่เพลงขิมที่ได้เข้าใกล้และพูดคุยกับพี่ชายเป็นส่วนมาก

“…..”

“พี่ไปนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ผมขอไปเปลี่ยนชุดแป๊บเดียวเดี๋ยวมา”

“อ่า…” เชอร์รี่พยักหน้ารับแบบไม่เรื่องมาก วาดสายตามองหาที่ว่างเพื่อนั่งรอแฟนหนุ่ม

แกร๊ก!

บานประตูห้องทำงานถูกเปิดออกเผยให้เห็นคนที่นั่งรออยู่ก่อนหน้านั้น ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศกระทบเข้ากับใบหน้าเป็นสิ่งแรกที่สัมผัสได้แต่เขากลับรู้สึกร้อนรุ่มเมื่อได้เห็นสายตาของพี่ชายที่กำลังมองมา

“แกกับผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกัน”

“พี่รี่เป็นแฟนผมเอง”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“เพิ่งคบเองเฮีย ผมเป็นคนขอพี่รี่คบเอง”

“แล้วมีใครรู้หรือยัง”

“รู้ทุกคนยกเว้นเฮียนั่นแหละ” เป็นเพราะฟรังค์เอาแต่หมกหมุ่นอยู่กับการทำงานแทบจะไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเลยไม่มีโอกาสได้บอกเรื่องนี้

“แกจะคบใครทำอะไรฉันไม่สน อย่าให้กระทบกับงานก็พอ”

“ผมแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ เฮียไม่ต้องเป็นห่วง”

“ต้นเดือนหน้าแกต้องขึ้นชกกับคนของมิสเตอร์จาง เตรียมตัวให้พร้อม”

“…..” ก็พอรู้มาบ้างว่าคนของมิสเตอร์จางมีฝีมือไม่ธรรมดา เขาอาจจะต้องเพิ่มเวลาซ้อมให้มากขึ้น

“ฉันลงเดิมพันกับแกไม่ใช่น้อยๆ ห้ามแพ้เด็ดขาด”

“ก็ตามนั้นแหละ”

ตึกตัก…เสียงฝีเท้าหนักใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า เชอร์รี่ละสายตาจากหน้าจอสมาร์ตโฟนเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะเห็นว่าเป็นแฟนหนุ่มยืนยิ้มจ้องเธออยู่

ฟาคินสวมเสื้อกล้ามคอกว้างตัวโปรดและกางเกงขาสั้น ผิวสีแทนของเขามันวาวชะโลมไปด้วยกลิ่นน้ำมันมวยที่คุ้นเคย

“อีกสิบนาทีผมต้องไปซ้อมแล้ว ขอกำลังใจหน่อยดิ”

“สู้ๆ นะ”

“กำลังใจแค่นี้มันจะไปพออะไร”

“แล้วจะให้พี่ทำยังไง”

หมาเด็กยิ้มกว้าง ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์พลางเอียงแก้มให้หอม “ยิ้มหวานๆ แล้วหอมแก้มผมสามที”

“…..”

“หรือจะให้ผมจูบปากพี่แทนก็ได้”

“…..” ริมฝีปากอิ่มสวยเม้มเข้าหากันแน่นราวกับครุ่นคิด เขาใช้จังหวะในตอนที่เธอเผลอกระชากคอเสื้อเข้ามารับรสจูบอย่างป่าเถื่อน

อึก! ร่างบางสะดุ้งเมื่อถูกคนตัวสูงประกบจูบแนบชิดแบบไม่ทันตั้งตัว ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซน

“ผมอยากลองแลกลิ้นด้วย”

“ทำเป็นหรือไง”

“พี่ช่วยสอนผมที”

“งั้นอ้าปากสิ พี่จะได้สอดลิ้นเข้าไป”

“อื้อ…” เสียงแหบพร่าของฟาคินร้องเรียกชื่อเธอแผ่วเบาในลำคอ ยอมทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย

มือไม้เหมือนไร้เรี่ยวแรงเมื่อพี่สาวคนสวยจูบตอบ เรียวลิ้นอุ่นเกี่ยวกระหวัดดูดดื่มจนเกิดเป็นเสียงน้ำลายเฉอะแฉะดังเล็ดลอดออกมาเบาๆ 

พอรู้ตัวอีกทีลูกอมก่อนหน้าก็ย้ายเข้าไปอยู่ในปากของเชอรี่เป็นที่เรียบร้อย

“ลูกอมของคินพี่ขออมต่อนะ”

หัวใจแกร่งเต้นแรงจนเกือบเสียการทรงตัวเมื่อลูกอมที่เคยอยู่ในปากเขาถูกเชอร์รี่แย่งไป

“พี่กำลังทำให้ผมใจแตกนะ”

“นายอยากจูบพี่ก่อน”

“เพราะพี่ยั่วผม”

“พี่ไม่ได้ยั่ว”

“…..” ฟาคินยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ พยายามดึงสติที่หลุดลอยให้กลับคืนมา เขามักจะสูญเสียความเป็นตัวเองเวลาอยู่ใกล้เธอ

“ไหนบอกว่าอยากเป็นผัวพี่ แค่พี่จูบนิดหน่อยนายก็สั่นแล้ว”

“ผะ…ผมไม่อยากคุยกับพี่แล้ว”

“…..” ชนิตาหัวเราะเบาๆ มองตามชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนที่เขินเธอจนหน้าแดงรีบเดินหนีไป

พลั่ก! ตุบ! ตุบ! เสียงหมัดหนักสะท้อนอยู่ในห้องซ้อมขนาดใหญ่ ไรผมดำขลับมีเม็ดเหงื่อรินไหลอาบทั่วใบหน้าจนเปียกชุ่ม

กลิ่นน้ำมันมวยผสมยาหม่องลอยคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ

ครูฝึกซ้อมถือเป้านิ่งมองลูกศิษย์ด้วยสายตาเคร่งขรึม น้ำหนักมือของฟาคินถือว่าหนักเอาเรื่องไม่แพ้ใคร

แม้อายุยังน้อยแต่ประสบการณ์บนสังเวียนมีมากจนเป็นที่เลืองลือ มีสังกัดชื่อดังอีกมากมายที่ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวด้วยเม็ดเงินมหาศาล

“การ์ดอย่าตก! ก้าวขาออกหมัดตรงไม่ต้องเหวี่ยง”

ชายหนุ่มตั้งสมาธิแน่วแน่ฟังคำสั่ง พ่นลมหายใจร้อนผ่าวเร่งจังหวะเข้าใส่แบบไม่หยุดพัก สำหรับเขาไม่ใช่แค่การซ้อมแต่เหมือนขึ้นชกจริง

“เอ้ย! เฮียคินแม่งโคตรแจ๋ว”

“เฮ้! แทงเข่าเลยเฮีย สับศอกขวา!”

“กูว่าไฟท์หน้าลูกพี่ชนะแน่”

เสียงเพื่อนนักมวยส่งแรงเชียร์เกาะติดขอบเวที การซ้อมเป็นไปอย่างหนักหน่วง กว่ามันจะจบลงก็กินเวลานานหลายชั่วโมง

“วันนี้แรงดีไม่มีแผ่ว วันลงสนามจริงให้มันได้แบบนี้ก็แล้วกัน”

“มีกำลังใจดีก็แบบนี้แหละ” ร่างสูงยืนหอบหายใจจนอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลง ใบหน้าคมคายขึ้นแดงระเรื่อจากเลือดลมที่กำลังสูบฉีด

“สาวสวยคนนั้นเป็นแฟนเอ็งเหรอ”

“…..” ฟาคินยิ้มเล็กน้อยแทนคำตอบพลางหยิบขวดน้ำเย็นที่วางอยู่ขึ้นมาราดหัวตัวเองเพื่อดับความร้อนในร่างกาย

“เล่นรุ่นใหญ่เลยนะ”

“เป็นไงครู แฟนผมแจ่มป่ะ”

“แรงดีเพราะแบบนี้นี่เอง” ความขาวผ่องเชอร์รี่ดูโดดเด่นมาตั้งแต่ไกลๆ อีกทั้งยังเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในค่ายนี้ เธอจึงกลายเป็นจุดสนใจของนักมวยคนอื่นด้วยเหมือนกัน

“เอ็งนี่เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน”

“ถ้าได้กำลังใจดีแบบนี้ ให้ผมซ้อมทั้งวันทั้งคืนก็ยังไหว”

“ทำเป็นพูดไปเถอะ อย่าให้ข้าเห็นว่าเข่าอ่อนกลับมาซ้อมก็แล้วกัน”

“ดูถูกกันเกิน ผมไม่ได้อ่อนขนาดนั้น”

“งั้นวันนี้พอแค่ก่อนไปพักได้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”

“ผมกลับก่อนนะครู ไว้เจอกัน”

พรึ่บ! 

คนตัวสูงทิ้งตัวนั่งลงข้างหญิงสาวบนอัฒจันทร์ เสื้อที่สวมใส่ถูกถอดพาดไว้บนบ่าส่วนแขนสองข้างเท้าด้านหลังเพื่อทรงตัว

“เหนื่อยมากไหม พี่ออกไปซื้อน้ำเย็นหวานเย็นๆ มาให้”

เชอร์รี่หยิบหลอดจ่อไปที่ริมฝีปาก ก่อนที่แฟนหนุ่มจะดูดรวดเดียวจนหมดแก้ว

“เหนื่อยแต่ชอบ”

“มีอะไรให้ทำตั้งมากมาย แต่ทำไมนายถึงเลือกชกมวย”

“เพราะการชกมวยมันเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ดี มันคือพรสวรรค์ที่ผมมี”

เขาไม่อยากเป็นคนอ่อนแอที่ถูกเพื่อนแกล้งจนกลายเป็นตัวตลกของทุกคนในห้องเรียน จึงหันมาฝึกฝนและฝึกซ้อมอย่างจริงจังตั้งแต่เด็ก

“ผมเป็นลูกคนเล็กที่เรียนหนังสือไม่เก่ง ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ทำได้แค่ชกมวยนี่แหละ”

“แต่สำหรับพี่ แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว” ใบหน้าแสนสวยเผยรอยยิ้มหวานก่อนจะยื่นดอกกุหลาบให้ชายหนุ่ม “พี่ให้นาย”

“อะไร”

“ดอกไม้ไง”

“ผมหมายถึงว่าให้ทำไม”

“คนเก่งก็ต้องได้รับของตอบแทน”

ฟาคินรับดอกไม้ที่เธอยื่นให้พร้อมหัวใจพองโต ทำตัวแบบนี้จะไม่ให้เขารักได้ยังไง “เวลาอยู่ใกล้พี่ทีไรหัวใจผมเต้นแรงตลอด พี่ลองจับดูสิ”

“มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอ”

“อาฮะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม”

เชอร์รี่เอื้อมวางมือลงบนหน้าอกซ้ายที่เปลือยเปล่าของนักมวยหนุ่ม เป็นเหมือนที่เขาบอก เธอรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจจนสัมผัสได้ 

“ผมอยากคบกับพี่แบบนี้ไปเรื่อยๆ”

“นานแค่ไหน”

“ผมแล้วแต่พี่”

“…..”

“แค่พี่ยอมเปิดใจให้ผม เท่านี้ก็ดีมากแล้ว”

“…..”

“พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้านะ ส่วนช่วงบ่ายมีซ้อมมวยจนถึงดึก แต่เดี๋ยวจะหาเวลาว่างโทรหาบ่อยๆ”

“ไม่เป็นไร” เธอรู้ว่าเขามีงานต้องทำหลายสิ่งหลายอย่าง ไหนจะต้องไปมหาลัยแถมยังต้องแบ่งเวลามาซ้อมมวยเพื่อที่จะขึ้นชกในอีกไม่กี่อาทิตย์

“ไม่ได้ดิ ถ้าไม่ได้ยินเสียงพี่ ผมคงนอนไม่หลับแน่ๆ”

เกิดเป็นความเงียบเมื่อคนทั้งสองหันมาสบตากันแบบไม่ได้ตั้งใจ ฟาคินลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อคนตัวเล็บใช้ปลายนิ้วลูบไล้ที่ริมฝีปากก่อนที่เขาจะออกแรงดูดเลียนิ้วของเธอเบาๆ

“ผมไม่อยากเลียแค่นิ้วพี่แล้วอะดิ”

“แล้วนายหมายถึงอะไร”

ฟาคินแค่นหัวเราะในลำคอ หลุบสายตามองต้นขาขาวเนียนไปจนถึงจุดอ่อนไหวกลางกายของหญิงสาว

“แน่ใจว่าถ้าผมพูดแล้วพี่จะรับได้”

“ถะ…ถ้างั้นไม่ต้องพูด”

“ถ้ายั่วแล้วไม่ให้ ทีหลังก็อย่าทำ”

“…..”

“พี่ไม่ควรล้อเล่นกับคนที่คลั่งพี่จนแทบบ้า”

“…..”

“ถ้าผมทนไม่ไหวขึ้นมาต่อให้ต้องเ-ดพี่บนสนามมวยโง่ๆ ผมก็จะเอา”

“…..”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป