บทที่ 6 เด็กเอนหน้าคุ้น
มหาวิทยาลัย
“ไอ้หรั่ง!”
“…..” ฟาคินหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนสนิทร้องเรียกมาแต่ไกลๆ
“วันนี้ไปผับกัน”
‘เขื่อน’ เพื่อนรักรีบวิ่งเข้ามากอดคอด้วยความสนิทสนม พวกเขารู้จักกันมานานนมตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมด้วยกัน
“ขอคิดดูก่อน”
เพราะมีสิ่งที่ต้องโฟกัสและสำคัญมากกว่านั้น หลังกลับจากมหาลัยฟาคินต้องเข้าโรงยิมเพื่อซ้อมมวยอย่างหนัก อาจจะมีหยุดพักบ้างแต่ก็นานๆ ที จึงไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเหมือนคนทั่วไป
“มึงห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะวันนี้เป็นวันเกิดไอ้แจ็ค”
“เดี๋ยวโทรขออนุญาตเจ๊ฟรานก่อนจะให้กูไปมั้ย” ไม่ว่าจะทำอะไรหรือไปไหนมาไหนมักจะต้องรายงานพี่สาวพี่ชายอยู่เสมอ
พวกเขาทั้งห้าคนเหมือนเป็นโลกทั้งใบของกันและกัน โตมาด้วยกันต้องดูแลปกครองพึ่งพากันเอง เพราะพ่อและแม่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล นานครั้งถึงจะติดต่อกลับมา
“ขอเจ๊ให้ได้นะ ถ้ามึงไม่มาไอ้แจ็คตามเด็ดหัวมึงแน่”
“เออๆ เดี๋ยวกูไป”
“เห็นไอ้แจ็คมันบอกว่าจ้างพีอาร์ตัวท็อปเด็ดๆ มาบริการพวกเราด้วย”
“…..”
“กูว่ายังไงต้องได้ลงสุกี้หม้อรวม คืนนี้ต้องมีคนแตก”
แค่คิดก็ฟินจนจมูกบาน ไปไหนต้องไปด้วยกัน ถ้าขาดใครคนใดคนนึงคงหมดสนุก “นัดแล้วต้องมา มึงห้ามเบี้ยวนะ ไม่งั้นพวกกูตามยันบ้าน”
“รู้แล้วน่า เดี๋ยวกูไป”
“อย่าลืมพกของเล่นติดมือมาด้วย ที่ให้พวกกูลองวันนั้นแม่งอย่างฟินเลย เหมือนได้ขึ้นสวรรค์”
“เออๆ เดี๋ยวกูขอเฮียฟรังค์มาให้”
“ทำดีมากเพื่อนรัก”
ฟาคินถอนหายใจเบื่อหน่ายล้วงหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดส่งข้อความหาแฟนสาว
เชอร์รี่มักเป็นคนแรกที่นึกถึงอยู่เสมอ
LINE
ฟาคิน : คืนนี้ผมไปงานวันเกิดเพื่อนนะ ถ้ากลับถึงบ้านแล้วจะโทรหาครับ
เชอร์รี่ : (ส่งสติกเกอร์โอเค)
ฟาคิน : ห้ามคุยกับคนอื่นนะ ผมหวง
เชอร์รี่ : พี่คุยกับนายคนเดียว
ฟาคิน : พี่ทำอะไรอยู่ถ่ายรูปชูสองนิ้วมาให้ผมดูหน่อย
เชอร์รี่ : เพิ่งน้ำอาบเสร็จค่ะ
เชอร์รี่ : (ส่งรูปภาพ)
ฟาคิน : ขาวจั๊วะเลย ลงต่ำอีกนิดดิพี่
เชอร์รี่ : ตอนนี้พี่โป๊อยู่ค่ะ ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า
ฟาคิน : …..
ความจริงไม่ได้คาดหวัง แค่อยากรู้ว่าเธออยู่ไหนหรือกำลังทำอะไรอยู่ แต่สิ่งที่เชอร์รี่ตอบกลับมาทำเอาใจสั่น
มองในภาพถ่ายเห็นแฟนสาวนุ่งผ้าขนหนูผืนเล็ก เนินอกขาวอวบโผล่ให้เห็นอย่างหมิ่นเหม่
“เช็ดน้ำลายหน่อยเพื่อน ทุเรศฉิบหายเลยเลย”
รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเพื่อนสนิทถกชายเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำลายให้
“ว่าแต่ดูอะไร ไม่แบ่งพวกกูบ้าง”
พรึ่บ! โทรศัพท์ถูกแย่งออกจากมือแบบที่ไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าหล่อเหลาถอดสีออกอาการเลิ่กลั่กพยายามจะแย่งกลับคืน
“ไอ้เขื่อนไอ้เชี่ย! เอาโทรศัพท์กูคืนมา”
“พี่รี่แม่งอย่างเอา” หลังจากได้เห็นก็พอจะรู้ว่าทำไมไอ้หรั่งมันถึงนั่งน้ำลายไหลเหมือนหมาบ้า
ถึงแม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่ภาพหวาบหวิวของเชอร์รี่ที่ส่งมาทำเอาไอ้หรั่งเสียอาการอยู่ไม่น้อย
พลั่ก! ฝ่ามือหนักฟาดลงบนหัวเพื่อนสนิทจนหงายหลัง ก่อนจะแย่งโทรศัพท์กลับคืนแล้วรีบเซฟรูปไว้ดูคนเดียว
“ไอ้เวรนี่! พี่รี่ของกู”
“มีของเด็ดขนาดนี้ไม่บอกเพื่อนเลยนะ”
“ใครยุ่งกับพี่รี่กูเอาตาย”
“มีหวงนะมึง”
“กูรักของกูมานาน” ไม่ใช่แค่ชอบแต่มันกลายเป็นรักโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน
-6996 Thonglor-
“กูมาถึงแล้ว จะให้ไปรอที่ไหน”
เรือนร่างอรชรเจ้าของความสูง165เซนติเมตร ผมสีแดงRuby red ยาวตรงถึงกลางหลังตัดกับผิวขาวผ่องสว่างออร่า มือซ้ายจับโทรศัพท์แนบหู ส่วนมือขวาถือข้าวของพะรุงพะรัง
เชอร์รี่ถูกนัดหมายจากเพื่อนสนิทให้มาช่วยงานสำคัญแบบเร่งด่วนด้วยข้อเสนอได้ค่าตอบแทนที่น่าพอใจจึงตกปากรับคำไม่ปฏิเสธ
(มึงเข้ามาทางประตูหลังเลย เดี๋ยวกูรอที่ห้องแต่งตัว)
“อีกห้านาทีเจอกัน”
ดวงตาคู่สวยมองสำรวจไปรอบบริเวณทันทีที่เดินเข้ามาภายใน ชนิตาเคยทำงานอยู่ที่นี่เมื่อหลายปีก่อน
6996 Thonglor เป็นสถาบันเทิงแบบอโคจรขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพในย่านของคนมีเงิน แขกที่มาเที่ยวส่วนมากมักจะเป็นพวกแวดวงไฮโซหรือไม่ก็คนมีชื่อเสียงในวงการ
“ขอโทษที่ต้องรบกวนมึง แต่ดีน่ามันเกิดเหตุฉุกเฉินจริงๆ กูไม่รู้จะไปหาเด็กที่ไหนมาแทน”
แหวนที่รับตำแหน่งผู้จัดการร้านรีบเดินออกมาต้อนรับหลังจากเห็นคนที่เฝ้ารอ เชอร์รี่เป็นคนแรกและคนเดียวที่เธอนึกถึงไว้ใจให้มาทำงานสำคัญในคืนนี้
“ไม่เป็นไร ถือว่าช่วยกัน”
“มึงได้เตรียมชุดมามั้ย”
“เตรียมมา”
“งั้นรีบไปเปลี่ยนชุดแต่งตัวเลย กูนัดแขกวีไอพีไว้สี่ทุ่ม”
“อาฮะ…”
“อย่าให้เสียชื่ออดีตตัวท็อปของร้านนะมึง” แขกที่เข้ามาร้านต่างต้องเรียกหา เชอรี่ทั้งสวยและเอาอกเอาใจเก่งแถมบริการดี ทำเอาลูกค้าที่มาเที่ยวพากันติดหนึบไม่ยอมไปไหน
“ไม่พลาดอยู่แล้ว”
“อันนี้ค่าตัวมึง ส่วนทิปพิเศษเดี๋ยวโอนให้หลังเลิกงาน”
“เงินมางานเดินแบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย”
“อยากได้มึงมาก็ต้องจ่ายหนักเป็นธรรมดาอยู่แล้ว” เป็นเพราะเชอร์รี่ลาออกจากร้านก่อนจะผันตัวไปทำธุรกิจอะไรบางอย่าง นานทีปีหนถึงจะยอมกลับมารับงาน
“…..”
เวลาต่อมา
“มึงโทรตามไอ้หรั่งหน่อยดิ๊ ป่านนี้ถึงไหนแล้ว” แจ็คเจ้าของงานวันเกิดก้มมองนาฬิกาข้อมือหลักล้านพลางชะเง้อคอมองหาเพื่อนชายที่นัดไว้
“กูโทรตามแล้ว มันเพิ่งซ้อมมวยเสร็จกำลังมา”
เชอร์รี่หยุดชะงักหลังจากจบประโยคนั้น เธอสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านเมื่อจู่ๆ หน้าของฟาคินก็ลอยเข้ามาในความคิด
แต่อาจจะไม่ใช่แบบนั้น โลกคงไม่กลมถึงขนาดเหวี่ยงให้เธอและเขามาเจอกันในสภาพนี้
“ไอ้เวรนี่! นัดทีไรมาสายตลอด”
“เดี๋ยวมันก็มาบ่นเหี้ยไรนักหนา รีบแดกเข้าไป”
“พี่คนสวยแก้วนี้ขอโซดาเพิ่มอีกหน่อย ชงมาเข้มขนาดนี้คิดจะมอมเหล้าผมเหรอ”
“คะ?” เสียงเรียกของคนในโต๊ะดังขึ้นช่วยปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์ในขณะที่กำลังใจลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
“ผมมาที่นี่บ่อยนะ แต่ทำไมไม่เคยเห็นพี่เลย” ไม่พูดเปล่าแต่ยังใช้สายตาแทะโลมคนตรงหน้าแบบไม่ปิดบัง คิ้วเข้มหนาขมวดเข้าหากันอย่างพิจารณาเมื่อรู้สึกคุ้นหน้ากับหญิงสาวเหลือเกิน
แต่ยิ่งลองนึกกลับยิ่งคิดไม่ออก อาจจะเป็นเพราะภายในเมื่อสลัวบวกกับอาการมึนเมาเลยทำให้เห็นใบหน้าของเธอไม่ชัดเจน
“วันนี้มาแทนเพื่อนน่ะ”
“ถ้ามาครั้งหน้าจะได้เจอพี่อีกปะ ถ้าเจอเดี๋ยวมาทุกวันเลย”
“…..” หญิงสาวยิ้มหวานแทนคำตอบ งานบริการที่ทำมีหน้าที่ทำให้แขกที่มาเที่ยวพึงพอใจมากที่สุด
“ไอ้หรั่งทางนี้”
คนตัวเล็กหยุดชะงัก หัวใจดวงน้อยหล่นลงไปกองอยู่ที่พื้นเมื่อมองเห็นร่างสูงคมคายเดินตรงมาทางโต๊ะที่เธอนั่งอยู่
ทรงผมดำขลับถูกเสยขึ้นโชว์ใบหน้าแบบลวกๆ ฟาคินสวมใส่เสื้อกล้ามสีดำแขนเว้ากว้างโชว์ต้นแขนตัดกับกางเกงยีนส์สีซีดเอวต่ำทรงหลวม
ถึงแม้จะแต่งตัวธรรมดาแต่ใบหน้าคมเข้มตามสไตล์ลูกเสี้ยวรัสเซียโดดเด่นดึงดูดสายตาจากคนทั่วไป
“รถแม่งติดฉิบหายเลย รู้งี้กูบิดมอไซค์มาก็สิ้นเรื่อง”
คนที่เพิ่งมาถึงชะงักเล็กน้อย ขมวดคิ้วไล่สายมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า มองภาพตรงหน้าให้ชัดเจนว่าไม่ได้ตาฝาด รู้สึกแปลกใจไม่แพ้กัน ไม่คิดว่าจะมาเจอแฟนสาวในสถานที่กลางคืนแบบนี้
“น้องคิน!”
