บทที่ 7 ผมไม่เคย

“พี่มาทำอะไรที่นี่”

“พี่มาทำงานน่ะ”

“ทำงานบ้าอะไรวะ ไม่เห็นบอกผมอ่ะ”

“…..” เชอร์รี่ไม่ได้ตอบคำถามต่อจากนั้น บรรยากาศภายในโต๊ะเงียบลงทันตาเห็น

“เวรสัด! กูว่าแล้วทำไมหน้าคุ้นๆ” เขื่อนมองเพื่อนชายและหญิงสาวสลับกันไปมาด้วยสายตาพร่าเลือน รู้แค่ว่าฟาคินคบกับเชอร์รี่แต่ยังไม่เคยได้เห็นตัวเป็นๆ

“พวกมึงยุ่งอะไรกับแฟนกู อยากตายหรือไง!” ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ให้ถอยห่างออกจากแฟนสาว ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดขึ้นไปตามขมับ

“เปล่านะเว้ย…พวกกูยังไม่ได้ทำอะไรแฟนมึงเลย” แจ็คยกมือขึ้นยอมแพ้ ไล่สายตาเลิ่กลั่กมองรูปร่างกำยำอันบึกบึนของไอ้นักมวยบ้าระห่ำ หากขัดขืนมีหวังโดนมันต่อยจนสลบ ท่าทางของฟาคินที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย

“พี่ยิ้มอะไร ตลกมากหรือไง! ผมโมโหอยู่นะ”

หันไปเห็นแฟนสาวที่เอาแต่นั่งยิ้มหวานยิ่งรู้สึกโมโหกว่าเดิม

“ไหนๆ ก็มาแล้วนั่งก่อนสิ” ดึงแขนของคนตัวสูงให้นั่งลงข้างกัน เธอเองก็พอจะรู้วิธีรับมือกับฟาคินอยู่บ้าง “พี่แค่มาทำงานแทนเพื่อน พอดีมันเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย”

“แล้วคิดจะบอกกันบ้างป้ะ ว่ามาทำงานแบบนี้อ่ะ”

“พี่ส่งข้อความบอกแล้วนะ แต่คินไม่ได้เปิดอ่านเอง”

“ผมมัวแต่ยุ่งอยู่อ่ะดิ”

“หายหงุดหงิดหรือยัง”

“อาฮะ…” พยักหน้าตอบรับ พอได้ยินถึงเหตุผลทั้งหมดจึงเข้าใจและไม่ได้คิดโกรธ

“วันนี้ดื่มมั้ย เดี๋ยวพี่ชงให้”

“ผมไม่กินเข้มมากนะ ขอเหล้านิดเดียวพอ”

“…..”

“พี่เชอร์รี่แม่งลำเอียง ใส่เหล้าให้ไอ้คินเท่าเยี่ยวแมวป่วย แต่ชงให้พวกผมเหมือนสามล้อถูกหวย มันไม่ยุติธรรมเลยนะพี่” เขื่อนถึงกลับร้องโวยวายออกมายกใหญ่ นั่งร่วมโต๊ะกันเป็นสิบคน เมาทุกคนยกเว้นเชอร์รี่และฟาคิน

“เดี๋ยวน้องคินเมาขับรถกลับไม่ไหว”

“ห่วงพวกผมก่อนเถอะพี่ เอ็นไก่ทอดขึ้นมาจ่อรอที่คอหอยแล้วส่วนคอไอ้หรั่งมันแข็งยิ่งกว่าทองแดง” แจ็คยกมือขึ้นปิดปากอย่างรู้สึกพะอืดพะอม

“…..”

“เฮ้ยพี่! ประชดปะเนี่ย เทให้ขนาดนี้ยกขวดกรอกใส่ปากผมเลยดีกว่ามั้ง” ฟาคินจับมือแฟนสาวไว้ทัน เมื่อเชอร์รี่เทเหล้าสีอำพันจำนวนมากลงในแก้วจนค่อนขวด

“กินไปเถอะ ถ้านายเมาเดี๋ยวพี่ดูแลเอง”

“ถ้าผมเมาพี่จะข่มขืนผมป้ะ”

“เห็นพี่เป็นคนแบบนั้นเหรอ พี่ไม่ใช่คนฉวยโอกาสนะ”

“พี่ช่วยฉวยโอกาสผมหน่อย ถ้าเป็นพี่ผมจะยอมนอนให้ข่มขืน ผมจะไม่ร้องโวยวาย ผมจะนอนนิ่งๆ แล้วแตกใส่พี่แบบฟินๆ เลย”

ปัก! 

มัดเล็กๆ ของหญิงสาวชกเข้าที่หน้าท้องแกร่งแบบไม่แรงนัก โทษฐานที่ชอบพูดจาเลอะเทอะใส่เธออยู่เรื่อย

“อ่า! เจ็บนะเว้ย พี่ชอบซาดิสม์หรือไงทำไมชอบใช้ความรุนแรง”

“แล้วใครใช้ให้นายพูดจาทะลึ่งแบบนี้”

“ผมได้ยินเฮียฟาเรนชอบพูดกับเมียบ่อยๆ”

“นายนี่มันจริงๆ เลยนะ”

“ที่หน้าแดงนี่เพราะเขินผมหรือเมากันแน่” ฟาคินยิ้มยียวนเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้แฟนสาวจนเกือบจะจูบกันรอมร่อ

“พี่แค่เมา ไม่ได้เขิน”

“พอเจอพี่รี่ไม่สนใจเพื่อนอย่างพวกกูเลยนะ” เสียงกระแหนะกระแหนของเพื่อนสนิทภายในโต๊ะดังขึ้น ไอ้หรั่งมันเอาแต่ทำตัววอแวติดอยู่กับพี่สาวคนสวยไม่ยอมห่างไปไหน

“สำหรับกูผู้หญิงต้องมาก่อนเสมอครับ”

“เดี๋ยวพี่มา ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“พี่เมาแล้วเดี๋ยวผมพาไป”

“ไม่เป็นไร คินอยู่นั่งคุยกับเพื่อนเถอะ”

“ถ้าสิบนาทีพี่ไม่มาผมจะไปตามนะ ผมเป็นห่วง”

“อืม” เชอร์รี่พยักหน้ารับ โน้มริมฝีปากเข้าไปหอมแก้มหมาเด็กฟอดใหญ่ คว้ากระเป๋าสะพายขึ้นมาคล่องบ่าก่อนจะเดินออกจากตรงนั้น ท่ามกลางสายตาของแฟนหนุ่มที่มองตาม

“ไอ้รี่!”

ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ ในขณะกำลังยืนพิงกำแพงสูบบุหรี่อยู่ด้านหลังคลับ

“อะไรของมึง”

“กับไอ้เด็กนักมวยคนนั้นไปถึงไหนแล้ว ไหนบอกว่าแค่เล่นๆไง วันนี้กูเห็นแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว”

แหวนเองก็พอรู้ว่าฟาคินชอบเพื่อนสาวมากคอยตามจีบมาเป็นปีๆ แต่ไม่รู้เป็นไงมาไง นังเชอร์รี่ถึงตกลงปลงใจยอมคบหาดูใจกับฟาคิน

“แค่เด็กมันอยากรู้อยากลอง กูไม่ได้คิดอะไร”

“แต่ดูน้องมันชอบมึงมากเลยนะ แค่คบเล่นๆ จริงดิ”

“มึงก็รู้ว่าเด็กแบบนั้นไม่ใช่สเปคกูหรอก อีกไม่นานก็คงเขี่ยทิ้งนั่นแหละ”

“ระวังตัวไว้เถอะมึง ไปทำให้เด็กมันคลั่งหลอกให้มันรักมากๆ ระวังจะซวย”

“ไม่พลาดหรอก อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ด้วยล่ะ”

“กูมันคนจริงอยู่แล้ว คำไหนคำนั้น!”

“กูขอเวลาไม่เกินเจ็ดวัน จะได้รีบปิดเกมเด็กนั่นสักที”

“…..”

เวลาต่อมา

“พี่รี่ พี่ไหวป้ะเนี่ย” ฟาคินมองท่าทางโอนเอนของแฟนสาว คนที่เมามายไม่ใช่เขาแต่กลายเป็นแฟนสาวที่นั่งทรงตัวอยู่แทบไม่ไหว

“ไหว”

“แต่ผมว่าไม่ไหว งั้นกลับบ้านกัน”

ฟาคินรีบเข้าไปประคองหิ้วปีกคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะวางเงินแบงก์พันปึกหนาลงบนโต๊ะเพื่อเป็นค่าเครื่องดื่มในคืนนี้ “เดี๋ยววันนี้กูจ่ายเอง ขอตัวพาพี่รี่กลับบ้านก่อน”

“เออๆ มึงรีบไปเถอะ ไว้ค่อยเจอกัน” แจ็คโบกไม้โบกมือไล่ยกใหญ่ อุตส่าห์จัดเตรียมหาสาวสวยๆ ไว้ให้แต่ไอ้หรั่งดันไม่สนใจชิ่งหนีกลับก่อน

ตุบ! 

เชอร์รี่ถูกวางบนเบาะรถสปอร์ตคันหรูอย่างเบามือ เธอสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมองเล็กน้อยมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของแฟนหนุ่มห่างอยู่ไม่ไกล

“พี่รี่ได้ยินผมมั้ย”

“ได้ยิน”

“พี่เมามากเดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านนะ”

“อืม…”

“เอาเสื้อผมไปคลุมไว้ก่อน เดี๋ยวไม่สบาย” ชายหนุ่มเอื้อมไปหยิบแจ็คเก็ตยีนที่วางอยู่ทางเบาะหลังขึ้นมาห่มให้ ชุดที่เธอใส่มันค่อนข้างหวาบหวิวอาจจะทำให้หนาวจนป่วยได้ “ทีหลังห้ามปล่อยให้เมาขนาดนี้อีกนะ เป็นผู้หญิงมันอันตรายนะพี่”

“พูดมากน่า พี่อยากกลับบ้านแล้ว”

“ถ้าจะอ้วกบอกผม เข้าใจที่พูดมั้ย”

“เข้าใจแล้ว ว่าแต่ทำไมคินถึงดีกับพี่ขนาดนี้”

“เพราะพี่เป็นแฟนผม”

“แต่พี่อาจจะไม่ใช่คนดีเหมือนที่คินคิด”

“ไม่เป็นไร ถึงพี่จะเป็นยังไงผมก็รู้สึกกับพี่เหมือนเดิม”

“ซื่อบื้อจริง” เอื้อมมือไปบีบปลายจมูกโด่งคมเบาๆ อย่างหยอกล้อ ถึงแม้บุคลิกของฟาคินจะดูห่ามๆ พูดจาโพงพางแต่เขากลับจริงใจ อ่อนต่อโลกไม่มีพิษภัยกับใคร

“เพราะผมชอบพี่ ไม่เคยชอบใครแบบนี้เลย” ดึงมือเล็กเข้าหา วางใบหน้าหล่อเหลาซบลงบนฝ่ามือของเธอราวกับออดอ้อน “แล้วพี่ชอบผมแค่ไหน ชอบผมบ้างมั้ย”

“ชอบสิ…พี่ก็ชอบนายเหมือนกัน”

“…..” เพียงแค่ได้ยินประโยคนั้น หัวใจแกร่งถึงกลับเต้นแรงจนบ้าคลั่งเก็บความรู้สึกที่มีต่อเธอไม่ไหวประกบจูบที่ริมฝีปากเล็กอย่างนึกหวงแหน

“คิดจะฉวยโอกาสตอนพี่เมาเหรอ”

“…..” ฟาคินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองเพื่อเรียกสติ เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแบบนั้น “เปล่า ผมไม่…”

“อยากจูบก็จูบสิ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก”

ฝ่ามือหนายกขึ้นประคองใบหน้าแสนสวยทันทีที่ได้รับอนุญาต ดวงตาทั้งคู่ประสานกันภายในรถที่มีเพียงแค่คนทั้งสอง

กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนของเชอร์รี่ทำให้เขาอดใจไม่ไหว กดท้ายทอยบอบบางให้เข้าหารับรสจูบเร่าร้อน รสชาติฉุนของแอลกอฮอล์ที่เจือจางอยู่ในโพรงปากเล็กทำให้สติเขาเตลิดคิดไปต่างๆ นานา

“อยากลองทำแบบนั้นกับพี่มั้ย”

“ตอนนี้พี่เมามากไม่มีสติเลย ผมไม่ทำหรอก” แม้จะชอบเธอมากแต่ก็ไม่กล้าพอจะฉวยโอกาสในตอนที่เธอเมาขนาดนี้

“แล้วคินไม่อยากทำเหรอ”

“ถ้าให้พูดตรงๆ ก็อยาก ผมอยากมีอะไรกับพี่”

“…..” เชอร์รี่ไม่ได้ให้คำตอบแต่เลือกที่จะส่งยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าของชายหนุ่มเบาๆ 

“แต่ผมจะไม่ทำ เอาไว้ค่อยทำด้วยกันตอนที่พี่มั่นใจ”

ร่างสูงหยุดชะงัก ฝ่ามือของเขาชื้นเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเมื่อเชอร์รี่ดึงมือแฟนหนุ่มให้วางลงบนเนินอกอวบอั๋นทันทีที่พูดจบประโยค

หัวใจแกร่งเต้นโครมครามเมื่อสัมผัสได้ถึงเต้าอวบนุ่มนิ่มเด้งสู้มือ ริมฝีปากของเขาเริ่มสั่น นอกจากหม่ามี้ก็ยังไม่เคยจับนมผู้หญิงคนไหนมาก่อน

“อยากจับนมพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ลองบีบแรงๆ ดูสิ มัวนั่งนิ่งทำไม”

“ทำแบบนี้ไม่ดีแน่ๆ พี่กำลังทำให้ผมหมดความอดทนนะ”

“ไม่กล้าเหรอ”

“ละ…แล้วใครบอกว่าผมไม่กล้า”

“ถ้าไม่กลัวแล้วเสียงสั่นทำไม”

“ก็คนมันไม่เคย พี่อย่าแกล้งผมดิ”

“…..”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป