บทที่ 12 เพราะว่ารักพี่นายนิตา(วันเกิด)
นิตาทำขนมเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน เช้านี้เธอปลุกน้ำหนึ่งแต่เช้า สองแม่ลูกไปตลาดแต่เช้า ซื้อข้าวมันไก่ร้านดังเจ้าอร่อย ผลไม้สดหลายชนิด ยาสามัญประจำบ้าน และ น้ำดื่ม ก่อนจะตรงไปถวายพระที่วัด ในใจเธอนึกถึงเจ้าของวันเกิดวันนี้พี่นายคงทำบุญที่บ้านเหมือนทุกปี
ตอนค่ำคงมีงานเลี้ยงหรูหราอย่างที่จัดเป็นประจำ นิตาขอให้พี่นายมีความสุขมากขึ้นทุกวัน ขอให้งานทุกอย่างประสบความสำเร็จ ขอให้พี่นายสุขภาพแข็งแรงและสุดท้ายขอให้พี่นายมีความรักที่ดี สมหวังดังใจในทุกสิ่ง นิตาคิดในใจระหว่างทำบุญในตอนเช้า
นายถวายอาหารพระอย่างที่ทำเป็นประจำ ท่าทางสุภาพอ่อนน้อมจนคู่หมั้นสาวอดภูมิใจไม่ได้ หล่อ รวย สมาร์ท ฉลาด ครบสูตร หญิงสาวแต่งตัวสวยมาร่วมทำบุญแต่เช้า
นายยิ้มอย่างสดชื่น คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า ต่างพากันอวยพรวันเกิดด้วยบรรยากาศอย่างมีความสุข แม่บ้านแอบเข้ามากระซิบบอกว่า
เค้กวันนี้คุณหญิงจัดเตรียมมาเอง ผู้ใหญ่ต่างยิ้มอย่างเอ็นดู นายสีหน้าเคร่งขรึมลงนิดหน่อย ทุกปีเค้กวันเกิดของเค้าจะเป็นเค้กบลูเบอร์รี่ ฝีมือนิตาเสมอ แม้เธอจะไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว แต่คนบ้านนี้ยังสั่งขนมชนิดนี้มาเสมอ คุณนิทราลอบมองหลานชายแล้วถอนหายใจ
ทำไมนายยังไม่ลืมยัยเด็กนั่นซะที ตัวเองมีพร้อมขนาดนี้จะไปแคร์อะไรกับเด็กที่พ่อแม่ตายมีหนี้สินรอบตัว จะเอามาเป็นภาระตัวเองทำไม คุณนิทราคิดในใจ
น้ำหนึ่งเข้าห้องนอนแล้ว นิตามองดูนาฬิกาแล้วจุดเทียนที่มีตัวเลข 37มือสั่นระริกขณะจุดเทียน เสียงเงียบสนิทภายในห้องครัวเล็กๆ เสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ดังขึ้นเบาๆ คนร้องน้ำเสียงสั่นเครือ
เธอร้องรอบเดียวจนจบ แล้วเป่าเทียน ห้องทั้งห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากห้องรับแขกส่องไปเท่านั้น หญิงสาวนั่งเพียงลำพังในความมืด เสียงร้องไห้ดังออกมาเบาๆ
"ปีนี้เป็นปีที่5แล้วนะคะ ที่นิตาไม่ได้เป่าเทียนข้างพี่นาย แต่นิตาเป่าเทียนให้พี่นายเหมิอนที่เคยแล้วนะคะ นิตารักพี่นายนะคะ"
เสียงคนพูดกลั้นสะอื้น ร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจภายในห้องครัวเพียงผู้เดียว
นายยิ้มขอบคุณและเป่าเทียนเบาๆทันทีที่เพลงจบ บรรยากาศงานเลี้ยงในกลุ่มเพื่อนสนิท ค่อนข้างหรูหราและมีสมาชิกมากกว่าทุกปี เพราะคู่หมั้นของเค้าชวนเพื่อนมาเยอะมาก
เสียงทักทายแนะนำเข้ามาเป็นระยะ แถมยังขอถ่ายรูปคู่ด้วย น่าเวียนหัวที่สุด นายปลีกตัวออกมา ยืนหลบมุมมองท้องฟ้าคืนนี้ เสียงเพลงดังแว่วๆออกมา เค้าถอนหายใจแล้วมองท้องฟ้า ป่านนี้เธอจะคิดถึงพี่บ้างไหมนิตา เสียงคนเดินผ่านมา ทำให้เค้าต้องหลบ เค้ายังไม่พร้อมจะปั้นหน้ายิ้มอีกแล้ว
เสียงเดินเข้ามาใกล้ทุกที นายขยับแอบตรงซุ้มต้นไม้
" ตานาย นะตานาย ป่านนี้ยังทำหน้าละห้อยคิดถึงแต่แม่นิตาอยู่นั่นเอง ถ้ายังคบกันถึงตอนนี้คงต้องขนสมบัติบ้านนี้ไปจ่ายหนี้ให้บ้านนั้นแน่ๆ ดีนะที่ฉันจัดการนางเด็กนั่นก่อน และอีกอย่างนังนั่นก็แสนจะซื่อรักตานายเหลือเกิน ฉันแค่บอกไปว่ามันจะเป็นตัวถ่วงชีวิตตานายเท่านั้น มันรีบไปจากตานายทันที สมน้ำหน้ามีแต่ตัว มีแต่หนี้ จะมาเป็นปลิงเกาะตานายของชั้น ฝันไปเถอะ "
เสียงเดินห่างออกไป เสียงพูดห่างออกไป นายยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สมองว่างเปล่า ก้าวขาไม่ออก นิตาเป็นหนี้ นิตาตัวคนเดียว นิตาหนีเค้าไปเพราะไม่อยากเป็นภาระในชีวิตเค้า นายเช็ดน้ำตาที่คลออยู่บริเวณหัวตาเบาๆ สมองว่างเปล่า
นิตาปวดหัวตุบๆ เธอปวดหัวมาก เมื่อคืนเธอร้องไห้หนักเหมือนเช่นทุกปี ภาพความสุขและความคิดถึงถาโถมเข้ามาหาเธอเสมอในวันพิเศษแบบนี้ เธออ่อนไหวและอ่อนแอ เมื่อคิดถึงเค้า ผู้ชายที่เป็นทุกอย่างของเธอ นิตาลุกขึ้นมาต้มข้าวต้มแล้วปลุกลูกสาว น้ำหนึ่งล้างหน้าแปรงฟันแล้วทาแป้งหน้าขาวเดินเข้ามาในครัว
"วันนี้แม่ปวดหัวมากค่ะ น้ำหนึ่งทานข้าวเเล้วดูทีวีนะคะ แม่ของีบสักหน่อย"
ลูกสาวพยักหน้ารับแล้ว นั่งรอหน้าทีวี นิตาถอนหายใจออกมา ขณะทำอาหาร เสียงโทรศัพท์ดังรัว เธอมองหน้าจอแล้วกดรับ
"ค่ะพี่คิน" เสียงดังมาตามสาย นิตากล่าวขอโทษสองสามครั้งแล้วกดวาง
