บทที่ 6 ตอนที่ 6 เพลย์บอยอ้อนรัก
ตอนที่ 6 เพลย์บอยอ้อนรัก
"สวัสดีพี่เขาสิลูก" คุณแม่พูดพร้อมกับดึงลูกสาวสุดที่รักเข้าไปนั่งข้างๆ ท่าน
"สวัสดีค่ะ" เธอเงยหน้ามองผมแล้วพนมมือเรียวสวยยกขึ้นไหว เมื่อสายตาของเธอสบตากับสายตาของผมดูเธอจะชงักไป ผมไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ผมรู้สึกว่าเธอสวย สวยมากจริงๆ ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งสวย แต่ผมก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่นึกถึงไอ้หน้าอ่อนที่นั่งข้างๆ เธออย่างสนิทสนม
"เป็นไงตาแม็กลูกสาวแม่สวยไหม" สวยครับ!! ผมไม่คิดว่าน้องสาวนอกไส้ของผมเธอจะสวยขนาดนี้ ใบหน้าของเธอสวยหวาน ดูน่ารัก ดวงตากลมโต ขนตายาวเป็นแพ นี่คุณแม่ไปเจอยัยนี่มาจากที่ไหนนะ
"ก็งั้นๆ ธรรมดามากสำหรับผม คุณแม่ก็รู้" ผมตอบแบบปัดๆ เรื่องอะไรเพลย์บอยอย่างผมที่ผ่านผู้หญิงมามาก จะต้องมาชมยัยนี่ด้วย หน้าตาก็ดูสวยดีหรอก แต่เธอคงไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาแน่ๆ ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนมีแฟนอยู่แล้ว ยังจะมาแต่งงานกับผู้ชายอีกคนได้
"ตาแม็ก น้องออกจะน่ารักทำไมพูดจาแบบนั้นล่ะ" เธอทำให้คุณแม่ดุผม ผมจึงมองไปที่เธออย่างสำรวจอีกครั้ง เธอก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับผม
"ห้องผมอยู่ไหนเหรอครับคุณแม่ ผมขอขึ้นไปพักก่อนได้ไหมครับ" ผมเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องทันทีก่อนที่ผมจะโดนคุณแม่ดุไปมากกว่านี้ ถึงเธอจะสวยแต่ผู้หญิงอย่างเธอ ผมนิยมเอามาไว้แค่บนเตียงเท่านั้น ไม่มีวันที่จะได้มาเป็นเมียของผมหรอก ไม่รู้ว่าคุณแม่จะรู้หรือเปล่าว่า กำลังจับเธอใส่ตะกร้าล้างน้ำ แล้วมาใส่พานให้ผม
"น้ำค้าง...หนูพาพี่เขาไปส่งที่ห้องหน่อยนะลูก"
"ค่ะคุณแม่" นอกจากเธอจะสวยแล้ว เสียงใสๆ ของเธอมันยังทำให้เธอดูน่ารักขึ้นไปอีก เอ๊ะ!!! นี่ผมเป็นอะไรไป ทำไมจะต้องชมยัยนี่ด้วยนะ คิดแล้วก็หงุดหงิดตัวเองจริงๆ
"ผมขอตัวก่อนนะครับ"
"เดี๋ยวตั้งโต๊ะแล้วแม่จะให้คนไปเรียกนะ" แล้วผมก็เดินตามเธอขึ้นไปชั้นบน เธอเดินนำหน้า ส่วนผมเดินตามหลัง ทำให้ผมเผลอแอบมองหุ่นสวยๆ ของเธอที่อยู่ตรงหน้า คิดแล้วความหื่นของผมก็เริ่มทำงานเลย
"ห้องนี้ห้องพี่แม็กค่ะ" ผมเลิกคิ้วขึ้นสูงกับคำว่า พี่แม็ก...ฟังดูก็ไม่เลวนะ ไม่เคยมีใครเรียกผมแบบนี้มาก่อนเธอเป็นคนแรก แล้วเธอก็พูดกับผมด้วยภาษาไทย ผมพูดและฟังภาษาไทยได้ เพราะคุณแม่ของผมพูดและสอนผมตั้งแต่ผมเด็กๆ
"เดี๋ยว! เธออยู่ห้องไหน" ผมถามเธอขณะที่ผมยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง หลังพิงประตูห้องเอาไว้ ส่วนเธอก็กำลังจะหมุนตัวเดินกลับ แต่เธอก็หันกลับมาตอบผม
"ห้องนี้ค่ะ...ส่วนห้องนั้นห้องคุณแม่" ผมมองตามนิ้วที่เธอบอก ห้องเธออยู่ติดกับห้องของผม ส่วนห้องของคุณแม่อยู่ถัดออกไปพอประมาณ ดี!!เมื่อเธอพูดจบผมก็ดึงเธอเข้ามาด้านในห้องของผมทันที
"ว้ายยยยย!!" ผมดึงน้ำค้างเข้ามาด้านให้ห้องที่เธอบอกว่าเป็นห้องของผม แล้วปิดประตูล๊อกกลอนทันที
"พี่แม็กปล่อยน้ำค้างเดี๋ยวนี้นะคะ...พี่จะทำอะไร” สายตาของเธอบอกว่าเธอกลัวผม แววตาและน้ำเสียงของเธอนั้นมันทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น แต่อีกใจผมว่าเธอมารยามากกว่า
"ทำไม!..อยากจะมาเป็นเมียฉันนักไม่ใช่เหรอ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนโกรธเธอมาเป็นแรมปี ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงต้องแสดงสีหน้าออกมาแบบนั้น อาจจะเป็นเพราะภาพที่ผมเห็นเธอนั่งกระหนุงกระหนิงอยู่กับผู้ชายภาพนั้นมั้ง อยากรู้นักว่าเธอมีดีตรงไหน นอกจากหุ่นกับหน้าตาแล้ว คุณแม่ถึงได้รักเธอนัก
"ไม่นะคะ ไม่ใช่อย่างนั้น" เธอส่ายหน้าแรงๆ เหมือนกับจะปฏิเสธว่าสิ่งที่ผมพูดมันไม่ใช่เรื่องจริง แต่ผมไม่มีวันเชื่อผู้หญิงอย่างเธอแน่ ผมค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ เธอจนเธอต้องถอยหลังหนี ส่วนผมก็เดินหน้าเข้าหาเธอช้าๆ เหมือนเสือกำลังจะตะคุบเหยื่อ ในที่สุดหลังเธอก็ติดกับผนังห้องจนได้
(น้ำค้าง)
“กลัวเหรอ” เขาเลิกคิ้วสูงถามฉันด้วยแววตาไม่เป็นมิตรเอาซะเลย พร้อมกับเดินเข้ามาหาฉันอย่างน่ากลัว สีหน้าของเขาเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรฉันสักอย่าง แล้วไหนจะดวงตาคมเข้มนั่นอีก ฉันไม่รู้ว่าฉันไปทำอะไรให้เขาโกรธ ทำไมเขาถึงต้องแสดงออกว่าไม่พอใจฉันขนาดนี้ด้วย เขาค่อยๆ สาวท้าวเข้ามาใกล้ฉันจนหลังของฉันติดผนังห้องจนได้ ฉันยอมรับว่าตอนนี้เขาดูน่ากลัวมาก แล้วฉันก็รู้สึกกลัว หน้าหล่อเหลาของเขาตอนนี้มันกลับเข้มจนดุ แล้วสิ่งที่เขาพูดว่า...ฉันอยากจะเป็นเมียเขานั้นมันไม่จริงเลย ฉันแค่ต้องการให้คุณแม่สบายใจ เพื่อทดแทนบุญคุณของท่านที่ชุบเลี้ยงฉันมาก็เท่านั้น เขาเข้าใจฉันผิด
"อย่าเข้ามานะคะ" สายตาของเขาสำรวจรูปร่างของฉันจนฉันรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ฉันไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรและคิดจะทำอะไรกับฉันกันแน่ หรือว่าเขาจะไม่พอใจฉันเรื่องแต่งงาน
"จะกลัวไปทำไม...ทำอย่างกับไม่เคย" น้ำเสียงเหยียดหยาบ แววตาดุจัด สิ่งที่เขาพูดเขาหมายความว่าอะไรกันนะฉันไม่เข้าใจ
"นี่เหรอชุดนักศึกษา ปิดอะไรแทบไม่มิดไปเรียนหรือว่าไปอ่อยผู้ชาย" สายตาของเขามองมาที่ร่างกายฉันอย่างเปิดเผย ฉันเห็นว่าเขามองอะไรอยู่ ฉันรีบเอามือขึ้นมาปิดที่หน้าอก เพื่อไม่ให้เขาสำรวจร่างกายฉันไปมากกว่านี้
"น้ำค้างเปล่าไปอ่อยผู้ชายอย่างที่พี่แม็กพูดนะคะ" ฉันไม่เคยทำอะไรอย่างที่เขากล่าวหาเลยสักครั้ง ชุดนักศึกษาที่ฉันใส่มันก็ปกติทั่วไปใครๆ เขาก็ใส่กับแบบนี้ บางคนนุ่งสั้นมากกว่าฉันเสียอีก
"ก็เห็นๆ กันอยู่" เขาเห็นอะไร ฉันไม่เข้าใจ แล้วทำไมต้องมาว่ากันเสียๆ หายๆ แบบนี้ด้วย
"พี่แม็กเห็นอะไรคะ" ตอนนี้เขาเดินเข้ามาติดฉันโดยที่เขาใช้แขนทั้งสองข้างของเขายันผนังห้องไว้เพื่อล๊อกฉันไม่ให้ฉันหนี ถึงฉันจะรู้สึกกลัวเขาขนาดไหน แต่ฉันก็ต้องทำเป็นใจดีสู้เสือ ฉันไม่มีทางยอมรับในสิ่งที่เขาพูดเด็ดขาด เขาอาจจะหาเรื่องมาว่าฉันเพราะไม่อยากแต่งงานก็ได้ เรื่องนี้ฉันรู้ดีว่าเขาถูกบังคับซึ่งฉันเองก็ไม่ได้อยากแต่ง ที่ตกลงไปก็เพราะหน้าที่เท่านั้น
"ดูสิ กระดุมแทบปริมองเข้าไปเห็นไปถึงไหนต่อไหน อย่างนี้ไม่เรียกว่าอ่อยผู้ชายแล้วจะเรียกอะไรห๊ะ!!" สายตาของคนตัวสูงมองต่ำ ทำไมเขาต้องรู้สึกเดือดร้อนกับชุดที่ฉันใส่ขนาดนี้ด้วยนะ แล้วยังคำพูดร้ายกาจนั่นอีก ไอ้พี่แม็กบ้า!! ฉันจะไม่ทนแล้วนะ!!
"แล้วพี่จะมาเดือดร้อนแทนน้ำค้างทำไมคะ" ฉันเริ่มทนไม่ได้กับคำพูดของเขาที่ช่างดูถูกฉันนัก
"ก็เธอกำลังจะมาเป็นเมียฉันนี่ หรือว่ามีผัวมาหลายคนแล้วถึงไม่รู้สึกอาย"
"เพี๊ยะ!! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะคะ พี่กำลังดูถูกน้ำค้างมากไปแล้ว"
