บทที่ 8 ตอนที่ 8 เพลย์บอยอ้อนรัก
ตอนที่ 8 เพลย์บอยอ้อนรัก
"น้ำค้างเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมหน้าแดงๆ หรือว่าไม่สบาย" ฉันรีบเอามือขึ้นจับแก้มทั้งสองข้างของฉันอย่างไว นี่ฉันหน้าแดงจนเห็นได้ชัดขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อคุณแม่พูดจบฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันจะได้ยินเสียงเขาหัวเราะฮึๆ ด้วย ฉันเม้นปากด้วยความเขินอายปนโมโห แล้วตอบคุณแม่ไปว่า…
"เปล่าค่ะคุณแม่ น้ำค้างไม่ได้เป็นอะไร" ฉันชำเลืองมองคนต้นเรื่องที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้นิดนึง เพราะเขานั่งตรงข้ามกับฉัน ส่วนคุณแม่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ฉันเห็นเขาอมยิ้ม แต่พอเขาเห็นว่าฉันมอง เขาก็ทำหน้าเข้มใส่ฉันทันที เขาคงกำลังคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุก แต่สำหรับฉันไม่ได้รู้สึกสนุกด้วยเลยสักนิดเดียว ถ้าฉันสามารถร้องไห้ตรงนี้ได้ ฉันคงทำไปแล้ว แต่ฉันเกรงว่าคุณแม่จะตกใจซะเปล่าๆ ฉันเลยต้องควบคุมอาการของตัวเองเอาไว้ไม่ให้แสดงอาการอะไรออกมา
"ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว งั้นก็ทานข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด" จากนั้นฉันก็เริ่มตักอาหารเข้าปาก แล้วก้มหน้าก้มตากินๆ ให้อิ่มๆ ไป แต่ก็สงวนท่าทางไม่ให้คุณแม่จับสังเกตได้ หลังจากรับประทานอาหารอิ่มแล้ว ฉันก็ขอเข้าไปช่วยแม่บ้านเก็บจานชามไปล้างทำความสะอาด ฉันทำแบบนี้เป็นประจำมันเป็นเรื่องปกติสำหรับฉัน แต่ครั้งนี้ฉันต้องการแค่อยากจะอยู่ห่างๆ เขาก็เท่านั้น
(แม็ก)
ขณะที่ผมรับประทานอาหารอิ่มแล้ว คุณแม่ก็ชวนผมไปนั่งเล่นคุยกันที่ห้องนั่งเล่นของบ้าน ส่วนยัยน้องสาวนอกไส้ของผม กินอิ่มแล้วก็หายหน้าไปเลย คิดเหรอว่าจะหลบหน้าผมได้ตลอด
"น้ำค้างเป็นเด็กน่ารัก แม่อยากให้แม็กทำความรู้จักกันไว้ ถ้าแม็กรู้จักน้องดีพอ แม็กจะรักน้องเหมือนที่แม่รัก" ผมอยากรู้จริงๆ ยัยน้องสาวนอกไส้ของผมไปทำอะไร คุณแม่ถึงต้องชื่นชมขนาดนั้น ขนาดผมเป็นลูกแท้ๆ ด่าเช้าด่าเย็น คิดแล้วก็หงุดหงิด
"ครับ" ผมตอบปัดๆ ไม่อยากจะต่อต้านไปมากกว่านี้ เพราะมันก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น สุดท้ายผมก็ต้องแต่งงานกับยัยนั่นอยู่ดี...เดี๋ยวได้รู้กันยัยน้องสาวนอกไส้
"แม็กว่าน้องน่ารักไหม ทำอาหารก็เก่ง ดูสิเป็นลูกสาวแม่แท้ๆ แต่น้ำค้างก็ยังไปช่วยแม่บ้านทำความสะอาดทั้งๆ ที่น้องจะไม่ทำก็ได้" ก็จริงที่คุณแม่พูด สาวใช้ก็มีแล้วจะไปทำทำไมให้เหนื่อย ทำเอาหน้าสิไม่ว่า
"เรื่องแต่งงานผมยังไม่ตกลงนะครับ"
“แม่ไม่ได้รีบ แค่แม็กยอมมาเมืองไทยแค่นี้ก็พอใจแล้ว แต่แม่ยังยืนยันคำเดิมว่าแม็กจะต้องแต่งงานกับน้องถ้าไม่อย่างนั้น...” ผมรู้เลยว่าคุณแม่จะขู่อะไรผมอีก เรื่องสมบัติของคุณแม่อีกน่ะสิ ผมขี้เกียจฟังคุณแม่พูดเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ผมก็เลยพูดแทรกขึ้น
“พอเลยครับ ผมขอเวลาทำความรู้จักกับน้องก่อนก็แล้วกัน” ผมจะขอเวลาสักสิบปีเป็นไง ฮ่าๆๆๆ คิดแล้วก็ขำ รอไปเถอะ
"งั้นแม่ฝากแม็กดูแลน้องด้วยแล้วกัน ไปรับไปส่งน้องไปมหาลัยจะได้รู้จักกันมากขึ้น พรุ่งนี้เช้าแม่ต้องเข้าไปที่รีสอร์ตแต่เช้า คงพักที่โน่นเลย ไม่ได้กลับมา" คุณแม่นี่ร้ายกาจมาก คิดเหรอว่าผมรู้ไม่ทัน ต้องการที่จะเปิดโอกาสให้ผมกับยัยนั่นอยู่กันสองคน คิดว่าผมอยากจะอยู่นักเหรอ
"ผมไม่ใช่คนขับรถนะครับ ปกติเธอไปยังไง ก็ให้เธอไปแบบนั้นแล้วกัน" ผมเป็นถึงนักธุรกิจที่มีความสามารถและอำนาจ จะให้ผมมาเป็นคนขับรถ พายัยน้องสาวนอกไส้ไปเรียนเนี่ยนะ!!
"ไหนแม็กบอกแม่ว่า อยากจะทำความรู้จักกับน้องไง" วิธีอื่นมีตั้งเยอะแยะทำไมผมต้องไปเป็นขี้ข้ายัยนั่นด้วย
"ผมไม่ว่าง ผมมีงานต้องทำ” ถึงตัวของผมจะอยู่เมืองไทย แต่ผมก็ทำงานได้ด้วยโน๊ตบุ๊คตัวเดียว
"ไม่ได้! นี่เป็นคำสั่ง แล้วเมื่อไหร่จะสนิทกัน ทำตามที่แม่บอก" คุณแม่สั่งเสียงเข้ม ผมถอนหายใจแรงๆ อย่างไม่พอใจ
"ผมขอตัวนะครับ" ผมพูดจบ ก็ลุกเดินหนีขึ้นชั้นบน คุณแม่นะคุณแม่บังคับได้ก็บังคับไป อยากให้ผมมีเมียนักใช่ไหม ยัยนั่นเป็นได้แค่นางบนเตียงของผมเท่านั้นแหละ
"ตาแม็ก! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!...ตาแม็ก!" ผมไม่ฟังเสียง แล้วก็รู้สึกหงุดหงิดที่คุณแม่อยากให้ผมสนิทกับยัยนั่นนัก ถ้าคุณแม่รู้ว่าเธอไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คุณแม่เห็น ผู้หญิงอะไรนั่งชิดติดกับผู้ชายแบบนั้นผมเห็นกับตา ไอ้ผู้ชายหน้าอ่อนคนนั้น มันนั่งลงปุ๊บก็กอดคอยัยนั่นปั๊บ ถ้าบอกว่าไม่มีอะไรกันใครจะไปเชื่อ เพื่อนกันนั่งเฉยๆ ก็พอมั้ง ผมไม่ใช่คนโลกสวยที่พูดอะไรผมก็ต้องเชื่อไปซะหมด
เมื่อผมขึ้นมาถึงชั้นบน ผมยังไม่ได้เข้าห้อง แต่ผมยืนรอยัยน้องสาวนอกไส้อยู่หน้าประตูห้อง รอให้เธอขึ้นมา ผมอยากจะทำความรู้จักกับเธอสักหน่อย แต่เป็นในแบบของผมนะ ผมยืนเอาหลังพิงประตูห้องของตัวเองระหว่างที่รอเธอ ผมแอบนึกถึงภาพที่เธอผ้าหลุดเมื่อสักพัก มันติดตาติดใจเพลย์บอยอย่างผมไม่หาย เมื่อเห็นแล้วก็อยากจะลองสัมผัส ผิวพรรณขาวอมชมพู หุ่นถูกใจผมมาก
"พี่แม็ก!!" เธอทำท่าตกใจเมื่อเห็นผมยืนอยู่หน้าห้องในมุมที่เธอมองไม่เห็น
"มานี่!" ผมเปิดประตูแล้วดึงเธอเข้าไปในห้องของผมอย่างเร็ว ก่อนที่คุณแม่จะขึ้นมาเห็น ในเมื่อคุณแม่อยากให้ผมทำความรู้จักกับเธอนัก ผมก็จะลองทำความรู้จักกับเธอดู
"พี่แม็ก! จะทำอะไร! ปล่อยน้ำค้างออกไปนะคะ!" ผมรู้สึกว่าตัวเธอสั่นเหมือนกำลังกลัว แต่ผมว่าเธอเสแสร้งมากกว่า
"ทำอย่างกับไม่เคย เลิกเสแสร้งได้แล้วน่า" ผมก็พูดแบบที่ผมคิดนั่นแหละ ผู้หญิงแบบเธอมันก็ต้องเจอแบบนี้นี่แหละ ผ่านผู้ชายมากี่คนแล้วก็ไม่รู้ แต่ถึงเธอจะผ่านมากี่คน มันก็ไม่สำคัญสำหรับผมนักหรอก เพราะคนอย่างผมชอบผู้หญิงมีประสบการณ์ เพราะคนอย่างเธอคงเป็นได้แค่ผู้หญิงบนเตียงเท่านี้ก็บุญแล้ว
"พี่พูดอะไรน้ำค้างไม่เข้าใจ" เธอเดินถอยหลังหนีผม เข้าไปที่เตียง
"ฮึ...พอดีคุณแม่อยากให้เราทำความรู้จักกัน" ผมผลักให้เธอล้มลงไปบนเตียง แต่เธอก็กระเถิบถอยหลังหนีจนเธอติดกับหัวเตียง หมดทางหนีแล้วสาวน้อย
"แล้วทำไมต้องเข้ามาในห้องสองต่อสองด้วยคะ ออกไปคุยกันข้างนอกก็ได้" โลกสวยจริงๆ แม่คุ้นนนน
