บทที่ 10 บทที่ 10
“เรื่องดื่มถึงไหนถึงกัน แต่เรื่องผู้หญิงฉันขอบายนะแม็ค พรุ่งนี้ต้องรีบบินกลับภูเก็ตแต่เช้า งานฉันยุ่งมากไม่อยากให้คนอื่นดูแลแทน” กฤษฎารีบยกงานมาอ้างเพื่อให้ดูสมจริงที่สุด
“เนื่องจากไอ้กฤษอยู่ไกลไอจะยกเว้นให้ แต่แก...ฌอห์น ต้องไปเต้นกับไอตรงโน้น”
และโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงฌอห์นก็ถูกเพื่อนกอดคอ และลากออกจากโต๊ะไปกลางฟลอร์แบบไม่ทันตั้งตัว สาว ๆ ที่ชม้ายชายตารอท่าอยู่แล้วจึงกรูเข้าใส่ราวกับฝูงแร้ง เบียดเสียดสะโพกต้นขาหน้าท้องใส่สองหนุ่มแบบไม่มีใครยอมใคร เล่นเอาฌอห์นแทบไม่มีเวลาหายใจ ก่อนจะค่อย ๆ แยกตัวออกมาปล่อยหนุ่มอเมริกันไว้กับแม่สาวไวไฟตามลำพัง ฌอห์นยิ้มพร้อมกับจ้องมองเพื่อนรักที่นั่งดื่มอยู่ข้างตัว พูดถึงความหล่อและความมีเสน่ห์กฤษฎาก็ไม่เป็นสองรองใคร ด้วยเขาเป็นหนุ่มมาดเข้มนัยน์ตาสีดำสนิทเช่นเดียวกับสีผม หน้าตาของเขาจัดได้ว่าหล่อคม เท่ห์และมีเสน่ห์แม้แต่ในยามที่อยู่นิ่ง ๆ จมูกโด่งเป็นสันรับกับรูปหน้า ประกอบกับรูปร่างสมส่วนและสูงใหญ่ราวกับนายแบบ แถมยังมีดีกรีปริญญาเอกทางด้านบริหารจากประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้กฤษฎาได้รับความสนใจจากสาว ๆ ได้ไม่แพ้ใคร
“จริงสิเรื่องการแก้แค้นของนายคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว”
เมื่อได้ยินคำถามของฌอห์นสายตาของกฤษฎาก็แปรเปลี่ยนไป ครั้งใดก็ตามที่เขานึกถึงณิชชาพัชร์ นัยน์ตาของเขาจะฉายชัดถึงความเกลียดชังและความอาฆาตแค้นขึ้นมาทันที
“ตอนนี้ผู้หญิงแพศยาคนนั้นอยู่ในกำมือของฉันแล้ว”
“หมายความว่านายไปจับตัวเธอมา”
“ใช่...ฉันเอาตัวไปไว้ที่เกาะและสั่งให้ลุงนนท์คอยจับตาดูหล่อนเอาไว้”
“นายจับตัวเธอมาเพื่ออะไร”
“ก็เพื่อที่จะแก้แค้นแทนนายรันต์ ผู้หญิงคนนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องชายของฉันต้องจบชีวิตลง ในเมื่อกฎหมายทำอะไรเธอไม่ได้ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนพิพากษาโทษที่เธอควรจะได้รับด้วยตัวเอง”
ฌอห์นเป็นเพื่อนกฤษฎามานานทำให้เขารู้จักกับครอบครัวของเพื่อนรักเป็นอย่างดี และรู้ด้วยว่ากฤษฎานั้นรักการันต์ซึ่งเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของเขามากแค่ไหน เมื่อเพื่อนรักต้องประสบกับความสูญเสียครั้งสำคัญในชีวิต ก็ทำให้เขาเกิดความเคียดแค้นในตัวผู้หญิงที่เป็นสาเหตุให้การันต์ต้องจากไปก่อนวัยอันควร และเพราะความเจ็บปวดจากการสูญเสียบุคคลที่เขารัก ทำให้กฤษฎาเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อชำระหนี้แค้นในครั้งนี้ด้วยตัวเอง
ความจริงฌอห์นก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดของกฤษฎาในการที่จะแก้แค้นผู้หญิง แต่เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนจึงไม่อยากเข้าไปก้าวก่าย และเพราะเขาเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง ทำให้ฌอห์นรักการันต์เสมือนน้องชายของตัวเอง อาจเป็นเพราะชายหนุ่มรุ่นน้องเป็นคนร่าเริงสดใสและมองโลกในแง่ดี เข้ากับทุกคนได้ง่ายเขาจึงสนิทกับการันต์ มาห่างไปก็ตอนที่อีกฝ่ายย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยตามลำพัง จนกระทั่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ตอนที่ฌอห์นได้รับข่าวร้ายเรื่องนี้จากปากของเพื่อนรัก เขาเองก็รู้สึกเสียใจเกี่ยวกับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของชายหนุ่มที่เขารักเสมือนน้องชายของตนเอง
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเพื่อน ที่จะแก้แค้นผู้หญิงที่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับการันต์ และเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่การันต์หลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น และเมื่อชายหนุ่มรุ่นน้องประสบกับความเสียใจเมื่อฝ่ายหญิงขอเลิก และสลัดเขาทิ้งไปอย่างง่ายดายโดยไม่ใยดี ทำให้การันต์เสียใจมากและใช้เหล้าดับความทุกข์ในใจ สุดท้ายก็เป็นเหตุให้เขาจากไปอย่างกะทันหันโดยไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำลา
“นายไม่เปลี่ยนใจใช่ไหม”
“ฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจหรอกฌอห์น นายรู้ไหมว่าฉันเกลียดและขยักแขยงผู้หญิงแพศยาคนนี้มากแค่ไหน”
“ถ้านายรู้สึกเช่นนั้นแล้วทำไมนายต้องทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง”
“เพราะฉันต้องการให้ผู้หญิงคนนั้นชดใช้กรรมที่เคยทำไว้กับนายรันต์ ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะทำให้หล่อนทรมานเหมือนตายทั้งที่ยังมีลมหายใจ”
“นายไม่กลัวว่าตัวเองจะหลงรักผู้หญิงที่นายจับมาแก้แค้นบ้างหรือ กันเคยได้ยินรันต์เล่าให้ฟังว่าเธอสวยมาก ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่เร้าใจโดยเฉพาะลีลาบนเตียง กันเลยอยากจะเตือนนายด้วยความหวังดี ระวังการแก้แค้นในครั้งนี้จะทำให้นายเผลอตกหลุมรักเธอ”
แม้ว่าฌอห์นจะไม่เคยเห็นผู้หญิงที่การันต์หลงรัก แต่เขาก็ได้รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของเธอจากคำบอกเล่าของชายหนุ่มรุ่นน้อง
“ฉันไม่มีวันที่จะหลงรักผู้หญิงแพศยาอย่างหล่อนเด็ดขาด และยอมเป็นคนเลวที่ทำลายได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อชำระหนี้แค้นที่ผู้หญิงคนนี้เคยทำไว้กับรันต์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างฉันและเธอจะเป็นเพียงการแก้แค้นเท่านั้น และฉันก็ได้ปฏิญาณกับตนเองว่าฉันจะทำให้เธอเจ็บเจียนตาย และจะทรมานเธอให้หนักให้สาสมกับความผิดที่เธอก่อไว้กับน้องชายของฉัน”
