บทที่ 11 บทที่ 11
ฌอห์นรู้สึกเสียดายกฤษฎาคนเดิมที่เคยเป็นผู้ชายที่อบอุ่น ยิ้มง่าย และเป็นมิตรกับทุกคน แต่รอยยิ้มของเขาจางหายไปเมื่อเขาต้องประสบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต คงเหลือไว้แต่ใบหน้าที่เย็นชาและรอยแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา เมื่อได้เวลาผับปิดตามที่กฎหมายกำหนด แม็ค กฤษฎา และฌอห์นจึงเดินตรงไปที่รถ แม็คได้เอ่ยปากขอแยกตัวไปสนุกกันต่อกับสาว ๆ ในชุดประหยัดเนื้อผ้าถึงสามคน ที่กำลังยืนส่งยิ้มหยาดเยิ้มมายังพวกเขา
ฌอห์นและกฤษฎาพยักหน้ายิ้ม ๆ เพราะรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะไปต่อที่ไหน เมื่อเพลย์บอยหนุ่มและสาว ๆ กลุ่มนั้นเดินจากไปขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อให้ไปส่งยังจุดหมายปลายทางที่เขาต้องการแล้ว ฌอห์นได้หันมาเอ่ยชวนกฤษฎากลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน ถือเป็นการปิดฉากงานปาร์ตี้เลี้ยงต้อนรับแม็คลงอย่างเป็นทางการ
เช้าวันต่อมา ณิชชาพัชร์ตื่นขึ้นมาทำความสะอาดบ้านแต่เช้า ด้วยอุปกรณ์ที่อ้อเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อเย็นวาน ทั้งที่เธอไม่เคยทำงานเหล่านี้มาก่อนแต่หญิงสาวก็พยายามทำ เสร็จจากการทำความสะอาดบ้านแล้วเธอก็นำผ้าที่เธอสวมใส่ไปซัก แต่เพราะไม่รู้ว่าควรจะใส่ผงซักฟอกมากน้อยแค่ไหน เธอจึงเทผงซักฟอกที่อ้อนำมาให้ใส่ลงไปในกาละมังซักผ้าเกือบหมด
ตอนแรกจะใส่ลงไปทั้งหมดแต่เกรงว่าจะมากเกินไป จึงตัดสินใจใส่ลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง ถึงแม้จะใส่ไปเพียงครึ่งเดียวแต่ก็ทำให้ฟองล้นออกมามากมาย ในช่วงจังหวะนั้นเองที่อ้อเดินถือถาดอาหารเช้ามาให้ณิชชาพัชร์ ทันทีที่เดินเข้าไปในบ้านพักของเจ้านาย อ้อก็เกือบที่จะลื่นหัวฟาดพื้นทั้งนี้เพราะมีน้ำนองเต็มพื้นไปหมด แต่โชคดีที่ยังประคองตัวไว้ได้ อ้อวางถาดอาหารลงบนโต๊ะก่อนจะเดินตามหาณิชชาพัชร์และก็พบเธอกำลังก้มหน้าซักผ้าอย่างตั้งใจ เมื่ออ้อเห็นการกระทำของอีกฝ่ายก็อ่อนใจถึงกับต้องร้องถาม
“คุณพัชร์กำลังทำอะไรคะ”
“ก็กำลังซักผ้าอยู่น่ะสิ”
“แล้วทำไมฟองมันถึงได้มากมายขนาดนี้ คุณพัชร์ใส่ผงซักฟอกลงไปมากน้อยแค่ไหนคะ”
“ก็เกือบหมด...ไม่ใช่สิประมาณครึ่งหนึ่งของที่อ้อให้มา”
“อะไรนะคะ! คุณพัชร์ซักผ้าเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นเอง แล้วทำไมถึงใส่ผงซักฟอกลงไปเยอะขนาดนั้นละคะ”
อ้อพูดพร้อมกับเดินไปหยิบกล่องที่ใช้บรรจุผงซักฟอกที่ตนเองนำมาให้หญิงสาว ปรากฏผงซักฟอกมันได้อันตรธานหายไปเกินครึ่ง
“ก็ฉันไม่รู้นี่ว่ามันควรจะต้องใส่มากน้อยแค่ไหนก็เลยใส่ลงไปครึ่งหนึ่ง”
“อ้อถามจริง ๆ คุณพัชร์ไม่เคยซักผ้ามาก่อนเลยหรือคะ”
“ฉันไม่เคยต้องทำงานพวกนี้เพราะปกติแล้วจะมีคนทำให้”
“มาค่ะเดี๋ยวอ้อช่วย คุณพัชร์เล่นใส่ผงซักฟอกลงไปมากขนาดนี้ จะต้องล้างกี่น้ำฟองถึงจะหมดละคะ”
อ้อลงมือช่วยณิชชาพัชร์ซักผ้าปากก็สอนหญิงสาวไปด้วย ถึงการกะประมาณผงซักฟอกให้พอกับผ้าที่จะต้องซักในแต่ละครั้ง
“จริงสิคะทำไมน้ำมันถึงได้นองพื้นบ้านแบบนั้นละคะคุณพัชร์ อ้อเกือบลื่นหัวฟาดพื้นดีนะที่ประคองตัวไว้ได้ทัน แต่ก็เกือบจะลงไปนอนวัดพื้นเหมือนกัน”
“จริงเหรอ...ฉันใช้อุปกรณ์ที่เธอให้มาเมื่อวานทำความสะอาดบ้าน”
“แบบนั้นไม่เรียกว่าเช็ดบ้านหรอกค่ะคุณพัชร์เขาเรียกว่าเอาน้ำมาทาบ้านมากกว่า”
“แต่ฉันพยายามแล้วนะ”
“คุณพัชร์ต้องบิดผ้าให้แห้งก่อนจะเช็ดสิคะ”
“คราวหน้าฉันจะทำให้ดีกว่านี้”
การกระทำและคำพูดของณิชชาพัชร์ในวันนี้ทำให้อ้อรู้สึกแปลกใจ ว่าอะไรทำให้หญิงสาวเปลี่ยนไปได้ชนิดจากหน้ามือเป็นหลังมือถึงเพียงนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ในระหว่างที่ช่วยกันทำงานอยู่นั้นณิชชาพัชร์ถือโอกาสนี้พูดคุยเพื่อสอบถามอะไรบางอย่างจากอ้อ
“เธอมาอยู่ที่นี่นานหรือยัง”
“ตั้งแต่จำความได้เลยล่ะค่ะ พ่อพาแม่กับอ้อมาทำงานอยู่ที่เกาะแห่งนี้ตั้งแต่อ้อยังเด็ก”
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องรู้สิว่าใครเป็นเจ้าของเกาะนี้”
“คนที่ถือครองกรรมสิทธิ์บนเกาะแห่งนี้คือตระกูลนิธิปัณณธรค่ะ”
“บ้านที่ฉันพักอยู่ตอนนี้ก็เป็นของเจ้านายเธอด้วยสินะ”
“ใช่แล้วค่ะ”
“เจ้านายของเธอมาอยู่ที่นี่นานหรือยัง”
“คุณพัชร์หมายถึงเจ้านายคนไหนละคะ”
“ก็คนที่พาตัวฉันมาที่นี่เมื่อสองวันก่อน”
“คุณกฤษน่ะหรือคะ”
“ผู้ชายคนที่จับตัวเรามาชื่อกฤษสินะ” ณิชชาพัชร์พึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
“คุณพัชร์พูดว่าอะไรนะคะ”
“เปล่าจ้ะไม่มีอะไร เธอยังไม่ได้บอกฉันเลยนะว่าคุณกฤษของเธอมาอยู่ที่นี่นานหรือยัง”
“คุณกฤษเพิ่งจะย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานหรอกค่ะ”
“ก่อนหน้านี้เขาอยู่ที่ไหนหรือ”
“คุณกฤษรวมถึงคุณพ่อแม่ของคุณกฤษพักอยู่ที่อเมริกาค่ะ”
“เขาอยู่อเมริกาแล้วใครเป็นคนมาดูแลที่นี่”
“ก็คุณการันต์ไงคะ”
“การันต์” ณิชชาพัชร์ทวนชื่อนั้นซ้ำอีกครั้ง
“ใช่ค่ะคุณการันต์เป็นน้องชายของคุณกฤษ อย่าบอกนะคะว่าคุณพัชร์จำคุณการันต์ไม่ได้”
