บทที่ 3 บทที่ 3

เมื่อณิชชาพัชร์เดินกลับลงมาด้านล่างและตามไปสบทบกับชายหนุ่มที่โต๊ะอาหาร เธอพบจานสเต็กเนื้อพร้อมกับสลัดผักและที่จะขาดไม่ได้เลยคือไวน์แดงที่เขาจัดเตรียมไว้ หญิงสาวนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่มก่อนจะลงมือทานอาหารที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ด้วยความหิว ต่างคนต่างทานกันเงียบ ๆ สุดท้ายณิชชาพัชร์ก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นซะเอง

“คุณจะพาฉันไปไหน”

“ไม่จำเป็นต้องถามไปถึงที่นั่นเมื่อไรคุณก็จะรู้เอง”

กฤษฎาตอบโดยมิได้เงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่าย ณิชชาพัชร์ตัดสินใจถามเขาถึงสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอ

“คุณบอกฉันได้ไหมว่าการันต์คือใครและมีความสัมพันธ์อย่างไรกับคุณ ที่สำคัญเขาเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน”

คำถามของหญิงสาวมีผลทำให้กฤษฎาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เกลียดชัง ถ้าสายตาของเขาฆ่าคนได้เธอก็คงมอดไหม้เป็นจุณไปแล้ว

“นี่คุณมั่วผู้ชายไม่เลือกหน้าจนจำไม่ได้เลยเหรอว่าเคยนอนกับใครไว้บ้าง สำส่อนไม่เลือกเลยสินะว่าใครเป็นใคร ขอเพียงให้เป็นผู้ชายก็พร้อมที่จะแก้ผ้าเสนอตัวให้เขาหมด”

“ฉันถามคุณดีดีทำไมคุณต้องด่าฉันด้วยถ้อยคำที่หยาบคายแบบนี้ด้วย คุณมีสิทธิอะไรมาด่าฉันว่าแพศยาหรือสำส่อน”

“ใครว่าผมด่าคุณผมชมคุณต่างหาก คำสองคำที่คุณเอ่ยออกมามันเหมาะสมกับผู้หญิงอย่างคุณที่สุด หรือจะเอาคำว่าร่านพ่วงท้ายไปด้วยอีกคำก็ได้นะ ความหมายของคำเหล่านี้มันบ่งบอกตัวตนของคุณได้เป็นอย่างดี”

กฤษฎาพูดพร้อมกับยิ้มเยาะ สายตาของเขายามที่มองมาที่เธอนั้นไม่ต่างอะไรกับการมองอีตัวชั้นต่ำราคาถูก จะว่าไปผู้หญิงหากินพวกนั้นยังดีซะกว่าเพราะเขาขายร่างกายเพื่อหารายได้เลี้ยงตัว ผิดกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในขณะนี้ เป็นลูกผู้ดีมีตระกูลแต่ทำตัวไม่ต่างจากผู้หญิงหากิน มั่วผู้ชายไม่เลือกหน้าขอให้หล่อหรือถูกใจ เธอก็พร้อมที่จะสลัดผ้าออกอย่างง่ายดาย และพร้อมที่จะมีอะไรกับผู้ชายเหล่านั้น อีกทั้งยังหลอกให้ผู้ชายหน้าโง่พวกนั้นหลงรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น เบื่อเมื่อไรก็เฉดหัวทิ้งไปอย่างไม่ใยดี จะต้องมีผู้ชายอย่างการันต์อีกสักกี่คนที่ตกเป็นเหยื่อของผู้หญิงสำส่อนคนนี้ ณิชชาพัชร์รู้สึกโกรธมากที่เขามาด่าว่าเธอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ทั้งที่เขาไม่มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น แต่เธอก็ต้องพยายามระงับอารมณ์เพียงเพื่อที่จะเจรจากับเขาให้รู้เรื่อง

“คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยนะว่าการันต์คือใคร เกี่ยวข้องอะไรกับฉันและคุณ”

“เขาเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของผม และเป็นน้องชายที่ผมรักมาก แต่คุณก็พรากเขาไปจากผม”

“มันไม่มากไปหน่อยเหรอ ฉันไม่เคยรู้จักผู้ชายที่ชื่อการันต์ด้วยซ้ำ แต่คุณกลับปรักปรำว่าฉันพรากน้องชายสุดที่รักของคุณไป”

“เพราะผู้หญิงแพศยาอย่างคุณที่มาปั่นหัวน้องชายผม หว่านเสน่ห์ให้น้องของผมหลงรักคุณ ยอมให้เขาครอบครองคุณแต่พอคุณเบื่อคุณก็เฉดหัวเขาทิ้งไป โดยไม่สนใจว่าเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร ผู้ชายที่อ่อนต่อโลกอย่างการันต์มีหรือที่จะตามผู้หญิงเหลี่ยมจัดและสำส่อนอย่างคุณได้ทัน”

“ช่วยไม่ได้ก็น้องชายของคุณมาหลงเสน่ห์ฉันเอง”

ณิชชาพัชร์รู้สึกโมโหที่เขาด่าว่าเธอทั้งที่เธอไม่มีความผิด และทำไมคนบริสุทธิ์อย่างเธอจึงต้องมาทนให้เขาจิกด่าอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ ทำให้เธอตอบกลับไปเช่นนั้นโดยที่ในความเป็นจริงเธอไม่เคยรู้จักผู้ชายที่ชื่อการันต์ด้วยซ้ำ แม้แต่ชื่อของเขาเธอก็เพิ่งจะเคยได้ยินจากปากของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าในขณะนี้ 

“ก็ถ้าคุณไม่แก้ผ้าและให้ท่าน้องชายผมล่ะก็ การันต์ก็คงจะไม่ต้องมีจุดจบแบบนี้”

“ฉันเนี่ยนะให้ท่าเขา คุณคงจะเข้าใจอะไรผิดพลาดไป ฉันขอยืนยันว่าฉันไม่เคยรู้จักผู้ชายที่ชื่อการันต์”

“โกหกหน้าด้าน ๆ การันต์เคยเล่าให้ผมฟังว่าคุณยอมนอนกับเขานับครั้งไม่ถ้วน เขาถึงได้หลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้นและรับไม่ได้ที่คุณทิ้งเขาไปอย่างไม่มีเยื่อใย ทั้งที่จริงแล้วผู้หญิงมากชู้หลายผัวอย่างคุณไม่มีคุณค่าควรแก่การจดจำด้วยซ้ำไป ทำตัวไม่ต่างไปจากพวกผู้หญิงหากิน ต่างกันตรงที่ผู้หญิงพวกนั้นเขาทำเพื่อความอยู่รอด หรือทำเพราะความจำเป็นบังคับ ส่วนคุณทำไปเพราะสนองความต้องการของตนเอง ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงที่เกิดมาในตระกูลผู้ดีทั้งยังมีการศึกษาจะทำตัวใฝ่ต่ำได้ขนาดนี้”

กฤษฎาพูดพร้อมกับมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความขยักแขยง สายตาของเขาแสดงถึงความเกลียดชังเธอให้เห็นอย่างเด่นชัด ณิชชาพัชร์สุดจะทนให้เขามาด่าเธออยู่ฝ่ายเดียว ความโกรธทำให้เธอพูดอะไรออกไปแบบไม่ยั้งคิด ในเมื่อปฏิเสธไปแล้วแต่เขาไม่เคยรับฟัง ทำให้เธอตอบโต้เขากลับไปด้วยคำพูดที่เผ็ดร้อน และคำพูดเหล่านี้เองที่ย้อนกลับมาผูกมัดเธอ

“ก็ไม่ใช่เพราะผู้หญิงอย่างฉันหรอกหรือที่น้องชายของคุณหลงจนหัวปักหัวปำ ขนาดฉันเขี่ยทิ้งไปแล้วก็ยังมาอ้อนวอนออดอ้อนขอคืนดีกับฉัน”

“ณิชชาพัชร์”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป