บทที่ 4 บทที่ 4
กฤษฎาตวาดชื่อเธอเสียงดังพร้อมกับลุกขึ้นไปยืนข้างตัวเธอ สายตาของเขาวาวโรจน์แสดงความโกรธแค้น มือของเขากำเข้าหากันแน่น ชายหนุ่มพยายามที่จะระงับความโกรธของตนเองอย่างสุดความสามารถ เพราะเธอเป็นผู้หญิง ถ้าคนที่ผู้ประโยคเหล่านี้ออกมาเป็นผู้ชายเหมือนเขาละก็คงจะโดนต่อยปากไปแล้ว เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มาลอยหน้าลอยตา ต่อปากต่อคำกับเขาเหมือนเช่นที่เธอกำลังทำอยู่ ณิชชาพัชร์รู้สึกสะใจที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดไปกับคำพูดของเธอได้บ้าง
“ยอมรับความจริงไม่ได้หรือไงคุณ ช่วยไม่ได้นะก็น้องชายของคุณมันโง่เองที่มาหลงเสน่ห์ของฉัน”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”
“ฉันไม่หยุด ทีคุณยังด่าฉันด้วยคำพูดที่หยาบคายได้เลย แล้วทำไมคุณจะทนฟังความจริงเกี่ยวกับน้องชายของคุณบ้างไม่ได้”
ณิชชาพัชร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินมายืนเผชิญหน้ากฤษฎา แบบไม่เกรงกลัวต่อสายตาที่เกลียดชังรวมไปถึงท่าทีที่คุกคามของเขา
“ขอเตือนว่าอย่าพยายามยั่วโมโหผม ไม่อย่างนั้นคุณเองนั่นแหละที่จะเดือดร้อน” กฤษฎาเอ่ยเตือนอีกฝ่าย
“ถ้าคิดว่าคำขู่ของคุณจะทำให้ฉันกลัวละก็ฝันไปเถอะ ยอมรับความจริงเถอะนะว่าน้องชายของคุณโง่เองที่มาหลงรักฉัน”
“ผมบอกให้คุณหยุดพูด...หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”
กฤษฎาพูดพร้อมกับใช้มือบีบคออีกฝ่ายอย่างสุดแรง เขารู้สึกสะใจที่เห็นผู้หญิงตรงหน้าทรมานด้วยการขาดอากาศหายใจ ณิชชาพัชร์พยายามออกแรงดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากเงื้อมือของมัจจุราช แต่ดูเหมือนแรงของเธอจะสู้แรงของเขาไม่ได้ ตอนนี้เธอจึงรู้สึกราวกับว่ากำลังจะขาดอากาศหายใจ และถ้าเขายังคงบีบคอเธอนานกว่านี้เธอคงจะต้องตายด้วยน้ำมือของเขา ยังดีที่เขายอมปล่อยมือจากคอของเธอพร้อมทั้งผลักร่างของเธออย่างแรง หญิงสาวเซถลาลงไปนั่งกองกับพื้นอีกทั้งสูดหายใจลึก ๆ ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่สมเพชเวทนา ถ้าเขาไม่ปรานีเธอป่านนี้เธอคงไม่รอด
“จำไว้ให้ดีว่าอย่าพยายามมายั่วโมโหผมไม่อย่างนั้นคุณจะโดนหนักกว่านี้ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือเชื่อฟังและทำตามคำสั่งของผมจะได้ไม่เจ็บตัว”
กฤษฎาพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนที่จะเดินจากไป ณิชชาพัชร์ลูบไล้ไปตามลำคอของตนเองที่ตอนนี้ปรากฏร่องรอยแดง ๆ อย่างเห็นได้ชัด ขนาดเขาใช้มือเพียงข้างเดียวเธอยังเจ็บขนาดนี้ ถ้าเขาใช้สองมือบีบคอเธอล่ะก็เธอคงจบชีวิตด้วยน้ำมือของเขาไปแล้ว
“ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจริง ๆ เพราะอะไร...ทำไมเขาถึงได้โกรธแค้นเรานักหนา”
นี่คือปริศนาที่เธอจะต้องพยายามค้นหาคำตอบ ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขาเกลียดเธอได้มากมายถึงเพียงนี้ ทั้งที่เธอเองก็ไม่เคยรู้จักเขาและน้องชายของเขามาก่อน จะต้องมีการเข้าใจอะไรผิดพลาดไปแน่ ตอนนี้ณิชชาพัชร์ได้แต่กังวลว่าทางครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของเธอคงจะวุ่นวายที่จู่ ๆ เธอก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“ป่านนี้ทุกคนคงจะเป็นห่วงเราแย่แล้วที่หายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว” ณิชชาพัชร์พึมพำพร้อมกับถอนหายใจอย่างแรง
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองอนุวัตรอาจารย์ที่สอนมหาวิทยาลัยเดียวกับณิชชาพัชร์ ได้เดินทางมาที่บ้านของเธอ เพื่อสอบถามว่าเพราะเหตุใดเธอจึงไม่ไปสอนหนังสือตามตารางที่กำหนดไว้โดยไม่แจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยทราบล่วงหน้า ที่สำคัญทางมหาวิทยาลัยก็ไม่สามารถติดต่อเธอได้ เขาจึงรับอาสามาตามเธอที่บ้าน และนี่คือสาเหตุว่าทำไมเขาถึงได้เข้ามานั่งอยู่ที่ห้องรับแขกภายในคฤหาสน์หลังงามของตระกูลรุจน์สุธิตานนท์ อนุวัตรลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือไหว้บิดามารดาของหญิงสาว
“สวัสดีพ่อหนุ่ม...เชิญตามสบาย” ธนพัฒน์ซึ่งเป็นบิดาของณิชชาพัชร์รับไหว้และเอ่ยทักทายชายหนุ่มรุ่นลูก
“ขอบคุณครับ”
“เห็นเด็กไปบอกว่ามีแขกมาขอพบพัชร์คงเป็นคุณเองสินะ”
“ใช่ครับ ผมขออนุญาตแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่ออนุวัตรเป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับคุณพัชร์”
“ว่าแต่มาหาพัชร์ถึงนี่มีธุระอะไรสำคัญอะไรหรือเปล่าคะ” มารดาของณิชชาพัชร์เอ่ยถาม
“คือคุณพัชร์ไม่ได้ไปสอนที่มหาวิทยาลัยมาสองวันแล้วครับ โดยไม่ได้แจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยทราบ และก็ไม่มีใครสามารถติดต่อกับคุณพัชร์ได้เลย ผมก็เลยต้องมารบกวนเวลาเพื่อสอบถามข่าวคราวของคุณพัชร์ถึงที่นี่”
คำตอบของชายหนุ่มรุ่นลูกนั้นทำให้ผู้สูงวัยทั้งสองต้องหันมาสบตากัน แต่ยัง ไม่ทันที่จะได้พูดจาอะไรก็มีคนเดินเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน ทันทีที่อนุวัตรหันไปเห็นบุคคลที่เดินเข้ามาภายในห้องดังกล่าว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมกับเรียกชื่อของเธอด้วยรอยยิ้ม
“คุณพัชร์”
“คุณทักคนผิดแล้วล่ะเพราะฉันไม่ใช่พัชร์”
คำตอบของอีกฝ่ายสร้างความงุนงงสับสนให้แก่อนุวัตรยิ่งนัก ก็เห็นอยู่ว่าผู้หญิงที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องนี้หน้าตาเหมือนณิชชาพัชร์ราวกับพิมพ์เดียวกัน จะต่างกันก็ตรงที่การแต่งตัว เพราะผู้หญิงที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นแต่งหน้าเข้มและแต่งตัวราวกับจะไปเดินแบบ ผิดกับณิชชาพัชร์ที่ชอบแต่งตัวด้วยสูทเข้าชุดกัน และมักจะแต่งหน้าแต่เพียงบางเบาเท่านั้น อนุวัตรไม่เข้าใจว่าทำไมหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นจึงปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ณิชชาพัชร์ หรือว่าเธอกำลังเล่นตลกอะไรกับเขา
“นี่ไม่ใช่พัชร์หรอกจ้ะแต่เป็นภาพี่สาวฝาแฝดของพัชร์”
ภัทรธิดามารดาของสองสาวฝาแฝดเอ่ยขึ้น เมื่อสังเกตเห็นใบหน้าที่งุนงงของชายหนุ่มรุ่นลูก
