บทที่ 7 บทที่ 7
เมื่อหญิงสาวหยิบเสื้อผ้าและเดินเข้าไปในห้องพัก อ้อรีบถามเจ้านายหนุ่มทันทีโดยไม่รอช้า
“คุณกฤษแน่ใจแล้วหรือคะที่ให้คุณณิชชาพัชร์พักอยู่ที่นี่กับคุณกฤษ”
กฤษฎายังไม่ทันได้ตอบคำถามนี้ ก็ได้ยินเสียงร้องของอ้อดังแทรกขึ้นมา
“โอ๊ย! เจ็บนะแม่มาหยิกฉันทำไม”
“ก็แกมันปากไม่มีหูรูดชอบแส่เรื่องของเจ้านายดีนัก”
“ถามก็ไม่ได้เหรอแม่ก็ฉันอยากรู้จริง ๆ นี่ ฉันเป็นห่วงคุณกฤษหรอกนะแม่ถึงได้ถาม”
“หุบปาก”
“ป้าจุรีไม่ต้องไปดุอ้อหรอกครับ”
ตอนแรกเขาก็ไม่คิดที่จะให้ณิชชาพัชร์พักอยู่ที่เดียวกับเขา แต่เพราะต้องการที่จะควบคุมหล่อนให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา จึงต้องจัดห้องให้อยู่ภายในที่พักเดียวกัน
“ผมต้องการให้ลุงกับป้าคอยจับตาดูผู้หญิงคนนี้เอาไว้ อย่าปล่อยให้ไปเดินเพ่นพ่านที่ไหนเด็ดขาด โดยเฉพาะที่รีสอร์ตห่มรัก ส่วนอ้อเธอก็มีหน้าที่คอยติดตามณิชชาพัชร์อย่าให้คลาดสายตา และก็คอยควบคุมให้หล่อนทำงานทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง”
“คุณกฤษจะให้อ้อคอยติดตามคุณพัชร์จริงหรือคะ”
“ใช่หรือเธอมีปัญหาอะไร”
“ไม่มีปัญหาค่ะ เพียงแต่อ้อรู้สึกเข็ดขยาดอารมณ์ของคุณพัชร์ เธอเป็นผู้หญิงที่อารมณ์ร้ายมากเลยนะคะคุณกฤษ ที่ผ่านมาเวลาใครทำอะไรไม่ถูกใจ เธอเป็นต้องอาละวาดด่าทอ บางครั้งถึงกับขว้างปาสิ่งของ ถ้าหลบไม่ทันมีหวังหัวแตก หรือไม่ก็มีเลือดอาบบนใบหน้ากันบ้าง”
“ถ้าเขาทำกิริยาต่ำ ๆ แบบนั้นอีก ฉันอนุญาตให้เธอจัดการสั่งสอนเขาได้ตามใจชอบ”
“อ้อทำแบบนั้นได้จริงหรือคะคุณกฤษ แต่ใครละคะที่จะกล้าไปสั่งสอนหรือตักเตือนเธอ ดีไม่ดีอาจจะโดนจิกหัวตบ”
“ถ้าไม่กล้าทำก็มาบอกฉันเดี๋ยวฉันจะเป็นคนจัดการหล่อนเอง”
“ได้เลยค่ะคุณกฤษ”
“ลุงนนท์ครับผมอยากจะให้ลุงไปสั่งกำชับทุกคนว่าห้ามพูดถึงการันต์ให้ผู้หญิงคนนี้ได้ยิน และไม่ว่าเธอจะถามอะไรเกี่ยวกับการันต์ก็ขอให้ปิดปากให้สนิท”
“ได้ครับคุณกฤษผมจะรีบไปจัดการตามที่คุณสั่ง”
“พรุ่งนี้ผมจะต้องเข้ากรุงเทพฯ และอาจจะต้องค้างที่นั่นคืนหนึ่ง ลุงนนท์ช่วยดูแลความเรียบร้อยทางนี้ให้ด้วยนะครับ ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรหาผมได้ตลอดเวลา”
“คุณกฤษไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะจัดการดูแลทุกอย่างเอง”
“ผมอยากให้ลุงคอยควบคุมและจับตาดูณิชชาพัชร์ให้ดี บางทีหล่อนอาจจะคิดหาทางหนีไปจากเกาะนี้”
“ได้ครับ”
ในช่วงจังหวะนั้นเองที่ณิชชาพัชร์เดินออกมาจากห้อง พร้อมกับสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ชายหนุ่มเตรียมไว้ให้ ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองเธอ กฤษฎามองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูแคลน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวจงใจนุ่งผ้าถุงซะสั้นขึ้นมาเหนือเข่ามากมาย ณิชชาพัชร์ขาดความมั่นใจเมื่อเห็นสายตาของทุกคนที่มองมาที่เธอ
“ถ้าจะนุ่งสั้นขนาดนี้แก้ผ้าดีกว่าไหม”
“ฉันไม่เคยนุ่งผ้าถุงมาก่อนแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าควรจะนุ่งสั้นหรือยาว”
“แต่นี่มันสั้นมากไปค่ะคุณพัชร์”
“ต้องนุ่งยาวกว่านี้สินะ”
ณิชชาพัชร์จับผ้าถุงที่เธอพับไว้ที่เอวเพื่อปล่อยชายผ้าถุงให้ยาวลงมาแทบเท้า
“แบบนี้ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะแต่คุณพัชร์ต้องเดินระวัง ๆ หน่อยนะคะ ไม่เช่นนั้นจะสะดุดหกล้มได้”
“นั่นสิฉันก็กลัวว่ามันจะหลุดอยู่เหมือนกัน”
“นั่งสิ”
ณิชชาพัชร์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวที่ใกล้ที่สุด กฤษฎาเองก็เดินไปนั่งไขว่ห้างที่โซฟาตรงข้าม พร้อมกับแนะนำให้หญิงสาวรู้จักกับสองสามีภรรยาที่มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยบนเกาะแห่งนี้
“นี่ลุงอานนท์และป้าจุรีซึ่งเป็นคนดูแลความเรียบร้อยที่นี่ ส่วนนั่นอ้อลูกของลุงนนท์กับป้าจุรี”
ณิชชาพัชร์เอ่ยทักทายทุกคนพร้อมรอยยิ้ม จากท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงของหญิงสาว ได้สร้างความประหลาดใจให้ครอบครัวของอานนท์ เพราะการพบเธอในแต่ละครั้งที่ผ่านมาหญิงสาวจะถือตัวว่าเป็นคนรักของการันต์ ซึ่งถือเสมือนเป็นเจ้านายคนหนึ่ง เธอจึงจิกหัวใช้คนงานทุกคนได้ตามใจชอบ เมื่อไม่พอใจก็จะอาละวาดด่าทอจนคนงานทุกคนล้วนเข็ดขยาด จนไม่มีใครอยากเข้าใกล้หรือคอยรับใช้เธอ
“ความจริงคุณกฤษไม่จำเป็นต้องแนะนำให้พวกเรารู้จักกันหรอกค่ะ เพราะคุณพัชร์เธอรู้จักพวกเราดีอยู่แล้ว”
จากคำพูดของอ้อสร้างความงุนงงให้ณิชชาพัชร์ได้ไม่น้อย คิ้วเรียวสวยของเธอขมวดเข้าหากัน เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเหมือนว่าเธอเคยรู้จักและเคยพบกันมาก่อนหน้านี้ ทั้งที่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เธอได้เหยียบย่างมาที่เกาะแห่งนี้ ความคิดของณิชชาพัชร์ต้องสะดุดหยุดลง เมื่อได้ยินคำสั่งที่หลุดออกจากปากของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“นับจากนี้ไปคุณจะต้องช่วยงานป้าจุรี”
“งานอะไร!”
“ก็ทำงานทุกอย่างตามที่ผมสั่ง ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ซักรีดเสื้อผ้า หุงหาอาหาร และผมจะให้อ้อคอยติดตามและคอยควบคุมให้คุณทำทุกอย่างตามคำสั่งของผม”
“ฉันไม่ใช่นักโทษจึงไม่จำเป็นต้องมีคนมาคอยคุมความประพฤติ”
