บทที่ 9 บทที่ 9

สองหนุ่มกฤษฎาและฌอห์นเออออห่อหมก คนเพิ่งมาถึงไหวไหล่ไม่ได้ใส่ใจกับการทวงของฝาก ชายหนุ่มยังคงยิ้มได้ตลอดเวลา ก่อนจะหันไปขยิบตาเก๋ไก๋ให้กับแอร์โฮสเตสสาวสวยของสายการบินที่เพิ่งแยกกันเมื่อครู่ ฌอห์นหันไปเอ่ยชวนเแม็คและกฤษให้รีบเดินทางกลับที่พัก เพราะเกรงว่าถ้าขืนชักช้ารถอาจจะติดหนัก เมื่อได้ยินคำเตือนของฌอห์น แม็ครีบเข็นรถขนกระเป๋าสัมภาระของเขาไปยังลานจอดรถที่อยู่อาคารถัดไป

“ขอบใจนายสองคนมากที่สละเวลามารับไอ”  

แม็คเอ่ยขึ้นเมื่อรถคันหรูแล่นออกจากสนามบินมาได้สักพัก โดยมีฌอห์นทำหน้าที่คนขับ

หลังจากนั้นไม่นานรถของสามหนุ่มก็แล่นมาจอด หน้ารั้วอันลอยสีเงินที่เข้ากับตัวบ้านหลังใหญ่สีขาว ซึ่งเป็นสไตล์โมเดิร์นประยุกต์แบบสองชั้น ตกแต่งด้วยกระจกเป็นส่วนใหญ่เพื่อเพิ่มความโปร่งแสงและลดการใช้พลังงาน ในเวลากลางวันจึงแทบไม่ต้องเปิดไฟ มีส่วนหย่อมและน้ำผุเล็ก ๆ หน้าบ้าน และอาคารจอดรถที่จอดได้ถึงสามคัน

“บ้านนายน่าอยู่มากเลยว่ะฌอห์น” แม็คเอ่ยปากชมจากใจทันทีที่เห็นตัวบ้านและบรรยากาศโดยรอบ

สามหนุ่มช่วยกันขนกระเป๋าสัมภาระของแม็คเข้าบ้าน จากนั้นกฤษฎาก็ไปยกกล่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เพื่อนหนุ่มสั่งเอาไว้ก่อนบินมาเมืองไทย เข้ามาในห้องที่กฤษฎาสั่งทำพิเศษเปิดปิดด้วยการสแกนนิ้วมือ แม็คขอบใจเพื่อนที่ช่วยจัดเตรียมอุปการณ์ทุกอย่างที่เขาต้องการไว้ให้ ก่อนจะชักชวนแกมบังคับให้เพื่อนรักทั้งสองไปเลี้ยงต้อนรับเขา ถือเป็นการไปเปิดหูเปิดตาและพักผ่อนไปในตัว แถมยังพูดดักคอเพื่อนว่าเพียงแค่คืนนี้คืนเดียวคงจะไม่ทำให้ธุรกิจของเพื่อนรักทั้งสองคนถึงกับล่มจม ที่ต้องพูดเช่นนี้ก็เพื่อปิดประตูการปฏิเสธของสองหนุ่ม ฌอห์นและกฤษฎาหันไปมองหน้ากันก่อนจำต้องพยักหน้าอย่างจำใจ

“แต่แค่คืนนี้เท่านั้นนะแม็ค”

คำพูดของกฤษฎายังไม่เท่าดวงตาคู่คมที่ดูเหมือนเจ้าตัวมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ แต่กระนั้นมันก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขา เพราะเรื่องส่วนตัวบางอย่างคนเราก็ไม่อยากให้คนอื่นก้าวก่าย สามหนุ่มตกลงกันเรื่องเวลาและสถานที่เที่ยวที่จะไปดื่มฉลองกันในค่ำคืนนี้ เมื่อตกลงได้เรียบร้อยแม็คก็เดินลากกระเป๋าขึ้นชั้นบนทิ้งให้สองหนุ่มเพื่อนรักนั่งคุยกันตามลำพัง

ในค่ำคืนนั้นแม็ค ฌอห์น และกฤษฎาพากันมาที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าผีเสื้อราตรีที่ชื่นชอบการเที่ยวกลางคืน เสียงเพลงอาร์แอนด์บีดังกระหึ่มพอ ๆ กับแสงไฟจากดิสโกบอลที่หมุนวนสะท้อนแสงกับไฟหลากสีสาดส่องไปทั่วผับ และทันทีที่สามหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปในผับ พวกเขาต่างก็ตกเป็นเป้าสายตาของสาว ๆ ที่อยู่ในผับแห่งนั้นซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ แน่นอนว่าความหล่อเหลาของหนุ่มอเมริกันจ๋าอย่างแม็ค และหนุ่มลูกผสมอเมริกันเกาหลีไทยอย่างฌอห์น หรือแม้แต่หนุ่มหล่อสายเลือดไทยอย่างกฤษฎา ที่พกพาโครงสร้างสูงใหญ่ราวกับนายแบบติดตัวมาด้วยนั้น จะต้องเป็นจุดสนใจเรียกสายตาของสาวแท้สาวเทียมให้พร้อมใจกัน หันกลับมามองที่พวกเขาด้วยความสนใจโดยมิได้นัดหมาย

“ไปแด๊นซ์เรียกเหงื่อกันหน่อยมะ” แม็คเอ่ยชวนแต่สองหนุ่มกลับส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

“นาน ๆ ได้เจอกันสักทีช่วยทำหน้าให้มีความสุขกันได้ไหมวะ โดยเฉพาะไอ้กฤษ” กฤษฎารู้สึกตัวรีบยกวิสกี้ในมือขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อน

“ฉันก็แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอย่าใส่ใจเลย”

“ก็ใครมันจะไปอารมณ์ดีได้ทั้งวันเหมือนนายล่ะแม็ค ไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออก หรือต่อให้ภูเขาถล่มแผ่นดินทลายนายก็ยังยิ้มได้ตลอดเวลา”

“รู้สึกว่าตั้งแต่เจอหน้ากันนายจะเหน็บไอตลอดเลยนะฌอห์น”

“ก็นายมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ หรือจะปฏิเสธ”

“ไม่เถียง นายก็รู้ไอเป็นพวกยอมรับความจริงอยู่แล้ว พวกนายเถอะช่วยทำหน้าให้มันสนุกสนานหน่อย สาว ๆ แทบจะเข้ามาขย้ำอยู่แล้วยังทำเฉยอยู่ได้ เกิดเป็นผู้ชายทั้งทีอย่าให้มันเสียชาติเกิดสิวะเพื่อน”

หนุ่มหล่อปลุกเร้าเพื่อน เมื่ออนงค์นางกลางฟลอร์ที่กำลังส่ายสะโพกในเพลงอาร์แอนด์บียอดฮิตเริ่มตีวงล้อมใกล้โต๊ะเข้ามาเรื่อยๆ และเพื่อไม่ให้แม่ผีเสื้อราตรีผิดหวัง เพลย์บอยสุดเซ็กซี่จึงหันไปยิ้มโปรยเสน่ห์พร้อมชูแก้วในมือยกขึ้นดื่มเป็นการทักทาย

“ไม่ต้องห่วงฉันกับฌอห์นหรอก คืนนี้นายเป็นเจ้าของงานเต็มที่ไปเลยแม็ค” กฤษฎาบอกเพื่อน

“ใช่ เต็มที่ไปเลยไอ้แม็คเพื่อนรัก ถึงกันกับกฤษจะไม่ได้มีผู้หญิงเยอะเหมือนนายแต่พวกเราก็ไม่เคยขาดเรื่องนี้ เขาเรียกว่าคัดแต่คุณภาพ เพราะฉะนั้นเชิญนามตามสบาย”

พูดจบหนุ่มลูกผสมอเมริกันไทยและเกาหลีก็ยักคิ้วกวน ๆ ให้เพื่อนรักหนึ่งที

“เฮ้ อย่าคิดว่าไอไม่รู้นะว่านายสองคนมีอะไรปิดบัง”

อีกครั้งที่แม็คกลอกตามองเพื่อนรักสองคนสลับไปมาเหมือนจะหยั่งลึกให้รู้ไปถึงจิตใจ

“ไม่ต้องมองอย่างนั้นน่าแม็ค ฉันไม่ใช่ผู้ร้ายและฉันก็ไม่มีอะไรปิดบังนาย”

“ใช่ กันก็ไม่ใช่นักโทษ ไม่ต้องมาจับผิด” กฤษฎากับฌอห์นรีบออกตัวเมื่อเห็นสายตาของเพื่อน

“ไอรู้ว่านายสองคนคิดถึงไร่กับรีสอร์ตกันใจจะขาดแล้ว แต่ได้โปรดเถอะเพื่อน นาน ๆ เราจะได้เจอกันเลิกทำตัวเป็นเด็กคิดถึงบ้านสักคืนโอเค แล้วพรุ่งนี้นายสองคนจะรีบกลับไอจะไม่เหนี่ยวรั้งไว้เลย”

แม้จะสงสัยกับท่าทีลุกลี้ลุกลนของกฤษฎาแต่ชายหนุ่มก็รู้ว่าตัวเองไม่ควรก้าวก่าย เพราะบางครั้งคนเราก็ต้องการพื้นที่ว่างสำหรับความเป็นส่วนตัว ส่วนฌอห์นดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไร เพราะปากมันยังคงกัดเขาได้ตลอดเวลา

“ก็ได้ แค่คืนนี้คืนเดียว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป