บทที่ 5 WILDFIRE เพลิงพ่ายรัก EP5

“น้องเหรอ ฉันไม่เคยมีน้องสาว และเธอก็ไม่ใช่” อัคนีผละหน้าออกมามองสบตาเธอ แววตาของเขาไม่ได้มีความเป็นพี่ชายหลงเหลืออยู่เลย มันมีแต่ความกระหายของนักล่าที่มองเห็นเหยื่ออันโอชะ

“เธอมันก็แค่กาฝาก แต่เป็นกาฝากที่เนื้อตัวหอมจนน่ารำคาญ” พูดจบเขาก็ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ จมูกโด่งกดลงบนชีพจรที่กำลังเต้นรัว สูดดมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอเข้าปอดลึก ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับจูบหนักหน่วงลงบนผิวเนื้อขาวเนียนจนเกิดรอยแดงจางๆ

พิชชาตัวสั่นเทา เธอควรจะขยะแขยง เธอควรจะผลักไสเขา แต่ส่วนลึกในใจกลับมีความรู้สึกวาบหวามบางอย่างก่อตัวขึ้น มันเป็นความรู้สึกต้องห้ามที่เธอพยายามกดมันไว้มาตลอดหลายปี ความรู้สึกที่ว่าเธอเองก็ต้องการเขา มือเล็กที่พยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ เธอหลับตาลงแน่นปล่อยให้เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่

“อื้อ พี่เพลิง พอแล้ว” หญิงสาวครางประท้วง

อัคนีชะงักการกระทำเมื่อได้ยินเสียงครางหวานหูนั้น เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวในอ้อมกอด ใบหน้าแดงซ่าน ดวงตาปรือฉ่ำน้ำ และริมฝีปากบวมเจ่อจากการที่เธอขบเม้มเพื่อระงับอารมณ์ ภาพตรงหน้ากระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นเพริดจนแทบคลั่ง เขาอยากจะฉีกเสื้อผ้านักศึกษาที่แสนเรียบร้อยนี้ให้ขาดวิ่นแล้วครอบครองเธอให้ร้องเรียกชื่อเขาเพียงคนเดียว แต่เสียงเตือนในหัวก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

‘ยังไม่ใช่วันนี้ ยังไม่ใช่ตอนนี้ เขาเพิ่งจะเริ่มเกมและเกมนี้มันต้องสนุกกว่านี้’

อัคนีผลักร่างบางออกห่างอย่างแรงจนพิชชาเซถลาเกือบจะล้มลง เขาและพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แม้ภายในกายจะยังร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม

“ออกไป” คำสั่งสั้นห้วนแต่น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก

“แต่ว่า” พิชชาพยายามจะอ้าปากเถียง

“ฉันบอกให้ออกไป หรืออยากจะโดนมากกว่าแค่จูบ ถ้าอยากลองของจริงก็ถอดเสื้อผ้าออกสิ ฉันจะสงเคราะห์ให้ จะได้รู้ว่าเวลาที่ยูนิฟอร์มนักศึกษามันไหม้ไฟมันจะร้อนแรงแค่ไหน” คำขู่ที่มาพร้อมกับสายตาจาบจ้วงทำให้พิชชาได้สติ เธอกระชับเสื้อที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยให้เข้าที่ มองหน้าเขาด้วยความเจ็บใจและอับอาย

“คนเลว พี่มันไม่ใช่คน” เธอต่อว่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ด่าฉันให้พอใจ แต่จำเอาไว้ว่าต่อไปนี้ชีวิตเธอจะไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่ ฉันจะทำให้เธอรู้ซึ้งว่านรกบนดินมันเป็นยังไง” ชายหนุ่มประกาศกร้าว

พิชชากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจาง เธอสะบัดหน้าหนีแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงเสียงปิดประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหว

เมื่อลับร่างของหญิงสาวอัคนีก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงเพื่อเรียกสติ ความต้องการทางกายยังคงปวดหนึบจนเขาต้องสบถออกมาอย่างหัวเสีย

“โธ่เว้ย” เขาคำรามในลำคอ

เขามองไปที่ถ้วยกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะ ควันจางยังคงลอยกรุ่น อัคนีเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาจิบ รสชาติขมปร่าของกาแฟดำบาดคอ แต่มันกลับหวานล้ำอย่างประหลาดเมื่อนึกถึงคนชง

“เธอเป็นแค่เด็กกาฝาก เป็นลูกของศัตรู” อัคนีพร่ำบอกตัวเองซ้ำเพื่อสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องหัวใจ แต่เขารู้ดีว่ากำแพงนั้นกำลังเริ่มสั่นคลอนเพราะแม่มดน้อยตัวแสบที่เพิ่งจะเดินออกไป

เขาเดินกลับไปที่หน้าต่าง ทอดสายตามองลงไปยังสวนเบื้องล่าง เห็นร่างเล็กของพิชชากำลังวิ่งไปที่รถยนต์คันเล็กของเธอเพื่อขับออกไปมหาวิทยาลัย

“หนีไปเถอะ หนีไปให้ไกล” ชายหนุ่มแสยะยิ้มที่มุมปาก แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์และหมายมาด “เพราะไม่ว่าเธอจะหนีไปที่ไหนเธอก็ไม่มีวันหนีพ้นเงาของฉัน”

เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดโทรออกหาลูกน้องคนสนิท

“จับตาดูพิชชาไว้ อย่าให้คลาดสายตา รายงานฉันทุกระยะว่ามันไปไหน ทำอะไร และอยู่กับใคร” เขาสั่งการเสียงเฉียบขาด

“โดยเฉพาะผู้ชายหน้าไหนที่มันกล้าเข้ามาเกาะแกะ จัดการกันท่าให้หมด” ชายหนุ่มเน้นย้ำอีกประโยคก่อนจะตัดสายไป

อัคนีจ้องมองแก้วกาแฟในมืออีกครั้ง ก่อนจะบีบมันแน่นจนร้าวคามือ

“เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้น และฉันจะเป็นคนกำหนดกติกาเองทั้งหมด เตรียมตัวรับมือให้ดีล่ะยัยเด็กดื้อ” เขาขบกรามแน่นจนขึ้นสัน

รถยนต์คันเล็กของพิชชาแล่นออกจากคฤหาสน์ด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ หญิงสาวขับรถด้วยมือที่สั่นเทา น้ำตาเม็ดใสที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มเนียน เธอปาดมันทิ้งอย่างลวกๆ ด้วยความเจ็บใจ

ทำไมต้องรู้สึกแบบนั้นด้วย เธอตั้งคำถามกับตัวเอง สัมผัสร้อนผ่าวจากริมฝีปากของเขายังคงตราตรึงอยู่ที่ซอกคอ และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือหัวใจทรยศของเธอกลับเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึงมัน แทนที่จะรังเกียจเธอกลับโหยหาสัมผัสนั้น

บ้าที่สุด เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ เขาเกลียดเธอ เขาเห็นเธอเป็นแค่ขยะ หญิงสาวพยายามเตือนสติตัวเอง แต่ภาพแววตาอันตรายคู่นั้นกลับตามหลอกหลอนไม่หยุดหย่อน ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความเกลียดชังและการเอาชนะกำลังจะพาเธอถลำลึกลงสู่ห้วงเหวแห่งความรักต้องห้ามที่ไม่มีทางออก และเธอหารู้ไม่ว่าภัยร้ายที่น่ากลัวกว่าความรักกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เงามืดจากอดีตที่ยังสะสางไม่จบกำลังรอจังหวะที่จะเล่นงานเธอเพื่อทำลายทุกคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลนี้ให้ย่อยยับ

เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธอต้องรีบปาดน้ำตาและปรับเสียงให้เป็นปกติ

“ฮัลโหล นนท์ ว่าไงจ๊ะ” เธอพยายามดัดเสียงให้เป็นปกติที่สุด

“พีช วันนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ เรามารอที่หน้าตึกแล้วนะ รีบมาเร็วล่ะ คิดถึงจะแย่แล้ว” เสียงสดใสของเพื่อนสนิททำให้พิชชายิ้มออก

“อืม กำลังไป รอแป๊บหนึ่งนะ” เธอกดตัดสาย แววตาเศร้าสร้อยเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นอีกครั้ง อย่างน้อยเธอก็ยังมีเพื่อน มีคนที่รักและหวังดีกับเธอจริง

แต่พิชชาไม่รู้เลยว่าบทสนทนาสั้นๆ นั้นได้ถูกดักฟังและส่งตรงไปถึงหูของซาตานร้ายที่กำลังนั่งจิบกาแฟรอเชือดเหยื่ออยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ความหึงหวงที่ไร้เหตุผลกำลังจะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะเผาผลาญทุกอย่างให้วอดวาย ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเขาเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป