บทที่ 10 คำลวง

ชายคนหนึ่งเดินมาหยุดที่บ้านหลังเล็ก บ้านที่ครั้งหนึ่งเขาเคยอาศัยอยู่ บ้านที่มีแต่ความรักและความทรงจำที่ดี บ้านที่เขาอยู่แล้วมีความสุขที่สุด ภาพของหญิงชายโอบกอดกันอย่างมีความสุข เป็นภาพที่ทำให้เขาร้าวรานใจเป็นอย่างมาก ความรักที่เขามอบให้เริ่มมีความแค้น ความหึงหวงเข้ามาแทนที่ เหตุใดเธอจึงไม่รอเขาตามสัญญา เหตุใดเธอจึงไปแต่งงานใหม่ เหตุใดเธอจึงหลงลืมความรักที่เขาและเธอเคยมีให้กัน หรือว่าทุกอย่าง ทุกคำพูด ทุกการกระทำเป็นเพียงคำลวงเท่านั้น

ชายนิรนามนั่งมองหญิงที่ตนรักอย่างไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดคลอเดีย จึงยอมให้เลโอนาร์โดเดินทางมาเมืองไทย ทั้งๆ ที่รู้ว่าบุตรชายของนางนั้นเดินทางมาหาหญิงสาวชาวไทย ที่เลโอนาร์โดรักเท่าชีวิต

“ผมไม่เข้าใจทำไมคุณถึงยอมให้เลโอไปเมืองไทย” ชายหนุ่มนิรนามเอ่ยถาม หลังจากเสร็จภารกิจสวาท ฝ่ายหญิงหันมายิ้มก่อนจะตอบ

“ก็มันถึงเวลาแล้วไง ฉันดึงรั้งเลโอมาถึงหกปี ได้เวลาที่แผนของเราจะเริ่มขึ้นเสียที” คลอเดียพูดเสียงเย็น ลุกขึ้นจากเตียงนอน เดินไปที่บาร์ขนาดเล็กที่อยู่ภายในห้อง ในวิสกี้ใส่แก้วสองแก้ว ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง

“ดื่มเพื่อชัยชนะของเรา” นางส่งแก้ววิสกี้ให้กับชายนิรนามซึ่งเป็นคนรัก ที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครรู้ได้ แม้กระทั่งเลโอนาร์โด เขาดื่มวิสกี้ที่คลอเดียส่งมาให้จนหมด ยิ้มพรายกับแผนที่ทั้งสองวางไว้มานับสิบปี

“คุณแน่ใจนะว่าผู้หญิงที่เลโอไปหา จะไม่บอกเลโอว่าคุณไปหาเธอเมื่อหกปีก่อน”

“แน่ใจ ถ้ามันปากโป้งฉันจะปิดปากมันเอง รับรองว่ามันจะไม่ได้พูดอีกเลยตลอดชีวิต” คลอเดียพูดด้วยสีหน้าจริงจัง นางมั่นใจว่าปัณฑารีย์ไม่มีทาง บอกกับบุตรชายของนางแน่นอน

“คุณจะให้ผมจัดการกับใครก่อนระหว่างเฟเดริโก้กับฟรองค์”

“จัดการกับริโก้ก่อน คุณรู้ใช่มั้ยว่าจะต้องทำยังไง” ชายนิรนามพยักหน้า เมื่อได้ยินคำพูดของคลอเดีย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าต้องทํายังไงกับเฟเดริโก้

“ผมไปก่อนแล้วกัน แล้วจะส่งข่าวมาบอก” ชายนิรนามจูบลาคลอเดียอีกครั้ง เขาเดินตรงไปที่ฝาผนังที่มีรูปภาพขนาดใหญ่ติดทับอยู่ ใช้นิ้วมือกดเบาๆ ไปที่ขอบด้านล่างของรูปภาพ ซึ่งเป็นลายฉลุจะมีปุ่มเล็กๆ หลบซ่อนอยู่ ไม่มีใครรู้นอกจากเขาและคลอเดีย เพียงชั่วพริบตารูปภาพขนาดใหญ่นั้นได้แยกออกจากกัน เผยให้เห็นช่องทางลับ ชายนิรนามเดินเข้าไปภายในช่องทางลับนั้น ก่อนที่รูปภาพขนาดใหญ่จะคงสภาพเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คลอเดียหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขปลายทางที่ต้องการติดต่อ

“เป็นไงบ้าง” คลอเดียเปิดปากถามเมื่ออีกฝ่ายรับสาย

“คุณเลโอถึงเมืองไทยแล้วครับ เจอกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่ท่าทางเธอจะจําคุณเลโอไม่ได้ เพราะคุณเลโอยังไม่ได้โกนหนวดโกนเคราออก คุณคลอเดียครับ ผู้หญิงคนนั้นแต่งงานและมีลูกแล้วครับ” ปลายสายตอบคำถาม และรายงานความเคลื่อนไหวของเลโอนาร์โดอย่างละเอียด

“จับตาดูไว้ แล้วฉันจะโทรฯ มาใหม่”

คลอเดียตัดสายทิ้ง นึกถึงคำพูดของปลายสายอย่างครุ่นคิด ปัณฑารีย์แต่งงานมีลูกแล้วหรือนี่ ก็ดีเหมือนกันแผนการของนางจะได้ง่ายขึ้น ทุกอย่างที่นางคิดและวางแผนไว้นับสิบปีจะได้สำเร็จเสียที

ปัณฑารีย์เดินทางมาส่งราเมศร์ที่หน้าโรงเรียนอนุบาลตามปกติ เธอสังเกตเห็นความผิดปกติของบุตรชาย ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่เดินทางกลับมาจากทำงานที่บ้านหลังใหญ่ท้ายเกาะ ราเมศร์เอาแต่นิ่งเงียบ สายตาเหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่าง

“รามเป็นอะไรลูก” ปัณฑารีย์ถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

“รามกลัว” ราเมศร์ตอบเสียงสั่น

“ลูกกลัวอะไรครับ บอกแม่สิ” เมื่อได้ฟังคำพูดของบุตรชาย ทำให้ปัณฑารีย์ทรุดตัวลงนั่งกอดร่างของเด็กน้อยไว้อย่างปกป้อง

“รามกลัวคุณลุงคนนั้นครับ เมื่อวานดวงตาของลุงคนนั้นน่ากลัวมาก” ราเมศร์ตอบอย่างใสซื่อตามความรู้สึกของตัวเอง

“ลุงคนไหนลูก”

“ลุงคนที่พารามไปเที่ยวบนเรือลําใหญ่ คนที่อุ้มรามมาส่งที่ชายหาด” ปัณฑารีย์นึกถึงเหตุการณ์ที่บุตรชายพูด ไม่เพียงแต่ราเมศร์เท่านั้นที่หวาดกลัว ดวงตาโชนแสงคู่นั้น เธอเองมีความหวาดกลัวไม่ต่างกัน หากแต่เขาคนนั้นเหมือนกับคนที่รักและรอคอยมาตลอดหกปีเหลือเกิน แต่คงได้แค่เหมือนเท่านั้น เลโอนาร์โดมีสีผมน้ำตาลอ่อน ดวงตาของเขาสวยงามสีฟ้าใส หากแต่เขาคนนั้นสีผมดำสนิท ดวงตาสีนิลคู่นั้นทำให้เธอแน่ใจว่าเขาไม่ใช่ชายคนรักแน่นอน และเขาไม่มีวันที่จะกลับมาหาเธอเช่นกัน หากแต่ปัณฑารีย์ก็จะรอเขาทุกลมหายใจ

“ลุงคนนั้นเขาไม่น่ากลัวอย่างที่รามเข้าใจ เขาอาจจะหน้าเข้ม มีหนวดเครารกรุงรัง ท่าทางเกรงขาม แต่เขาก็ใจดีพารามไปเที่ยวบนเรือลำใหญ่ไม่ใช่เหรอลูก คนเรานะรามมองที่ภายนอกไม่ได้ ต้องมองมาจากภายในจิตใจ บางคนรูปร่างหน้าตาดีแต่จิตใจชั่วช้าเลวทราม บางคนหน้าตาดูไม่ได้แต่ จิตใจดีงาม เราจะมองใครคนหนึ่งเราต้องมองให้ลึกถึงภายในใจ อย่ามองที่รูปร่างนะครับ เหมือนกับลุงคนนั้นไงครับ ดวงตาของเขาอาจจะดุ จนรามหวาดกลัว แต่ภายในใจของลุงเขาอาจจะดีงามก็ได้” ปัณฑารีย์อบรมสั่งสอน โน้มน้าวจิตใจของบุตรชายให้คลายความหวาดกลัว ราเมศร์ยิ้มออกมาได้หลังจากที่มารดา อธิบายให้เด็กน้อยแสนฉลาดเข้าใจ

“แม่ครับ...แม่รีบไปทำงานเถอะครับ รามไม่กลัวแล้ว”

“งั้นแม่ไปทำงานก่อนนะครับ เลิกเรียนแล้วแม่จะมารับ” ปัณฑารีย์ก้มใบหน้าหอมที่แก้มใสๆ ของบุตรชายสุดที่รัก ลุกขึ้นจากม้านั่งโบกมือให้ราเมศร์ ก่อนจะเดินออกไปจากรัวของโรงเรียน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป