บทที่ 4 เหตุที่ต้องจากลา
สี่วันต่อมา
ปัณฑารีย์เลิกงานช้ากว่าทุกวัน เพราะวันนี้ทางโรงแรมมีงานจัดเลี้ยงพร้อมกันสี่งาน หนึ่งในสี่งานคืองานใหญ่ แขกมาร่วมสามร้อยคน พนักงานจัดเลี้ยงและพนักงานทำความสะอาด จึงอยู่ทำโอที เวลาที่หญิงสาวเลิกคือสองทุ่ม
หญิงสาวเดินออกมาจากโรงแรมผ่านประตูเข้าออกพนักงาน ปกติทุกเย็นเลโอนาร์โดจะขับมอเตอร์ไซร์มารับ ทว่าวันนี้เขามาไม่ได้ เนื่องจากพาลุงอเนกไปต่างอำเภอ ปัณฑารีย์จึงใช้บริการรถสองแถวในการกลับบ้าน
ในรถมีผู้โดยสารสี่คน ขณะกำลังจะนั่ง ชายต่างชาติสามคนกระโดดขึ้นมาบนรถ ก่อนรถออกตัว ปัณฑารีย์ไม่ได้คิดอะไร นั่งตามปกติ จนกระทั่งถึงป้ายที่ต้องลง เธอก้าวลงมา โดยชายชาวต่างชาติลงมาด้วย
บ้านปัณฑารีย์ต้องเดินเข้าไปในซอยราวหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร สองข้างทางไม่ค่อยมีบ้านคน เธอเกิดความกลัวจับจิตจับใจ อยากโทรศัพท์หาเลโอนาร์โด แต่ก็ทำไม่ได้ เป็นเพราะแบตมือถือหมด เธอจึงเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงบ้านเร็วที่สุด
“คุณเลโอ” เดชะบุญ เลโอนาร์โดขับขี่มอเตอร์ไซร์ หมายไปรับปัณฑารีย์หน้าปากซอย เพราะเขาโทรหาเธอหลายครั้ง ทว่าติดต่อไม่ได้ จึงโทรหาดวงประภา เพื่อนสนิทของเธอแทน เมื่อรู้ว่า คนรักออกมาจากโรงแรมราวสิบห้านาที เขาจึงขี่รถขับเคลื่อนสองล้อไปรอหน้าป้ายรถ “คุณเลโอคะ”
น้ำเสียงสั่น มือเล็กจับแขนเขาไว้มั่น
“มีอะไรมิเอเล่” จากสีหน้า แววตาตื่นกลัว ทำให้สัญชาติญาณมาเฟียรู้ได้ทันทีว่า ผิดปกติ เขากอดร่างสั่นราวกับลูกนกของเธออย่างปกป้อง “คุณหนีใครมา ใครทำอะไรคุณ”
“ชายต่างชาติสามคนเดินตามฉันมาค่ะ” เธอบอกคนรัก หน้าหันไปมองด้านหลัง “แต่ไม่รู้ตอนนี้ไปไหนแล้ว ฉันกลัวค่ะ”
“งั้นคุณขับมอไซร์กลับบ้านไปก่อน ผมจะเดินดูรอบๆ นี้เผื่อพวกมันยังอยู่ ผมจะได้จัดการมัน”
“อย่าเลยค่ะ เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ”
“ไม่ได้ ถ้าวันนี้ผมปล่อยมันไป วันหน้ามันตามคุณอีก แล้วเผื่อวันนั้นผมไม่อยู่ด้วย มันทำอะไรคุณ ผมคงใจสลายแน่ ผมต้องชิงจัดการสั่งสอนมันก่อน แต่ถ้าคุณอยู่ตรงนี้ด้วย ผมจัดการไม่ถนัด” เขาให้เหตุผล “เชื่อใจผม ผมจัดการมันได้”
“ค่ะ ได้ค่ะ” ปัณฑารีย์รับคำ “ระวังตัวด้วยนะคะคุณเลโอ”
ปัณฑารีย์เป็นฝ่ายขับมอเตอร์ไซร์กลับบ้าน เลโอนาร์โดมองหนาอาวุธป้องกันตัว สะดุดเจอไม้หน้าสามขนาดพอดีมือ เขาหยิบมันขึ้นมา ก้าวเดินไปยังหน้าปากซอย และสังเกตเห็นพุ่มไม้สั่นไหว
“พวกมึงเป็นใคร ตามเมียกูมาทำไม ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ออกมา” เสียงทรงอำนาจดังลั่น ชายสามคนที่แอบอยู่ด้านหลังพุ่มไม้ค่อยๆ ปรากฏกายทีละคน
“เจ้านายครับ ผมเองครับ” ซาเวกี้โค้งคำนับเลโอนาร์โดอย่างนอบน้อม เขาเฝ้าติดตามและสืบหาเจ้านายหนุ่ม จนกระทั่งสามวันก่อน ได้รับข่าวแน่นอนว่า เลโอนาร์โดพักอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ กับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดูแล้วว่า น่าจะเป็นคนพิเศษของเจ้านาย ซาเวกี้และลูกน้องอีกสองคนจึงสะกดรอยตามดูความเคลื่อนไหวของปัณฑารีย์ เลโอนาร์โดทิ้งไม้ลงบนพื้น ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ลูกน้องคนสนิท
“ผมขอโทษนะครับที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นตกใจ ผมไม่รู้ว่าจะติดต่อเจ้านายยังไง มือถือเจ้านายใช้งานไม่ได้ ผมกับซาเวกี้จึงใช้วิธีนี้ มากกว่าแสดงตัว เพราะถ้าเจ้านายอยากกลับไปโรม คงกลับนานแล้ว และคงติดต่อกลับไปบ้าง แต่นี่ไม่เลยครับ ผมคิดว่าเจ้านายคงมีเหตุผล ผมเลยคิดว่า มาเงียบๆ แบบนี้ดีกว่าครับ” แอรอนบอกเลโอนาร์โดเพิ่มเติม
“พวกผมมาตามเจ้านายกลับครับ” เลโอนาร์โดถอนหายใจ กับความหนักอกหนักใจ เขาไม่อยากจากปัณฑารีย์ แต่หากบอกความจริงเรื่องฐานะเขาให้เธอรู้ และพาเธอไปอยู่อิตาลี มารดาคงไม่ยอมแน่นอน
“ขอเวลาฉันสักเดือน แล้วฉันจะกลับโรม”
“คงไม่ได้ครับ ตอนนี้ทางโน้นยุ่งมาก ริโก้รวมตัวกับฟรองค์ พวกมันกำลังสงสัยว่าเจ้านายไปไหน และตอนนี้พวกมันอาจระแคะระคายแล้วก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นที่นี่น่าจะไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้านาย ทางที่ดีเจ้านายกลับไปกับพวกผมดีกว่าครับ” ซาเวกี้บอกกระชับ ให้เลโอนาร์โดฟังอย่างคร่าวๆ มาเฟียหนุ่มกำลังตัดสินใจว่าเขาจะเลือกทางใด ระหว่างความรักกับหน้าที่ “ยิ่งถ้าพวกมันรู้ว่า เจ้านายติดพันผู้หญิงคนนี้ เธอไม่ปลอดภัยแน่ครับ เพราะเธอคือจุดอ่อนของเจ้านาย”
จากคำพูด สีหน้า แววตาเลโอนาร์โด เซเวกี้ที่ทำงานกับอีกฝ่ายมาสิบกว่าปี รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เลโอนาร์โดหน้าเข้ม ใบหน้าระบายความกังวล
“พี่เซเวกี้พูดถูกครับ ตอนนี้มันยังไม่รู้เรื่องผู้หญิงคนนี้ นั่นเท่ากับว่า เธอยังปลอดภัย แต่ถ้าเจ้านายยังอยู่ที่นี่ต่อไป เธอเป็นอันตรายนะครับ ถ้าพาเธอไปด้วย ยิ่งแล้วใหญ่ เธอกลายเป็นเป้านิ่ง ให้พวกมันจ้องทำร้าย และอาจจับตัวเธอ มาต่อรองกับเจ้านายครับ” แอรอนขยายความให้เลโอนาร์โดเข้าใจสถานการณ์ วงการมาเฟีย เล่นงานฝ่ายตรงข้ามโดยไม่สนใจว่า เป็นสตรีหรือเด็ก ขอแค่มีประโยชน์ต่อรอง พวกมันพร้อมทำ
“ฉันขอเวลาอีกสามคืน แค่สามคืนเท่านั้น ระหว่างนี้นายสามคนคอยตามสืบว่า พวกมันมีความเคลื่อนไหวอะไรมั้ย” เลโอนาร์โดพูดจบก็เดินจากไป พร้อมแบกความหนักอึ้งของความรู้สึกไปด้วย
......
ปัณฑารีย์ยิ้มเมื่อเห็นเลโอนาร์โดเดินกลับมาบ้าน สภาพร่างกายเขาปกติ ไม่มีรอยขีดข่วน เธอโล่งใจ รีบเปิดประตูรั้วให้เขาเข้ามาในบ้าน
“ไม่เป็นอะไรแล้วมิเอเล่ พวกมันไปแล้ว” เลโอนาร์โดเดินเข้าไปโอบกอด
“คุณเป็นอะไรมั้ยคะ ฉันเป็นห่วงคุณ”
“ผมไม่เป็นอะไรครับ เข้าบ้านเถอะครับ คุณทำงานมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำให้สบายตัวดีกว่า และไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่ผมมีลมหายใจ จะไม่มีใครทำอะไรคุณได้แน่นอนครับ”
“ค่ะ น้ำผึ้งเชื่อใจคุณค่ะ” เลโอนาร์โดฝืนยิ้ม ตะคองกอดร่างเล็กเข้าบ้าน เลโอนาร์โดเดินออกมานอกบ้านอีกครั้ง เพื่อล็อคประตูบ้าน ทั้งรั้วและประตูด้านใน ตรวจดูอย่างดีว่า บ้านหลังนี้ปลอดภัยสำหรับเธอ
