บทที่ 7 การกลับมา

6 ปีผ่านไป

ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ความรัก ความคิดถึงที่เลโอนาร์โดมีต่อปัณฑารีย์ ไม่เคยลบเลือนหรือลดลง นอกจากสองความรู้สึกนี้ไม่เคยจางหาย ความทุกข์ทรมานใจเข้ามาร่วมด้วย ที่ไม่ได้กลับไปหาสาวอันเป็นที่รักเสียที

เลโอนาร์โดกลายเป็นคนใจร้ายใจดำ ทำราวกับว่าปัณฑารีย์ไม่มีตัวตน ไม่แม้แต่โทรศัพท์ไปหาเธอ เพื่อให้เธอสบายใจว่า ไม่คิดทอดทิ้ง มาเฟียหนุ่มทำเช่นนั้นไม่ได้ อีกทางหนึ่งหากให้ใครสักคนที่ไว้ใจได้ คนที่ศัตรูไม่รู้จัก ไปหาปัณฑารีย์ที่บ้าน เขาเคยคิดวิธีนี้ ทว่าเซเวกี้ค้าน ให้เหตุผลว่า ตอนนี้ไว้ใจคนได้ยากมาก หากมีหนอนบ่อนไส้ขึ้นมาย่อมไม่เกิดผลดี ทางที่ดีเลโอนาร์โดทำตัวให้นิ่งเข้าไว้ หากขยับตัวเพียงนิดเดียว รับรองได้ว่าศัตรูในที่แจ้งและที่มืดต้องรู้ตัว และอาจพุ่งเป้าไปที่ปัณฑารีย์ หญิงสาวจะตกอยู่ในอันตรายทันที

“ผมคิดถึงคุณมากมิเอเล่ คิดถึงจนใจจะขาด” เรื่องที่เขาทำได้ และทำทุกวันคือ บอกคำรัก คำว่าคิดถึงผ่านรูปภาพของปัณฑารีย์ ที่เขาถ่ายเก็บไว้หลายสิบภาพ “รอผมนะคนดี รอผมนะ”

เสียงเคาะประตูห้องนอน ดึงความคิดถึงจากภาพถ่าย เขากดปุ่มเปิดประตูอัตโนมัติ ไม่กี่อึดใจ คนเคาะเดินเข้ามาในห้อง คลอเดียนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง

“แม่มีเรื่องจะคุยด้วย”

“ครับ มีเรื่องอะไรครับ”

“ทำไมเดี๋ยวนี้แกไม่พาแองจิล่าไปไหนมาไหนบ้างล่ะ” ผู้เป็นลูกชายทำหน้าเซ็ง

“ผมไม่ว่างครับ”

“ไม่ว่างหรือไม่อยากพาไปกันแน่” คลอเดียดักทางลูกชายถูก “แม่ว่า การทำตัวว่างสักวันก็ดีนะ จะได้พาแองจิล่าไปเที่ยวบ้าง ไม่คิดทำอะไรเลยทั้งที่เป็นคู่หมั้นกัน แม่ว่าไม่ดีนะ”

เลโอนาร์โดถอนหายใจพรืดยาว เบื่อหน่ายเรื่องนี้มาก

“เอาเป็นว่า ผมจะหาเวลาว่างพาแองจิล่าไปชอปปิ้งล่ะกันครับ” คลอเดียยิ้มได้

“ดีมากจ้ะ วันนี้ได้ยิ่งดี ป๊ะป๋าของแองจิล่าจะได้ไม่มาบ่นกับแม่อีก”

“ครับ”

“งั้นแม่ไปก่อนนะ” นางเดินออกไปจากห้องลูกชายทันทีที่พูดจบเรื่อง เลโอนาร์โดโยนมือถือลงบนที่นอนข้างเตียง ถอนหายใจยาว ผู้หญิงที่เขาเฝ้ารักและคิดถึง มีเพียงคนเดียวคือปัณฑารีย์ ส่วนคนอื่นเป็นแค่ผู้หญิงที่เดินผ่านเขา ไม่มีค่า ไม่มีความน่าสนใจใดใดทั้งสิ้น แม้สตรีผู้นั้นเป็นคู่หมั้นของเขาก็ตาม

เกาะพีพี จังหวัดภูเก็ต

เวลาบ่ายโมงตรงเด็กชายหน้าตาออกไปทางลูกครึ่ง รูปร่างสูงกว่าเด็กวัยเดียวกัน นั่งคอยมารดาที่ม้านั่งบริเวณสนามหญ้าดังเช่นทุกวัน เพื่อคอยมารดามารับ เด็กชายราเมศร์วิ่งมาหามารดา ที่กำลังเดินมาหา ปัณฑารีย์อ้าแขนรับร่างของราเมศร์ไว้ในอ้อมแขน

“วันนี้แม่มารับช้าจัง” ราเมศร์บ่นมารดาที่มารับช้ากว่าปกติ

“แม่ต้องหาเงินมาซื้อขนมให้รามไงครับ”

“ไปกันเถอะครับแม่ เดี๋ยวแม่ไปทำงานไม่ทัน”

“วันนี้แม่ต้องไปทำงานป้าจู พอดีมีเศรษฐีคนหนึ่งเขามาซื้อบ้านไว้ที่ท้ายเกาะ ป้าจูเลยจ้างแม่กับเพื่อนๆ ไปทำความสะอาดกัน ระหว่างที่แม่ทำงานอยู่ รามต้องสัญญากับแม่ว่าจะไม่ดื้อไม่ซนนะครับ”

“คับ...รามจะไม่ดื้อไม่ซน” เด็กน้อยรับคำหนักแน่น สองแม่ลูกจูงมือกัน เดินออกไปจากโรงเรียนอนุบาล สองแม่ลูกเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ห่างจากโรงเรียนอนุบาลไม่มากนัก

“มากันแล้วเหรอ สองแม่ลูก” ป้าจูหญิงม่ายวัยสี่สิบสองปีทักทาย

“สวัสดีคับป้าจู” ราเมศร์พนมมือไหว้ป้าจูอย่างนอบน้อม ป้าจูลูบศีรษะเด็กชายเบาๆ อย่างเอ็นดูและรักใคร่

“สวัสดีค่ะพี่จู...ไปกันหรือยังคะ”

“ก็รอเราสองคนอยู่นี่แหละ มาแล้วก็ไปกันเลย ไอ้เดชบอกว่าเจ้าของบ้านที่เขาซื้อไว้เดินทางมาถึงก่อนกำหนด” ป้าจูบอกกับปัณฑารีย์ และผู้หญิงอีกสี่คนที่จะเดินทางไปทำงานด้วยกัน ทุกคนขึ้นไปนั่งท้ายรถกระบะของป้าจู ยกเว้นสองแม่ลูกที่นั่งด้วยกันด้านหน้า ป้าจูใช้ระยะเวลาเพียงสิบห้านาที รถกระบะก็แล่นมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณเจ็ดไร่

“ลงมากันได้แล้ว รีบทำจะได้รีบกลับ” ทุกคนลงมาจากรถกระบะ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่ ปัณฑารีย์มองไปยังทะเลสีคราม เธอมองเห็นเรือยอร์ชลำใหญ่ จอดลอยคออยู่ห่างจากชายหาดประมาณสองร้อยเมตร มีเรือเร็วประมาณสี่ถึงห้าลำจอดอยู่ที่ริมชายหาด เธอไม่แน่ใจว่า ใช่ของเจ้าของบ้านหลังนี้หรือไม่ หากใช่เจ้าของบ้านคงรวยมากน่าดู

ปัณฑารีย์อึดอัดกับการทำความสะอาดบ้าน เพราะไม่ว่าจะไปทางไหน เธอเห็นชายร่างใหญ่สวมชุดสูทคอยสอดส่องดูการทำงานตลอดเวลา แต่ก็คิดว่า เจ้าของบ้านอาจกลัวมีใครลักของมีค่า จึงมีการ์ดเฝ้าจับตามองพวกเธอ

ราเมศร์เห็นมารดาทำงานจึงไม่เข้าไปรบกวน เด็กน้อยเดินออกมาเล่นหน้าบ้านโซนชายหาด เด็กชายเดินถือของเล่นไปริมชายหาด เล่นเครื่องบินของเล่นชิ้นเดียวที่มารดาซื้อให้ เพราะหนูน้อยแสนฉลาดรู้ว่ามารดาไม่ค่อยมีเงิน จึงไม่ร้องขอของเล่นจากมารดา นอกจากจะซื้อให้เอง

ราเมศร์วิ่งเล่นไปเรื่อยๆ มาหยุดยืนริมน้ำทะเล มองชายร่างสูงใหญ่สวมกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียว กำลังเดินขึ้นมาจากทะเล โดยมีชายรูปร่างสูงใหญ่ไม่แพ้กันสี่ห้าคนเดินตามหลังมา เลโอนาร์โดมอง เด็กชายที่ยืนมองเขาอยู่ริมชายหาด นึกสงสัยว่าเด็กคนนี้มาจากไหน เพราะที่นี่เป็นที่ส่วนตัว ไม่น่าจะมีคนอื่นเข้ามาได้ สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าของเด็กน้อย รอยยิ้มที่สดใสของเด็กชายเหมือนกับใครคนหนึ่งที่เขาคิดถึง และกำลังจะไปหา

“มาที่นี่ได้ยังไงครับ” เขาเอ่ยถามเด็กน้อยเป็นภาษาไทย ที่เขาพยายามหัดพูดมานานหลายปี

“ผมมากับแม่คับ....แม่ทำความสะอาดอยู่ที่บ้านโน้น” ราเมศร์ชี้ไปบ้านหลังใหญ่

เลโอนาร์โดมองหน้าเด็กชายไม่วางตา หัวใจเต้นผิดแปลก อธิบายความรู้สึกตอนนี้ไม่ถูกว่ามันคืออะไร อยู่ๆ เขาอยากปกป้องดูแล เลี้ยงดูเด็กชายหน้าตาใสซื่อตรงหน้าขึ้นมาจับใจ

“ชื่ออะไรครับ” เลโอนาร์โดถาม ทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นทราย เพื่อมองใบหน้าของเด็กคนนี้ได้อย่างถนัด ราเมศร์ยิ้ม มันเป็นรอยยิ้ม ที่เขาเห็นแล้วรู้สึกหัวใจเต้นแรง เพราะรอยยิ้มนี้ช่างเหมือนกับ รอยยิ้มของผู้หญิงที่เขารัก

“ชื่อน้องรามคับ ชื่อจริงชื่อราเมศร์คับ” เขายิ้มให้เด็กชายราเมศร์ ก่อนจะยึดตัวเต็มความสูง

“บ้านของฉันเอง...โน่นก็เรือของฉัน” เลโอนาร์โดชี้ไปที่เรือยอร์ช “อยากขึ้นไปดูบนเรือไหม”

“อยากไปคับ...แต่ไปไม่ได้เดี๋ยวแม่ว่า” ราเมศร์พูดด้วยใบหน้าเศร้าๆ

“กว่าแม่ของรามจะทำความสะอาดบ้านของฉันเสร็จ เราก็กลับมากันแล้ว” ราเมศร์ทำท่าทางคิดด้วยใบหน้าน่ารัก จนเขาคิดว่าอยากให้เด็กคนนี้เป็นลูกของเขาจริงๆ

“ก็ได้คับ” เลโอนาร์โดสวมเสื้อคลุมที่ซาเวกี้เดินเข้ามาสวมให้ ก่อนจะอุ้มราเมศร์ไว้ด้วยลำแขนแข็งแรง เดินลงไปในทะเลไปขึ้นเรือเร็วที่จอดอยู่ไม่ไกล เพื่อที่จะไปขึ้นเรือสำราญจอดลอยคออเบื้องหน้า

เลโอนาร์โดมองราเมศร์ที่กำลังง่วนอยู่กับอาหารว่าง ที่ให้ซาเวกี้หามาให้ ราเมศร์ทานขนมอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเด็กชายตัวน้อยทานขนมหมด ถ้วยไอศกรีมถ้วยใหญ่ก็ถูกเสิร์ฟเป็นลำดับต่อไป ราเมศร์ไม่รอช้าหยิบช้อนและตักไอศกรีมสีต่างๆ ใส่ปาก แถมจะไม่มองหน้าเจ่าของเรือง อาจเพราะอาหารเหล่านี้ราเมศร์ไม่เคยได้ลิ้มรสเลยแม้สักครั้งเดียว

มาเฟียหนุ่มยิ้มเอ็นดู ยกมือขึ้นลูบหัวราเมศร์เบาๆ เด็กชายเงยหน้าส่งยิ้มให้เลโอนาร์โดเป็นระยะ

“ดูท่าทางเจ้านายจะชอบเด็กคนนี้นะครับ" ซาเวกี้พูดกับเลโอนาร์โด

“รู้สึกยังไงบอกไม่ถูกเมื่อเห็นหน้าเด็กคนนี้” เขาตอบาจากใจจริง และเป็นคำถามที่เลโอนาร์โดหาคำตอบไม่ได้ว่า เหตุใดนึกคิดเช่นนี้

หลังจากแขกคนใหม่ของเจ้าของเรือกินไอศกรีมหมดถ้วย เลโอนาร์โดพาราเมศร์เดินดูห้องต่างๆ ภายในเรือ ซึ่งเด็กน้อยดูตื่นเต้น และสนุกกับการไปดูห้องนั้นทีห้องนี้ถือ จบลงที่สระว่ายน้ำส่วนตัวในโดมเปิดปิดได้ จนลืมเวลาว่าล่วงเลยถึงเย็นแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป