บทที่ 9 ไม่คู่ควร

ดวงตาดุเข้มคมกริบของเลโอนาร์โดจ้องมองรถกระบะที่แล่นออกไป สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ อาฆาตแค้น เกลียดชังระคนรักใคร่ อยากจะฆ่าผู้หญิงหลายใจปากอย่างใจอย่างให้แหลกคามือถ้าเขาทำได้ ความรักที่มีทั้งหมดที่มอบให้เธอไม่มีความหมายเลย คำสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะรอเขา กลับมารับ คำพูดของปัณฑารีย์ประโยคสุดท้ายก่อนที่จะจากลา ยังก้องอยู่ในหูของเขาตลอดหกปีที่ผ่านมา

‘น้ำผึ้งจะรอคุณ ไม่ว่านานแค่ไหนน้ำผึ้งก็จะรอ’

"โกหก...เธอโกหกฉัน...เธอไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฉัน เธอทรยศฉัน เธอทำลายความรักที่ฉันมีให้กับเธอ ฉันจะสั่งสอนให้เธอรู้ว่าคนที่ทรยศกับเลโอนาร์โดจะต้องพบจุดจบยังไง" เขาพูดอาฆาตหญิงสาวในใจ หากความโกรธไม่ครอบงำเลโอนาร์โดมากเกินไป บางทีเขาอาจจะมองเห็นความคล้ายคลึง ระหว่างราเมศร์กับเขาก็ได้ แต่มันก็สายเสียแล้วเพราะเขาไม่มีสติมากพอที่จะพิจารณา ชาเวกี้มองเห็นไฟในร่างกายของเจ้านายหนุ่มที่แผ่กระจายไปโดยรอบ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการเดินทางมาเมืองไทยครั้งนี้ของเลโอนาร์โดจะพบกับความสุขสมกับที่เจ้านายหนุ่มหวังไว้ เพราะผู้หญิงที่เลโอนาร์โดรัก และคิดถึง ทรยศคำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อลาจาก ต่อไปนี้เขาคงต้องเห็นใครคนใด คนหนึ่งต้องทุกข์ทรมานจากการกระทำของเจ้านายหนุ่มหรือไม่ก็ทั้งสองคน

ดนุพลยืนมองร่างของเพื่อนสาวที่นั่งนิ่ง สายตาหวานเศร้ามอง ท้องทะเลในยามค่ำคืนด้วยความรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยวที่เกาะกินอยู่ในหัวใจของปัณฑารีย์ ชายหนุ่มรู้สึกสงสารเพื่อนสาวเป็นอย่างมากที่มีชีวิตรักที่ขมขื่นเช่นนี้

“คิดถึงคุณเลโออยู่เหรอน้ำผึ้ง” ดนุพลเอ่ยถามพร้อมกับทรุดนั่งที่ เตียงไม้แคร่หน้าบ้านที่ประจำที่เจ้าของบ้านสาวแสนสวย มักมานั่งทอดอารมณ์อยู่ทุกคืน

“ใช่ น้ำผึ้งคิดถึงเขาที่สุดเลย” สาวร่างน้อยเอ่ยตอบ ดวงตาหวานคู่นั้น มีหยาดน้ำตาแห่งความคิดถึง คลอหน่วย จวนเจียนจะรินไหลลงมาเต็มแก่ “คิดถึงก็ไปหาเขาสิ"

“ไม่ได้หรอก น้ำผึ้งไปไม่ได้ ป่านนี้เขาคงแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารัก มีครอบครัวที่อบอุ่น คงลืมน้ำผึ้งตั้งแต่วันที่เขาจากไปแล้ว” ในที่สุดน้ำตา ที่พยายามจะอดกลั้นไว้ก็ไหลบ่าออกมา เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เธอย้อนนึกถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเมื่อหกปีก่อน หลังจากที่เลโอนาร์โดเดินทางกลับไปประมาณหนึ่งอาทิตย์ ปัณฑารีย์มีแขกมาเยือนเป็นสตรีวัยกลางคน ท่าทางสง่างาม มีคนติดตามมานับสิบ นางเปิดเผยตัวเองว่าเป็นมารดาของเลโอนาร์โด และบอกเรื่องราว ชีวประวัติของคนที่เธอรัก ในส่วนที่เธอไม่รู้ให้ฟังอย่างละเอียด คนที่ได้รับฟังยืนนิ่ง ไม่คาดฝันว่าคนที่เธอรักเป็นมาเฟียอิตาลีรวมทั้งมาเฟียในประเทศเสรีอย่างสหรัฐอเมริกาด้วย เป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง แต่ที่ทำเงินให้อย่างมหาศาลคือ บ่อนกาสิโนที่ตั้งอยู่ในประเทศเสรีนั้น ในที่สุดจุดประสงค์ที่คลอเดียเดินทางมาที่นี่ ก็หลุดออกมาจากปากของผู้มาเยือน

‘ที่ฉันมาที่นี่ไม่ได้มาเล่าประวัติความเป็นมาของเลโอเพียงอย่างเดียว ฉันมาที่นี่เพราะว่าจะมาบอกเธอว่า เลโอเขากำลังจะแต่งงานกับคนที่เขารักและเหมาะสม เชิดหน้าชูตาให้กับเขาได้ ส่วนเธอเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา ไม่มีอะไรคู่ควรกับเลโอเลยแม้แต่นิดเดียว เลโอเขาไม่ว่างที่จะมา บอกเธอ เพราะตอนนี้กำลังยุ่งๆ เรื่องงานแต่งงานอยู่ ฉันเป็นแม่เลยอาสามาบอกให้ หากลูกชายฉันเคยบอกอะไรกับเธอ เคยสัญญาอะไรไว้เธอก็ลืมๆ มันซะ เพราะทุกคำพูดของลูกชายฉันที่พูดกับเธอนั้น สติของเขายังมาไม่ครบถ้วน อาจจะพลั้งเผลอสัญญาอะไรกับเธอไว้

เขามารู้ตัวเมื่อเห็นหน้าคู่หมั้นสาวแสนสวย และรู้หัวใจของตัวเองว่าคนที่เขารักคือหนูแองจิล่า ไม่ใช่สาวบ้านนอกอย่างเธอ ถ้าเธอรักลูกชายของฉันจริง อย่ายุ่ง และอย่าติดต่อกับเขาอีก ปล่อยให้เขามีชีวิตที่ดีอยู่ในสังคมที่เหมาะสมกับฐานะและชาติตระกูล เธออย่าดึงเลโอให้ลงมาเกลือกกลัวกับดินโคลนอย่างเธอเลย ฉันพูดแค่นี้เธอคงเข้าใจนะ’

ปัณฑารีย์ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองอยู่ในภวังค์ความคิดนานเท่าไหร่ คำพูดของคลอเดียทุกคำยังคงก้องอยู่ในหู ลึกซอนลงไปยังสมองฝังแน่นในจิตใต้สำนึก คำบอกรักและคำสัญญาที่เลโอนาร์โดให้ไว้ เป็นคำลวงหรือนี่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่คือความฝัน

...เป็นแค่ความฝันของเขาและเธอเท่านั้น

พอเขากลับไปความฝันนั้นได้ถูกปลุกให้ตื่น ความจริงและความรู้สึกนึกคิดจึงปรากฏขึ้น เหตุใดโชคชะตาจึงเล่นตลกกับเธอเช่นนี้

ใช่...เธอไม่มีอะไรคู่ควรกับเขาเลย ทั้ง ชาติตระกูล เงินทอง ทุกอย่างดูเหมือนเส้นขนานไปเสียหมด

‘ว่าไง เธอจะรับปากและสัญญากับฉันได้มั้ย ว่าเธอจะเลิกยุ่งกับลูกชายฉันในทุกกรณี แต่ถ้าเธอไม่รักลูกชายฉันจริงไม่ต้องรับปากก็ได้นะ’ คลอเดียถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป

‘ค่ะ ฉันสัญญาจะเลิกยุ่งกับลูกชายของคุณ’ เธอตอบออกไปอย่างเลื่อนลอย จิตใจอาบไปด้วยความเสียใจและหยาดน้ำตา

‘ฉันจะบอกเธออีกเรื่องว่า อย่าบอกเรื่องที่ฉันมาหาเธอที่นี่ให้ใครฟังเด็ดขาด โดยเฉพาะเลโอ ฉันไม่อยากให้เขาคิดมากกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก แต่ถ้าเธอไม่เชื่อฟังฉัน อย่าหาว่าฉันใจร้ายไม่ได้นะ ฉันไม่อยากให้ลูกชายของฉันเป็นทุกข์ เธอเองก็คงไม่อยากให้คนที่เธอรักเป็นทุกข์เหมือนกัน’

ปัณฑารีย์อยากจะเอ่ยถามออกไปว่าทำไม เขาจะเป็นทุกข์ได้อย่างไร เธอต่างหากที่ต้องทนทุกข์ทรมาน เจ็บปวดไปทั้งหัวใจ หากแต่ตอนนั้นริมฝีปากของเธอหนักอึ้ง เผยอแทบไม่ออก เรียวแรงจะเดินยังไม่มีต้องทรุดกายลงนั่งที่ผืนทราย ก้มหน้าร้องไห้กับความรักครั้งแรกของเธอ ความรักที่ทุ่มเทให้กับชายที่เธอรัก หากแต่ผลตอบกลับมาคือความหลอกลวง

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาปัณฑารีย์จมดิ่งอยู่กับความเศร้า จนกระทั่งรู้ว่ามีสายใยเส้นเล็กๆ ก่อกำเนิดในร่างกายของตัวเอง เธอฟูมฟักทารกน้อยให้เติบใหญ่ มอบความรักและความเอาใจใส่เท่าที่เธอจะมอบให้ราเมศร์ได้แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลืมคือ ผู้ชายที่ชื่อเลโอนาร์โด ผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ

“ในเมื่อรู้ว่าคุณเลโอเขามีครอบครัวไปแล้ว ทําไมน้ำผึ้งไม่ตัดใจล่ะ เขาเป็นคนทิ้งน้ำผึ้งก่อนนะ เรื่องนี้มันผ่านมาหกปีแล้ว นุว่าน้ำผึ้งน่าจะหาคนที่รักผึ้งอย่างแท้จริงมาดูแลน้ำผึ้งกับรามนะ” ดนุพลแม้ว่าจะเข้ามาอยู่ในฐานะของสามีปัณฑารีย์ หากแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีให้เพียงเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น เหตุผลที่ดนุพลเข้ามาอยู่ในตำแหน่งนี้ เพราะสงสารเพื่อนที่ถูกคนรอบข้างกล่าวหาว่าท้องไม่มีพ่อ ความรักเพื่อนและเห็นใจทำให้เขายอมเข้ามาอยู่ในฐานะสามีกำมะลอ

“หัวใจของน้ำผึ้งไม่อาจมอบให้ใครได้อีก น้ำผึ้งอาจจะโง่ที่รักคนที่เขาไม่รักเรา แต่ผู้หญิงอย่างน้ำผึ้งรักใครแล้วรักจริง รักเดียวตลอดไป แม้ว่าจะไม่ได้รักนั้นตอบกลับมา แล้วอีกอย่างน้ำผึ้งมีนุมีราม แค่นี้ก็พอแล้ว” หญิงสาวผู้แสนดี หันมาพูดกับดนุพลเพื่อนทุกข์เพื่อนยากด้วยรอยยิ้ม ความสุขของปัณฑารีย์ตอนนี้ คือ ราเมศร์ตัวแทนแห่งความรักที่เลโอนาร์โดทิ้งไว้ให้เธอจะถนอมและรัก เลี้ยงดู เด็กชายคนนี้ให้ดีที่สุด แม้ว่าบิดาของราเมศร์จะไม่ต้องการเธอก็ตาม ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของดนุพล มีเพียงอ้อมแขนที่อบอุ่นกระชับโอบที่บ่าของเพื่อนรักเท่านั้น ทั้งสองทอดสายตามองท้องทะเลด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป