บทที่ 4 ตอนที่ 4 คืนแต่งงานที่ไร้คำว่ารัก
ตอนที่ 4
คืนแต่งงานที่ไร้คำว่ารัก
รุ่งเช้าหลังคืนฝนพรำ แสงแดดอ่อนของวันใหม่ลอดผ่านม่านสีขาวนวลเข้ามาในห้องกว้างอย่างเงียบงัน เพียงฟ้าลืมตาขึ้นพร้อมความรู้สึกหนักอึ้งที่ยังค้างอยู่กลางอก ราวกับเมื่อคืนไม่ใช่เพียงคืนแรกในบ้านสามี แต่เป็นคืนแรกที่เธอได้เรียนรู้ว่าตำแหน่งภรรยาอาจมีราคาแพงกว่าที่คิด
บนโต๊ะข้างเตียงมีทะเบียนสมรสวางอยู่ในซองเอกสารสีครีม เธอหยิบมันขึ้นมามองอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว ชื่อของเธอกับเหมันต์อยู่คู่กันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตัวอักษรเหล่านั้นชัดเจน หนักแน่น และเป็นทางการ ทว่าความจริงในชีวิตกลับเลือนรางและเย็นชากว่าหมึกทุกหยดบนกระดาษแผ่นนั้น
เพียงฟ้าค่อย ๆ ลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่างที่เมื่อคืนเธอยืนมองสามีคุยโทรศัพท์กับผู้หญิงอีกคน เสียงประโยคนั้นยังดังก้องอยู่ในหัวไม่จางหาย
ผมยังไม่เคยลืมคุณ
เพียงฟ้ายกมือแตะหน้าอกตัวเองเบา ๆ ราวกับอยากถามหัวใจว่าทนรับความจริงได้มากแค่ไหน ทั้งที่เธอพยายามบอกตัวเองตั้งแต่แรกว่าเหมันต์ไม่เคยให้ความหวัง แต่เมื่อได้ยินด้วยหูว่าในใจเขายังมีใครอีกคนอยู่ ความเจ็บก็ยังลึกจนเธอแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างสุภาพ ทำให้หญิงสาวรีบเก็บซองทะเบียนสมรสลงในลิ้นชัก ก่อนหันไปมองประตูด้วยท่าทีสงบเท่าที่จะทำได้
“คุณเพียงคะ ป้าขออนุญาตเข้าไปนะคะ คุณหญิงให้ป้ามาเรียนว่าอาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ” ป้านวลเอ่ยจากด้านนอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและระมัดระวัง
“เข้ามาได้ค่ะป้านวล เพียงตื่นแล้วค่ะ”หญิงสาวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนรีบปรับสีหน้าให้เรียบร้อย
ป้านวลเปิดประตูเข้ามาพร้อมชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่รีดไว้อย่างประณีต หญิงสูงวัยวางชุดลงบนปลายเตียง ก่อนมองใบหน้าซีดจางของนายหญิงคนใหม่ด้วยความเป็นห่วง
“เมื่อคืนคุณเพียงพักผ่อนได้ไหมคะ ห้องนี้ขาดเหลืออะไรบอกป้าได้เลยนะคะ ป้าจะจัดการให้ทันทีค่ะ” ป้านวลกล่าวพลางขยับแจกันดอกไม้บนโต๊ะให้เข้าที่ คล้ายอยากหาเรื่องพูดเพื่อให้บรรยากาศไม่เงียบเกินไป
“พักได้ค่ะ ห้องสวยมาก เพียงแค่อาจยังไม่คุ้นกับที่ใหม่เท่าไร ขอบคุณป้านวลมากนะคะที่เป็นห่วง” เพียงฟ้าตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ แม้ใต้รอยยิ้มนั้นจะมีความอ่อนล้าแฝงอยู่ชัดเจน
“วันนี้คุณหญิงตั้งใจให้คุณเพียงลงไปรับประทานอาหารพร้อมกันทั้งบ้านค่ะ คุณเหมันต์ก็อยู่ด้วย ป้าว่าคุณเพียงแต่งตัวด้วยชุดนี้น่าจะเหมาะนะคะ สีอ่อน ดูเรียบร้อยและสุภาพมากค่ะ” ป้านวลพูดพลางลูบผ้าเนื้อดีบนชุดเดรสอย่างเบามือ
เพียงฟ้ามองชุดนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับ เธอรู้ว่าวันนี้คงเป็นอีกวันที่ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก เพราะการเข้ามาในบ้านหลังนี้ไม่ได้หมายถึงการได้รับการยอมรับโดยง่าย
“เพียงจะรีบแต่งตัวค่ะ ไม่อยากให้คุณหญิงรอนาน เดี๋ยวจะดูไม่เหมาะสมตั้งแต่วันแรกที่อยู่บ้านนี้” เพียงฟ้ากล่าวอย่างนุ่มนวล ก่อนยื่นมือไปรับชุดจากป้านวล
ป้านวลมองหญิงสาวอย่างสงสารอยู่เงียบ ๆ ผู้หญิงตรงหน้ายังดูอ่อนวัย อ่อนหวาน และสุภาพเกินกว่าจะถูกโยนเข้ามากลางเกมผลประโยชน์ของผู้ใหญ่ แต่ในบ้านหลังนี้ ความอ่อนโยนไม่เคยปกป้องใครจากสายตาตัดสินของคนมีอำนาจได้เลย
ไม่นานนัก เพียงฟ้าก็เดินลงมายังห้องอาหารขนาดใหญ่ กลิ่นกาแฟสดและขนมปังอบอวลอยู่ในอากาศ โต๊ะอาหารยาวถูกจัดไว้อย่างหรูหรา ทุกอย่างดูงดงามจนคล้ายภาพในนิตยสารบ้านและสวน แต่ความเงียบของคนที่นั่งรออยู่กลับทำให้บรรยากาศอึดอัดเหมือนห้องประชุมมากกว่ามื้อเช้าของครอบครัว
คุณหญิงวราลีนั่งอยู่หัวโต๊ะในชุดผ้าไหมเรียบหรู ใบหน้าสงบและเย็นชาอย่างคนที่ผ่านโลกมามาก ข้างกันคือเหมันต์ซึ่งอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้ม มือหนึ่งถือถ้วยกาแฟ อีกมือเปิดแท็บเล็ตดูเอกสารงานราวกับภรรยาคนใหม่ที่กำลังเดินเข้ามาไม่มีความสำคัญพอให้เขาเงยหน้ามอง
เพียงฟ้าหยุดยืนข้างเก้าอี้ ก้มศีรษะให้ทั้งสองอย่างอ่อนน้อม
“สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณหญิง สวัสดีค่ะคุณเหมันต์ ขอโทษนะคะถ้าเพียงลงมาช้าไป” เพียงฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและนุ่มนวล ก่อนเลื่อนเก้าอี้นั่งลงอย่างระมัดระวัง
เหมันต์เพียงเหลือบตามองเธอชั่วครู่ ดวงตาคมกวาดผ่านใบหน้าหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาและชุดเดรสสีฟ้าอ่อนซึ่งทำให้เธอดูอ่อนโยนกว่าปกติ ความเหมาะสมของเธอในฐานะภรรยาทำให้เขารู้สึกบางอย่างวูบไหว แต่เขารีบกดมันลงอย่างรวดเร็ว
“ไม่ได้ช้า แต่ต่อไปควรลงมาก่อนเวลาอาหารสักสิบนาที บ้านนี้ค่อนข้างให้ความสำคัญกับระเบียบ ถ้าเป็นนายหญิงของบ้านแล้ว จะปล่อยให้คนอื่นรอไม่ได้” คุณหญิงวราลีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ แต่คำว่า “นายหญิง” ที่หลุดออกมากลับไม่ได้ให้ความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย
“ค่ะ เพียงจะจำไว้ และจะปรับตัวให้ดีขึ้นค่ะ” เพียงฟ้าตอบรับโดยไม่โต้แย้ง แม้หัวใจจะสะดุดกับถ้อยคำที่เหมือนตำหนิตั้งแต่เช้า
“อีกเรื่องหนึ่ง คืนนี้มีงานเลี้ยงที่โรงแรมเมธาวรินทร์ เหมันต์ต้องพาหนูไปเปิดตัวในฐานะภรรยาอย่างเป็นทางการ ถึงการแต่งงานครั้งนี้จะไม่ได้จัดพิธีใหญ่โต แต่สังคมธุรกิจจำเป็นต้องรู้ว่าทั้งสองครอบครัวผูกพันกันแล้ว หนูคงเข้าใจใช่ไหมว่าต้องวางตัวอย่างไร” คุณหญิงวราลีกล่าวต่อพลางวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล
เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนคำว่าภรรยาในประโยคนั้นเป็นเพียงเครื่องมือยืนยันความมั่นคงทางธุรกิจ ไม่ใช่สถานะที่มาจากหัวใจของใครเลย แต่เธอยังคงยิ้มอย่างสุภาพ
“เพียงเข้าใจค่ะ เพียงจะวางตัวให้เหมาะสม ไม่ทำให้คุณหญิงหรือคุณเหมันต์ต้องเสียหน้าแน่นอนค่ะ” เพียงฟ้าตอบด้วยความตั้งใจจริง เพราะต่อให้ไม่มีใครเห็นค่า เธอก็ยังไม่อยากทำให้ครอบครัวของตัวเองถูกตำหนิ
