บทที่ 8 ตอนที่ 8 ผู้หญิงที่กลับมาจากอดีต
ตอนที่ 8
ผู้หญิงที่กลับมาจากอดีต
แสงแดดยามสายส่องผ่านผ้าม่านสีขาวนวลเข้ามาอาบห้องนอนฝั่งตะวันออกอย่างอ่อนโยนเกินกว่าจะเข้ากับหัวใจของคนที่นั่งนิ่งอยู่ปลายเตียง เพียงฟ้ากอดเสื้อคลุมของตัวเองไว้แนบอก ราวกับผ้าบาง ๆ ผืนนั้นจะช่วยปกปิดบาดแผลที่เพิ่งถูกกรีดซ้ำจากคำพูดของสามีเมื่อเช้าได้
เมื่อคืนเธอนอนอยู่ในอ้อมแขนของเหมันต์อย่างผู้หญิงที่เผลอเชื่อว่าความอบอุ่นอาจเยียวยาความเย็นชาระหว่างกันได้บ้าง แต่เช้าวันนี้เขากลับตอกย้ำทุกอย่างด้วยถ้อยคำเรียบง่ายที่ร้ายกาจที่สุด
อย่าเข้าใจผิด มันเกิดขึ้นเพราะเราเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย ประโยคเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเพียงฟ้ารู้สึกเหมือนตัวเองถูกลากกลับไปยืนที่เดิมอีกครั้ง ที่ที่เธอมีเพียงทะเบียนสมรส มีแหวนบนนิ้ว มีหน้าที่ของภรรยา แต่ไม่มีสิทธิ์แตะต้องหัวใจของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าสามี
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ทำให้เพียงฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบยกมือปาดน้ำตาที่เธอไม่รู้ตัวว่ากำลังไหลลงมา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้สงบดังเดิม
“คุณเพียงคะ ป้าขอเข้าไปได้ไหมคะ” ป้านวลเอ่ยถามจากด้านนอก น้ำเสียงของหญิงสูงวัยนุ่มนวลเหมือนเดิม แต่แฝงความเป็นห่วงไว้ชัดเจน
“เข้ามาได้ค่ะป้านวล เพียงไม่ได้ล็อกประตูค่ะ” เพียงฟ้าตอบด้วยเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น ก่อนวางเสื้อคลุมลงข้างกายอย่างรีบร้อน
ป้านวลเปิดประตูเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้า ในนั้นมีข้าวต้มร้อน ๆ น้ำอุ่น และยาหอมถ้วยเล็ก หญิงสูงวัยวางถาดลงบนโต๊ะกลมข้างหน้าต่าง ก่อนหันมามองนายหญิงคนใหม่ด้วยสายตาอ่อนโยน
“คุณเหมันต์ให้ป้าบอกว่าคุณเพียงไม่ต้องลงไปทานอาหารเช้าค่ะ ป้าเลยยกขึ้นมาให้ เผื่อคุณเพียงยังอ่อนเพลียจากงานเมื่อคืน” ป้านวลกล่าวอย่างระมัดระวัง เพราะไม่แน่ใจว่าคำสั่งนั้นมาจากความห่วงใยหรือเพียงต้องการหลีกเลี่ยงความอึดอัดในบ้าน
เพียงฟ้าชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนฝืนยิ้มบาง ๆ เธอไม่อยากให้ป้านวลเห็นว่าคำว่า “ไม่ต้องลงไป” นั้นเจ็บเสียยิ่งกว่าการถูกเรียกไปนั่งบนโต๊ะอาหารแล้วโดนสายตาเย็นชามองผ่าน
“ขอบคุณค่ะป้า แต่คราวหลังไม่ต้องลำบากยกขึ้นมาหรอกนะคะ เพียงลงไปเองได้ เพียงไม่อยากให้ใครคิดว่าเข้ามาอยู่บ้านนี้วันแรก ๆ ก็ทำตัวเป็นภาระแล้ว” เพียงฟ้ากล่าวอย่างสุภาพ ขณะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร
ป้านวลมองหญิงสาวที่พยายามฝืนเข้มแข็งอย่างสงสารจับใจ เพียงฟ้าไม่ได้พูดว่าตัวเองเจ็บ แต่แววตาแดงช้ำและรอยยิ้มที่บางเกินไปบอกทุกอย่างได้ดีเสียยิ่งกว่าคำพูด
“คุณเพียงอย่าคิดแบบนั้นเลยนะคะ ไม่มีใครมองคุณเพียงเป็นภาระหรอกค่ะ อย่างน้อยป้าคนหนึ่งที่ไม่คิดแบบนั้น” ป้านวลกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย เพราะอยากให้หญิงสาวตรงหน้ารู้ว่ายังมีใครสักคนอยู่ข้างเธอ แม้จะเป็นเพียงคนรับใช้ในบ้านก็ตาม
เพียงฟ้าเงยหน้ามองป้านวล ดวงตาของเธอไหววูบอย่างอ่อนไหวก่อนจะยิ้มออกมาจริงใจกว่าทุกครั้ง
“ขอบคุณนะคะป้า แค่ได้ยินแบบนี้ เพียงก็รู้สึกเหมือนตัวเองยังมีที่ยืนอยู่บ้างแล้วค่ะ” เพียงฟ้ากล่าวเสียงเบา พลางก้มลงตักข้าวต้มเข้าปากเพื่อซ่อนน้ำตาที่กำลังเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ด้านล่างของคฤหาสน์ เหมันต์กำลังยืนอยู่หน้ารถด้วยสีหน้าเรียบตึง เขาผูกเนกไทอย่างรวดเร็วแต่กลับไม่เรียบร้อยเหมือนทุกวัน มือของเขาชะงักไปหลายครั้ง เพราะภาพเพียงฟ้าในห้องนอนเมื่อเช้ายังติดอยู่ในความคิด
เธอยืนอยู่ตรงประตูด้วยรอยยิ้มที่เจ็บปวด เธอบอกว่าเรื่องที่ไม่มีความหมายสำหรับเขา เธอก็ไม่มีเหตุผลต้องบอกใครเหมือนกัน
คำพูดนั้นควรทำให้เขาโล่งใจ เพราะเขาเป็นคนวางขอบเขตเอง เป็นคนย้ำเองว่าอย่าเข้าใจผิด แต่ในความจริงกลับมีบางอย่างบีบอยู่กลางอกจนเขาหายใจไม่ทั่วท้อง
“คุณเหมันต์ครับ วันนี้มีประชุมฝ่ายบริหารตอนสิบโมง และช่วงบ่ายคุณภาคินขอนัดคุยเรื่องงบประมาณโครงการประมูลครับ” เลขาคนสนิทชื่อเดชาธรกล่าว ขณะเปิดแฟ้มงานยืนรออยู่ข้างรถ
“บอกภาคินให้ส่งรายละเอียดมาก่อน ผมไม่ชอบคุยเรื่องงบประมาณโดยไม่มีตัวเลขชัดเจน และถ้าเขายังส่งเอกสารไม่ครบ ก็เลื่อนออกไป” เหมันต์สั่งเสียงเรียบ ก่อนรับแฟ้มจากมือเลขาไปเปิดดูอย่างรวดเร็ว
“รับทราบครับ อีกเรื่องหนึ่ง คุณริสาติดต่อมาขอเข้าพบคุณเหมันต์ช่วงบ่ายวันนี้ครับ เธอบอกว่าเป็นเรื่องงานและอยากคุยเป็นการส่วนตัว” เดชาธรกล่าวอย่างระมัดระวัง เพราะเขารู้ดีว่าชื่อริสาไม่ใช่ชื่อที่ควรเอ่ยเล่น ๆ ต่อหน้าเจ้านาย
มือของเหมันต์ที่กำลังพลิกเอกสารหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาคมเข้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนเขาจะปิดแฟ้มลงอย่างช้า ๆ
“เธอไม่ได้บอกหรือว่าเรื่องงานอะไร” เหมันต์ถามเสียงต่ำ สีหน้ายังสงบ แต่ในแววตามีความลังเลที่คนสนิทมองออก
“เธอบอกเพียงว่าอยากเสนอแผนปรับภาพลักษณ์องค์กร และต้องการเริ่มต้นใหม่หลังจากหายไปจากแวดวงธุรกิจนานพอสมควรครับ” เดชาธรตอบตามที่ได้รับแจ้งมา พลางสังเกตสีหน้าของเจ้านายไปด้วย
เหมันต์นิ่งเงียบ ความทรงจำเกี่ยวกับริสาเหมือนภาพเก่าที่ถูกฝังไว้ใต้หิมะ เขาไม่เคยลืมเธออย่างที่เคยพูดเมื่อคืนจริง แต่การไม่ลืมไม่ได้แปลว่าเขายังควรปล่อยให้เธอกลับเข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะในวันที่เขามีภรรยาแล้ว
ทว่าคำว่า “เริ่มต้นใหม่” จากผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยเกี่ยวพันกับอดีตของเขากลับทำให้เหมันต์ปฏิเสธได้ไม่เด็ดขาด เขายังมีความรู้สึกผิดบางอย่างต่อริสา ความรู้สึกผิดที่เกิดจากเรื่องราวในวันเก่าซึ่งไม่เคยถูกสะสางจนหมด
“ให้เธอเข้าพบช่วงบ่ายสาม ผมมีเวลาให้แค่ครึ่งชั่วโมง” เหมันต์กล่าวในที่สุด น้ำเสียงของเขากลับมาเป็นทางการราวกับกำลังนัดลูกค้าคนหนึ่ง ไม่ใช่อดีตคนรัก
“ครับคุณเหมันต์” เดชาธรตอบรับทันที ก่อนเปิดประตูรถให้เจ้านาย
เหมันต์ก้าวขึ้นรถไป แต่ก่อนรถจะเคลื่อนออกจากคฤหาสน์ เขาเผลอเงยหน้ามองหน้าต่างห้องฝั่งตะวันออกโดยไม่รู้ตัว ม่านสีขาวปิดสนิท เขาไม่เห็นเพียงฟ้า ไม่เห็นแววตาเจ็บปวดของเธอ และนั่นควรทำให้เขาสบายใจ แต่ไม่เลย
