บทที่ 3 คู่แข่ง

“งั้นเดี๋ยวหนูไปซื้ออะไรมาให้นะคะ รอแป๊บนะคะ”

หญิงวัยกลางคนหัวเราะเบาๆ “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ หนูไม่ต้องลำบากหรอก ดูสิ…เวลานี้คงต้องรีบเข้าไปสัมภาษณ์แล้วไม่ใช่เหรอ?”

ลลินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ใช่แล้ว…เหลือเวลาอีกไม่นานก่อนถึงเวลานัดสัมภาษณ์

แต่เธอไม่อาจปล่อยให้หญิงคนนี้อยู่ตามลำพังได้

“ไม่เป็นไรค่ะ” ลลินพูดเสียงหนักแน่น

“อย่าเลยลูก ไปเถอะ” หญิงวัยกลางคนมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้น “เด็กดีจริงๆ…ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมป้ารู้สึกถูกชะตากับหนู”

ลลินยิ้มบางๆ “ป้าพูดจริงนะ หนูเป็นคนจิตใจดีมาก ป้าไม่รู้หรอกว่าสัมภาษณ์วันนี้ของหนูจะเป็นยังไง แต่ป้าว่า…คนดีๆ อย่างหนู สักวันต้องได้เจอสิ่งดีๆ แน่”

ลลินกะพริบตา ดวงตารู้สึกอุ่นวาบกับคำพูดของหญิงวัยกลางคนคนนี้

“ขอบคุณนะคะ…”

หลังจากนั้นลลินก็นั่งอยู่เป็นเพื่อนหญิงวัยกลางคนอีกสักพัก จนแน่ใจว่าอาการของเธอดีขึ้นจริงๆ หญิงวัยกลางคนยืนยันว่าเธอไม่เป็นไร และขอให้ลลินไปทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจ

“ไปเถอะจ้ะลูก” หญิงวัยกลางคนยิ้มอ่อนโยน “และขอให้โชคดีนะ”

ลลินยกมือไหว้เธอก่อนจะรีบเดินเข้าไปในอาคาร ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกอุ่นวาบ แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันสำคัญสำหรับเธอ แต่เธอก็ไม่เสียใจเลยที่ได้ใช้เวลาช่วยเหลือใครบางคน

...

เมื่อเข้ามาภายในบริษัท The Empire Group ลลินกวาดตามองไปรอบๆ ภายในอาคารตกแต่งอย่างหรูหรา พนักงานทุกคนดูเป็นมืออาชีพ เดินไปมาด้วยท่าทางมั่นใจ

เธอเดินไปยังจุดรับรองสำหรับผู้เข้าสัมภาษณ์ บริเวณนั้นมีผู้หญิงและผู้ชายจำนวนหนึ่งนั่งรออยู่ ทุกคนแต่งกายเรียบร้อย ดูดี และมีบุคลิกที่ดูมีความมั่นใจสูง

เธอกลืนน้ำลายเบาๆ ความกดดันเริ่มก่อตัวขึ้น

“นี่เราจะไหวไหมนะ…”

เธออดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ดูเหมือนว่าทุกคนที่มาวันนี้จะมีโปรไฟล์ดีมาก ดูเป็นผู้มีประสบการณ์ และบางคนก็ดูเหมือนเป็นผู้หญิงจากตระกูลดีๆ ที่มีเส้นสาย

เธอกลืนน้ำลายอีกครั้ง ก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ

“สู้สิลลิน…เรามาถึงนี่แล้ว จะยอมแพ้ได้ไง”

เธอเดินไปนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง ข้างๆ หญิงสาวคนหนึ่งที่ดูอายุน่าจะพอๆ กับเธอ

“มาสัมภาษณ์เหมือนกันเหรอคะ?” หญิงสาวคนนั้นหันมาถาม เธอมีใบหน้าสวยสง่า ดูเป็นผู้ดี

“ค่ะ” ลลินตอบยิ้มๆ “คุณล่ะคะ?”

“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” หญิงสาวคนนั้นยิ้มบางๆ “ฉันชื่อวิชุดา เรียกว่าวิก็ได้”

“ฉันลลินค่ะ”

“ดีใจที่ได้รู้จักนะคะ”

ลลินยิ้มตอบกลับ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า วิชุดาดูเป็นคนที่มีความมั่นใจมาก บุคลิกแบบนี้น่าจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวแน่ๆ

ในขณะที่เธอกำลังคิดอยู่ พนักงานต้อนรับก็เดินเข้ามาพร้อมกับกระดาษรายชื่อ

“ขอเชิญคุณวิชุดา และคุณลลิน เข้าสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ”

ลลินสูดหายใจลึก กำมือแน่นเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ

ลลินเดินตามพนักงานต้อนรับไปยังห้องสัมภาษณ์พร้อมกับวิชุดา หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไป

“ใจเย็นๆ ลลิน…เราต้องทำให้ดีที่สุด”

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ห้องสัมภาษณ์ตกแต่งอย่างเรียบหรู มีโต๊ะตัวยาวตั้งอยู่ด้านหน้า โดยมีกรรมการสามคนกำลังนั่งรออยู่ ทั้งสามดูเป็นผู้บริหารระดับสูง มีทั้งชายวัยกลางคนที่สวมแว่น หญิงสาวในชุดสูทเนี้ยบ และชายอีกคนที่ดูสุขุมแต่แฝงไปด้วยความเคร่งขรึม

“เชิญนั่งค่ะ” หญิงสาวในชุดสูทเอ่ยเสียงเรียบ

ลลินและวิชุดานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกรรมการ พยายามควบคุมท่าทีของตัวเองให้ดูมั่นใจที่สุด

ชายวัยกลางคนปรับแว่นก่อนจะมองเอกสาร “คุณสองคนเป็นหนึ่งในผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น และเราจะสัมภาษณ์รอบนี้เพื่อพิจารณาว่าใครเหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งเลขานุการของ CEO”

หญิงสาวในชุดสูทยิ้มบางๆ “มาเริ่มกันเลยนะคะ ขอให้คุณสองคนแนะนำตัวเองสั้นๆ และบอกว่าทำไมถึงอยากทำงานในตำแหน่งนี้”

วิชุดาเป็นฝ่ายพูดก่อน เสียงของเธอนุ่มนวลและมั่นใจ “ดิฉันจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และมีประสบการณ์ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้บริหารมาก่อน ดิฉันเชื่อว่าทักษะของตัวเองสามารถช่วยให้ CEO ทำงานได้อย่างราบรื่น และดิฉันมีความสามารถในการจัดการตารางงาน รวมถึงติดต่อประสานงานกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ”

คำพูดของเธอเป็นมืออาชีพและตรงประเด็น ทำให้ลลินรู้สึกกดดันขึ้นไปอีก

กรรมการหันมามองเธอ “แล้วคุณลลินล่ะคะ?”

เธอสูดหายใจลึกก่อนจะตอบ “ดิฉันจบด้านบริหารธุรกิจ มีประสบการณ์เป็นเลขานุการฝ่ายบริหารมาก่อน ดิฉันมีทักษะในการจัดการตารางงาน ประสานงานกับทีม และช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ดิฉันเชื่อว่าความละเอียดรอบคอบและความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดจะเป็นประโยชน์สำหรับตำแหน่งนี้ค่ะ”

กรรมการพยักหน้า ก่อนที่ชายที่ดูสุขุมจะถามต่อ

“คุณเคยทำงานเป็นเลขานุการมาก่อน งั้นขอถามว่าหากเกิดสถานการณ์ที่ CEO มีตารางงานซ้อนกันโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณจะแก้ไขอย่างไร?”

ลลินคิดเร็ว ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ “อันดับแรก ดิฉันจะตรวจสอบว่าตารางงานไหนสำคัญที่สุด และสามารถเลื่อนหรือปรับได้หรือไม่ จากนั้นจะแจ้ง CEO พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อให้ท่านตัดสินใจได้สะดวกขึ้นค่ะ”

ชายคนนั้นมองเธอนิ่งก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “ดี”

การสัมภาษณ์ดำเนินต่อไป คำถามยากขึ้นเรื่อยๆ แต่ลลินพยายามตอบให้ดีที่สุด แม้จะรู้ว่าวิชุดาเป็นคู่แข่งที่เก่งมากก็ตาม

เมื่อออกมาจากห้องสัมภาษณ์ ลลินหัวใจยังเต้นแรง

วิชุดาหันมามองเธอแล้วยิ้มบางๆ “คุณตอบได้ดีนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ คุณก็เหมือนกัน”

วิชุดายิ้ม แต่ในดวงตาของเธอมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“ขอให้โชคดีนะคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป