บทที่ 5 ความทรงจำที่ติดตรึง
คืนที่เธออยู่กับ เขา
เธอกลับยอมให้เขาเข้ามาใกล้ ยอมให้เขาสัมผัส ยอมให้เขาครอบครอง
ความคิดนั้นทำให้เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่ามันเกิดจากความตื่นตระหนกหรืออะไรกันแน่
เธอส่ายหน้าแรงๆ พยายามไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป
“พอได้แล้วลลิน… มันเป็นแค่ฝันร้าย…”
เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นรัวไม่หยุด
…ไม่เป็นไร
เธอบอกตัวเอง
อีกฝั่ง
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องในโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูล วรรษกร เมื่อร่างสูงของ คิรัน วรรษกร ก้าวเข้ามาในบ้านยามดึก
ไฟในบ้านส่วนใหญ่ดับลงแล้ว เหลือเพียงแสงจากโคมไฟบางดวงที่ให้ความสว่างเพียงพอสำหรับการเดินผ่านไปยังชั้นบน
เขาคลายกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวนอก ขณะกำลังจะเดินขึ้นบันได แต่ชะงักไปเมื่อเห็นร่างของ มารดา กำลังนั่งรออยู่ที่โถงกลาง
“กลับมาดึกอีกแล้วนะ”
เสียงของเธอเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรเสียอีก น้ำเสียงนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความผิดหวัง
คิรันถอนหายใจเฮือก “แม่จะรอผมทำไม? ดึกขนาดนี้น่าจะพักผ่อนแล้ว”
“เพราะแม่รู้ว่าลูกจะกลับมาแบบนี้ทุกคืนไง” มารดาของเขามองตรงมาด้วยสายตาตำหนิ “ลูกก็โตแล้วนะคิรัน ทำไมถึงยังใช้ชีวิตเหลวไหลแบบนี้อยู่?”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นอย่างเบื่อหน่าย “แค่กลับดึก นี่เรียกว่าเหลวไหลแล้วเหรอครับ?”
“เที่ยวไปวันๆ ไม่คิดจริงจังกับชีวิตเลย!” มารดาเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย “แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ลูกจะคิดถึงเรื่องแต่งงาน? จะมีครอบครัวกับเขาเมื่อไหร่?”
คิรันกอดอก หัวเราะเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ “อีกแล้วเหรอครับ? แม่เลิกบังคับผมสักทีเถอะ ผมไม่ได้ต้องการแต่งงาน”
มารดาถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ เธอรู้ว่าลูกชายคนนี้ดื้อด้านเพียงใด แต่ก็ยังอดหวังไม่ได้
“ลูกอายุเท่าไหร่แล้วคิรัน? จะใช้ชีวิตแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่?”
“ผมบริหารบริษัทให้แม่แล้ว งานก็ทำแล้ว แม่ต้องการอะไรอีกครับ?”
“แม่ต้องการให้ลูกมีความสุข”
คำพูดของเธอทำให้คิรันนิ่งไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มฉายแววแข็งกระด้างขึ้น
“ความสุขของผม ไม่ใช่การแต่งงาน”
มารดามองเขาด้วยสายตาผิดหวัง “ลูกคิดว่าการอยู่แบบนี้ ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครรออยู่ข้างหลัง มันคือความสุขเหรอ?”
คิรันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ตอบคำถาม
“ลูกอาจจะคิดว่าแม่จู้จี้ แต่มันก็เพราะแม่เป็นห่วง” เธอพูดเสียงอ่อนลง “แม่อยากให้ลูกเจอคนดีๆ สักคน คนที่รักลูกจริงๆ ไม่ใช่ผู้หญิงที่เข้ามาเพราะเงินและอำนาจของลูก”
“ผมไม่ต้องการ” คิรันย้ำเสียงแข็ง “แล้วแม่ก็ช่วยเลิกพยายามจับคู่ให้ผมได้แล้วด้วย ผมไม่ใช่เด็กๆ ที่แม่จะบังคับแต่งงานได้”
“เฮ้อ…” มารดาถอนหายใจหนักๆ อย่างปลง
เธอมองลูกชายที่ดื้อดึงของตัวเองแล้วได้แต่เหนื่อยใจ คิรันเป็นคนเก่ง ฉลาด แต่เขาไม่เคยเปิดใจให้ใครเลยจริงๆ
“แล้วเรื่องเลขาล่ะ?” เธอเปลี่ยนเรื่อง “เลือกได้รึยัง?”
คิรันถอนหายใจพลางยกมือขึ้นนวดขมับ “ยังครับ”
“อะไรกัน! นี่ผ่านมากี่วันแล้ว ทำไมถึงยังไม่ได้เลือกสักที?”
“ไม่มีใครที่ผมถูกใจเลย”
มารดาส่ายหน้า “ลูกจะเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะคิรัน เลขาไม่จำเป็นต้องถูกใจลูก แต่ต้องมีความสามารถและเหมาะสม”
“ผมจะเป็นคนเลือกเองครับ ไม่เจอที่ถูกใจก็ไม่เลือก”
พูดจบ คิรันก็หมุนตัวเดินขึ้นบันไดโดยไม่รอให้มารดาพูดอะไรต่อ ทิ้งให้เธอยืนถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจอยู่ที่โถงกลาง
คิรันเดินขึ้นบันไดด้วยความหงุดหงิด คำพูดของมารดายังคงดังก้องอยู่ในหัว
‘เมื่อไหร่จะคิดเรื่องแต่งงาน?’
‘ลูกจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่?’
เขากระแทกประตูห้องของตัวเองแรงกว่าปกติ ก่อนจะเดินไปถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างหงุดหงิด
แต่งงาน? ใช้ชีวิตคู่? ไม่มีวัน
เขาไม่ต้องการถูกผูกมัด ไม่ต้องการผู้หญิงที่เข้ามาเพราะเงินหรืออำนาจของเขา และที่สำคัญ…เขาไม่เชื่อในความรัก
แต่ถึงอย่างนั้น…
สายตาของเขากลับเหม่อลอยไปที่หน้าต่าง ก่อนที่ความคิดจะล่องลอยไปยัง …ผู้หญิงคนนั้น
