บทที่ 6 อ้าขา

เธอคนนั้น…ที่กล้าดียังไงถึงหนีไปจากเขาในเช้าวันถัดมา?

ลลิน…

เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทิ้งเขาไปก่อน

แค่คิดถึงมัน คิรันก็รู้สึกเหมือนถูกท้าให้อยากชนะ ผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมาล้วนแต่พยายามรั้งเขาไว้ ขอให้เขาอยู่ต่อ หรือไม่ก็ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้หวังให้เขาติดต่อกลับ

แต่ลลิน…เธอหายไปโดยไม่มีแม้แต่ข้อความ

“สนุกดีนี่…”

เขาเหยียดยิ้ม แต่ลึกๆ แล้วความไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

ทำไมถึงคิดถึงเธอบ่อยขนาดนี้?

ทำไมถึงจำสัมผัสของเธอได้ชัดเจนขนาดนี้?

เขาหลับตาลง ภาพของลลินใต้ร่างเขาผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

เธอขาวนวลจนแทบเรืองแสงใต้แสงไฟ ผิวกายอุ่นร้อน มือเล็กที่เกาะกุมไหล่เขาไว้แน่น ริมฝีปากสีระเรื่อที่เผยอร้องครางออกมาอย่างลืมตัว

“คิรัน… อ๊า… เบาหน่อยย…”

เสียงหวานนั้นยังติดอยู่ในหัวของเขา

มือใหญ่เลื่อนลงต่ำโดยไม่รู้ตัว สัมผัสความแข็งขืนที่เริ่มตึงแน่นใต้กางเกง

เธอทำให้เขาคลั่งได้ขนาดนี้เลยเหรอ?

มือของเขาขยับขึ้นลงช้าๆ จินตนาการถึงสัมผัสของเธอ… ความอบอุ่น ความแน่นกระชับที่โอบรัดตัวเขาไว้ในคืนนั้น

“อ๊ะ…คิรัน… ฉัน…อ๊าาา”

เสียงครวญครางของเธอในความทรงจำยิ่งกระตุ้นเขามากขึ้นไปอีก

จังหวะของมือหนักขึ้น เร็วขึ้น ความร้อนจากร่างกายแผ่ซ่านไปทั่ว เขากัดฟัน หัวใจเต้นแรง

“เวรเอ๊ย…”

เขาสบถออกมาเมื่อลมหายใจเริ่มขาดช่วง ก่อนที่ร่างกายจะถึงขีดสุด ปลดปล่อยความอัดอั้นออกมา

มือใหญ่กำแน่น สะโพกกระตุกเบาๆ ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆ ผ่อนคลายลงทีละน้อย

เขาเอนหลังพิงพนักเตียง หอบหายใจหนักหน่วง

ดวงตาคมยังคงจ้องมองเพดาน แต่ในหัวของเขามีเพียงแค่ใบหน้าของเธอ

เธอคนนั้น…

ลลิน…

เธอกล้าดียังไงถึงปล่อยให้เขาคิดถึงเธอขนาดนี้?

เช้าวันถัดมา

คิรันเดินเข้ามาในอาคาร The Empire Group ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม

วันนี้ก็เหมือนทุกวัน เขามีงานมากมายรออยู่ กวาดสายตามองเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะหย่อนตัวลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง

ไม่ถึงห้านาที ลูกน้องของเขาก็เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ

“คุณคิรันครับ เรื่องตำแหน่งเลขานุการ เราได้คัดเลือกผู้สมัครที่ดีที่สุดไว้สองคน ผมอยากให้คุณลองพิจารณา”

คิรันไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง แค่โบกมือปัด

ลูกน้องชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยายามอธิบายต่อ “แต่ทั้งสองคนนี้มีคุณสมบัติเหมาะสมมากครับ โดยเฉพาะ…”

“ผมบอกว่าไม่เอา” คิรันพูดเสียงเย็น ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมามอง “ผมยังไม่เห็นใครที่เหมาะกับตำแหน่งนี้ และผมไม่ต้องการให้คนไร้ฝีมือมาทำงานใกล้ตัว”

ลูกน้องกลืนน้ำลาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิรันปัดตกผู้สมัครโดยไม่สนใจแม้แต่จะดูโปรไฟล์ของพวกเขา

ในขณะที่ลูกน้องกำลังอ้ำอึ้ง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต

“คิรัน!”

เสียงของมารดาทำให้เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามอง

“แม่มาอีกแล้วเหรอครับ?” เขาพูดเสียงเนือย ขณะที่หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมกับแววตาดุ

“ใช่ แม่มาเพราะลูกยังทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต!” เธอพูดพร้อมกับกอดอกแน่น “ลูกปัดผู้สมัครเลขาออกหมดอีกแล้วใช่ไหม?”

คิรันเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ กอดอกพลางเลิกคิ้ว “ใช่ แล้วไงครับ?”

“แล้วไง? แล้วไงเหรอคิรัน?” น้ำเสียงของเธอเข้มขึ้น “ลูกเคยคิดบ้างไหมว่าคนที่เขามาสัมภาษณ์เสียเวลาแค่ไหน? ลูกน่าจะให้เกียรติพวกเขาบ้าง”

“แม่… ผมไม่ได้มีเวลามาเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยพวกนี้” เขาตอบเสียงเรียบ

“เรื่องเล็กน้อยของลูก อาจเป็นเรื่องสำคัญของคนอื่น” มารดามองเขาด้วยแววตาผิดหวัง “และถ้าลูกยังเลือกไม่ได้ แม่จะเป็นคนเลือกเอง”

พูดจบ เธอก็หันไปหาลูกน้องของคิรัน “เอาแฟ้มรายชื่อมาให้ฉันดู”

ลูกน้องรีบส่งแฟ้มให้ทันที

คิรันไม่ได้สนใจ เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นเอกสารต่อ ปล่อยให้มารดาของเขาพลิกดูรายชื่อผู้เข้าสัมภาษณ์ไป

จนกระทั่ง…

เธอชะงักไปเมื่อเห็นชื่อหนึ่งบนแฟ้ม

ลลิน อัศวภัทร

เด็กคนนี้…!

ดวงตาของมารดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

เธอจำได้แม่นยำว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เด็กดี ที่ช่วยเธอไว้เมื่อวันก่อน เด็กสาวที่มีจิตใจเมตตา และตอนนี้… เธอกำลังจะกลายเป็นเลขาของลูกชายเธอ

เธอหันไปสั่งลูกน้องทันที

“รับคนนี้เป็นเลขานุการของคิรัน ส่วนอีกคนที่ผ่านเข้ารอบ เอาไปอยู่ตำแหน่งอื่น”

ลูกน้องชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับคำสั่ง “รับทราบครับ”

คิรันที่กำลังเซ็นเอกสาร หยุดมือก่อนจะเหลือบตาขึ้นมามอง

“แม่เลือกให้ผมแล้ว?” เขาถามเสียงเนือย

“ใช่” มารดาของเขายิ้มหวาน “และลูกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

เขาหัวเราะเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ “งั้นก็เตรียมตัวไว้เลย ถ้าเธอทำงานไม่ได้ ผมจะไล่เธอออก”

มารดาของเขายังคงยิ้ม “ลูกไล่เธอออกไม่ได้หรอก”

“ทำไมล่ะครับ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป