บทที่ 9 ทนไหวจริงเหรอ?
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงัด มีเพียงเสียงพลิกกระดาษและเสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดเป็นจังหวะ
คิรันนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานของตัวเอง ก้มหน้าทำงานตามปกติ แต่ทุกครั้งที่เงยหน้าขึ้นมา… สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังร่างบางที่นั่งอยู่อีกฝั่ง
ลลิน…
เธอยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสาร แม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าร่างกายของเธอยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ สีหน้าซีดเผือด ดวงตาเริ่มปรือ และไหล่ของเธอไหวเล็กน้อยทุกครั้งที่ขยับ
ยังจะฝืนอีกเหรอ?
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตากลับไปทำงานของตัวเอง พยายามเมินเฉยต่อสภาพของเธอ
แต่ไม่นาน…
“อึก…”
เสียงหายใจหนักๆ ตามมาด้วยท่าทางที่เธอเอามือขึ้นมากุมขมับ ทำให้คิรันต้องเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
เธอดูเหมือนกำลังพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เซไปข้างหน้า ใบหน้าซีดลงเรื่อยๆ ริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนพยายามกลั้นความรู้สึกไม่สบาย
เวรเอ๊ย…
คิรันสบถในใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวไปยืนอยู่ข้างๆ โต๊ะของเธอ
“อย่าตายในห้องนี้”
เสียงของเขาเย็นชาและเรียบนิ่ง แต่ลลินก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างแปลกใจ
เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามฝืนตัวเองให้ดูปกติที่สุด “ฉันไหวค่ะ…”
น้ำเสียงของเธออ่อนแรงจนแทบไม่มีน้ำหนัก แต่แววตาของเธอยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
คิรันมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างเย็นชา “ดื้อไม่เบานี่”
ดวงตาคมของเขาสะท้อนความสนุกบางอย่างเมื่อเห็นว่าเธอยังคงพยายามฝืน ทั้งที่ร่างกายของเธอแทบจะไม่ไหวแล้ว…ถ้าเธออยากทน เขาก็จะดูว่าทนได้แค่ไหน
เขาหยิบเอกสารจากโต๊ะข้างตัวมาเพิ่มอีกกองก่อนจะโยนลงตรงหน้าของเธอ
ปึก!
“อ่าน”
ลลินเบิกตากว้างเล็กน้อย ขณะที่มองเอกสารกองใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา เธอรู้สึกเหมือนทุกอย่างเริ่มหมุนเล็กน้อย แต่ก็พยายามกัดฟันสู้
“ค่ะ…”
เธอรับคำเสียงแผ่ว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านต่อ แม้ว่าดวงตาจะเริ่มพร่ามัวไปหมดแล้วก็ตาม
คิรันยืนกอดอก มองเธอด้วยสายตาอ่านไม่ออก
จะฝืนไปถึงเมื่อไหร่กันนะ…
…บรรยากาศในห้องทำงานยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงพลิกเอกสารและเสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดเป็นจังหวะ คิรันกลับไปนั่งทำงานต่อ ขณะที่ลลินยังคงจดจ่ออยู่กับเอกสาร แม้ว่าร่างกายของเธอจะรู้สึกหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
แต่ไม่นาน…
ปัง!
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่แม้แต่จะเคาะ
ลลินสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง
ร่างของ หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิง เดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยว ดวงตากลมโตคมกริบ ริมฝีปากอวบอิ่มทาลิปสติกสีแดงสด
อารยา…
ลลินจำเธอได้ทันที เธอคือ อารยา ศิริวิทย์ ดารานางร้ายชื่อดังที่มักมีข่าวกับไฮโซหนุ่มๆ เป็นระยะ
“คิรันขาา~”
เสียงหวานของหญิงสาวลากยาว ขณะที่เธอเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ราวกับไม่ได้สังเกตเลยว่ามีคนอื่นอยู่ในห้อง
ลลินพยายามเมินเฉย ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารต่อ แม้ว่าความอยากรู้อยากเห็นจะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ก็ตาม
“ไม่เห็นหน้าไม่กี่วัน คิดถึงจะแย่เลยค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยเสียงหวาน ก่อนจะเอนตัวลงนั่งบน ตักของคิรัน อย่างสนิทสนม
ลลินเผลอชะงัก มือที่จับเอกสารแข็งค้าง
คิรันไม่ได้ผลักไสเธอออกแต่อย่างใด กลับยกยิ้มมุมปาก ขณะที่มือหนาเลื่อนไปวางบนเอวของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์
“พูดแบบนี้ ผมควรดีใจดีไหม?”
เสียงของเขาทุ้มต่ำ ก่อนที่อารยาจะหัวเราะเบาๆ
“แน่นอนค่ะ…”
เธอจ้องเข้าไปในดวงตาคมของเขา ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูอย่างจงใจ แถมยังจงใจบดเบียดร่างของตัวเองเข้าหาเขา
ลลินพยายามเพ่งสายตากับเอกสารตรงหน้า แต่เสียงหัวเราะหวานๆ ของอารยากับท่าทางสนิทสนมของเธอกับคิรัน ทำให้สมาธิของเธอเริ่มแตกกระเจิง
ทำไมต้องทำแบบนี้ต่อหน้าเธอ?
เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์รู้สึกอะไร นี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย แต่หัวใจของเธอกลับเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
เธอบอกตัวเองว่าอย่าสนใจ แต่เสียงของพวกเขากลับดังก้องในหู
“คิรันคะ~ คืนนี้ไปดินเนอร์กันไหม?”
“อืม…ก็น่าสนใจ” คิรันตอบกลับเสียงเนือยๆ พลางยกมือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังของหญิงสาว
ลลินเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกเหมือนกำลังเป็นคนนอกที่ไม่ควรอยู่ในห้องนี้
อารยายังคงไม่สนใจว่าเธออยู่ตรงนั้น เธอเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้แผงอกของคิรัน ริมฝีปากสีแดงฉ่ำขยับเข้าใกล้ใบหน้าของเขา
ลลินทนไม่ไหวอีกต่อไป
เธอลุกขึ้นยืน จับเอกสารแน่น ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่เธอพยายามทำให้เป็นปกติมากที่สุด
“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
เธอไม่รอให้ใครตอบก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันที
…คิรันมองตามร่างบางที่เดินออกไปจากห้องโดยไม่พูดอะไร สีหน้าเธอดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด
“หึ…” เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มบางๆ
แม้ว่าเธอจะทำเป็นไม่สนใจ แต่ปฏิกิริยาของเธอมันฟ้องหมดแล้ว
…ลลินกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่?
แต่ไม่ทันที่เขาจะคิดอะไรไปมากกว่านั้น ร่างของอารยาก็ซุกเข้ามาหาอีกครั้ง ริมฝีปากสีแดงฉ่ำยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
