บทที่ 15 EP 3/5 คืนเข้าหอ

อารดามุ่นคิ้วเมื่อได้ฟังเช่นนั้น 

“มันใกล้จะหมดแล้ว พี่ก็ต้องใช้เหมือนกัน”

“ก็เอามาให้ยืมก่อน พี่ค่อยไปซื้อใหม่”

คนเป็นพี่เริ่มถอนหายใจ

“เธอก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบใช้น้ำหอมหลายกลิ่น พี่มีแค่ขวดเดียวและยังไม่คิดจะซื้อใหม่ตอนนี้ มันแพง”

“โอ๊ย...พี่อุ่น พรุ่งนี้ฉันมีนัดกับเพื่อนนะ ไม่รู้ล่ะ พี่ไปเอามาเลย”

อารดาลำบากใจในเรื่องนี้ ถ้าให้น้องไปแล้วเธอจะใช้อะไร เธอเป็นผู้หญิงประหลาดที่ไม่ชอบใช้น้ำหอมหลายกลิ่น บนโต๊ะเครื่องแป้งจึงมีน้ำหอมแค่ขวดเดียวจริงๆ

และในตอนที่อารดากำลังครุ่นคิด แขนแข็งแรงของศรัณก็สอดเข้าที่รอบเอวเธอ เขายืนซ้อนหลังเธออยู่ และกำลังกระซิบที่ข้างหู

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ไม่...อ่า...น้ำหอมน่ะ”

“ขวดนี้เหรอ” เขายื่นมันให้อารดา 

หญิงสาวหยิบขวดน้ำหอมมาถือไว้ น้ำหอมขวดเล็กๆ แต่ราคาไม่เล็กเลย ขวดนี้น่าจะสามหมื่นได้

“มันจะหมดแล้ว ให้น้องคุณไปเถอะ เราจะได้กลับไปทำเรื่องของเราให้เสร็จสักที” 

คำพูดของศรัณทำเอาอรุณฉายหูผึ่ง ส่วนอารดาต้องหันไปมองเขาอีกนิด พวงแก้มเห่อร้อนขึ้นมาอีกครา 

“ถ้าให้ยัยออมไป ฉันจะใช้อะไร” อารดาย้อนถามสามี

“มันจะหมดแล้ว ให้ๆ ไปเถอะน่า จะได้นอนสักที เร็วๆ เลย” 

ศรัณทำทีเร่งเร้า กอดเอวอารดาแน่นขึ้นอีก

อรุณฉายมองท่าทีนั้นของพี่เขยแล้วอ้าปากค้าง กล้ามแน่นๆ นั่นน่าจับน่าฟัดเสียจริง ไม่น่าเลย...ไม่น่าต้องมากอดพี่สาวแสนเชยของเธอเลย

หมับ! 

น้ำหอมในมือถูกแย่งไป อารดาจะคว้าไว้แต่ไม่ทัน

“ขอบคุณนะคะคุณพี่เขย” อรุณฉายประชด 

ศรัณยิ้มนิดๆ ดึงอารดาออกจากหน้าประตู เพื่อที่เขาจะได้เผชิญหน้ากับน้องเมีย

อรุณฉายมองแผ่นอกพี่เขยตาวาว อยากยื่นมือไปแตะลูบให้ชื่นใจแต่พี่สาวตัวดีชะเง้อคอมองอยู่

“แค่น้ำหอม ให้ได้ก็ให้ครับ ดีกว่าต้องมาเสียเวลาเจรจาให้มากความ อันที่จริงคุณก็น่าจะเรียนจบแล้วและมีงานมีการดีๆ ทำ น้ำหอมราคาไม่กี่หมื่น น่าจะซื้อใช้เองได้นะ เอ...หรือว่ายังไม่ทำงานล่ะ อ้อ...อย่างนี้นี่เอง งั้นก็เอาไปเถอะ ของเหลือๆ ช่วยเอาไปใช้ให้หมดที”

อรุณฉายยืนกัดฟันอยู่หน้าประตู มองพี่สาวที่ยืนหน้ายุ่งอยู่ไม่ไกลแล้วเคืองใจนัก 

ศรัณหันไปหาเมียบ้าง 

“คุณอุ่นไม่ต้องคิดมากนะครับ พรุ่งนี้จะซื้อให้เป็นลังเลย”

“ซื้ออะไร? น้ำหอมเหรอ”

“ครับผม”

อรุณฉายยิ้มเยาะ “แหม...พูดเหมือนน้ำหอมขวดละบาทสองบาท นี่ขวดละสามหมื่นนะคุณพี่เขย”

“ทำไม...คิดว่าผมซื้อให้ไม่ได้เหรอ ถึงผมจะเด็กแต่โคตรรวยนะขอบอก”

น้องสาวของอารดาหัวเราะเยาะเย้ยเมื่อได้ยินคำคุยโวนั้น 

“ขี้โม้จริงๆ”

“ไม่ได้โม้ครับ พี่สาวคุณฉลาดจะตาย ถ้าผมจนแล้วเธอจะแต่งด้วยทำไม เอาละครับ คุณน้องเมียได้น้ำหอมเหลือๆ แล้วก็ควรกลับไปเสียที ผัวหนุ่มเมียสาวจะเข้าหอ ช่วยมีมารยาทนิดหนึ่ง...ราตรีสวัสดิ์ครับ”

ปัง!

ประตูถูกปิดใส่หน้าอรุณฉาย หญิงสาวยืนกัดฟันอยู่หน้าประตูนั้น เมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็เดินกลับห้องของตัวเอง ในมือยังมีน้ำหอมเหลือๆ ของพี่สาวมาครอบครอง เธอกำลังโมโหตัวเอง เธอเกลียดพี่เขยชะมัด แต่ร่างกายนี้สิ มันเรียกร้องเขาเหลือเกิน ผู้ชายปากจัดนี่เซ็กซ์จัดนะ จากที่เธอเคยเจอมา และเธอใคร่รู้นักว่าเขาจะถึงอกถึงใจแค่ไหน โอ๊ย...แค่คิดก็อิจฉาพี่สาวเหลือเกิน!

----------

ภายในห้องนอน

อารดาทิ้งกายลงปลายเตียง เสียดายน้ำหอมก็เสียดาย แต่ก็เท่านั้นแหละ ต่อให้ไม่มีศรัณมาช่วยเร่งเร้า อย่างไรเสียคืนนี้น้ำหอมขวดนั้นก็ต้องไปอยู่ในมือของอรุณฉายอยู่ดี กำลังใจในการสู้คนมันหมดลงตั้งนานแล้ว หมดลงตั้งแต่วันที่บิดาเลิกกอดลูกสาวคนโตกระมัง

หมับ!

อยู่ๆ แขนแข็งแรงของสามีก็สวมกอดเข้ามาแนบแน่น มันอบอุ่นและสื่อให้รู้ถึงการปกป้องคุ้มภัย เธออยากผลักไส อยากด่าสักนิด แต่ตอนที่มีแขนเขาโอบรัดร่างอยู่ มันก็อุ่นดีเหมือนกัน

“พรุ่งนี้หวังว่าจะไม่เป็นอย่างนี้นะ”

“เป็นยังไง” เธอย้อนทันควัน

“เป็นคนที่ยอมทุกอย่างยังไงล่ะ”

อารดาแกะแขนเขาออก เจ้าเด็กคนนี้ชอบบงการเสียจริง

“บางครั้งมันก็เรื่องเล็กน้อย ช่วยได้ก็ช่วยไป คนในบ้านก็ไม่ใช่คนอื่น ครอบครัวแท้ๆ”

“แต่เหมือนว่าทุกคนไม่ได้เห็นคุณเป็นครอบครัวเลย พร้อมที่จะเบียดเบียน รังแก และสร้างความกดดันต่างๆ นานาให้แก่คุณ”

อารดาไม่ชอบเลยที่เขาพูดอย่างนั้น มันแทงใจดำจนเธอเจ็บแปลบเหลือเกิน

“ถ้าคุณไม่สู้ สักวันหนึ่งแม้แต่ผมที่เป็นสามี คุณก็คงยกให้คนอื่นไป”

“ศรัณไม่ใช่ของฉัน ฉันจะไปยกให้ใครได้ล่ะ”

เขาหรี่ตามองคนตรงหน้า จับมือหล่อนมาวางทาบที่แผ่นอกหนาของตัวเอง 

“ผมเป็นของคุณอุ่นตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอหน้าแล้วนะ จริงๆ” บอกหล่อนตาปริบๆ ท่าทางนั้นช่างน่าเอ็นดู

“ปากหวานอยู่เรื่อย”

“อย่างอื่นหวานกว่านี้น่า มาชิมทีเถอะ มันจะไม่ไหวแล้ว...” 

มิเพียงแค่เอื้อนเอ่ย แต่ยังพามือของอารดาเลื่อนลงไปเรื่อยๆ ผ่านปลายถันอันหดแข็ง ผ่านลอนกล้ามแข็งแรง ผ่านแอ่งสะดือที่มีขนบางๆ ผุดขึ้นมารำไร เขาอยากพามือหล่อนเลื่อนลงไปต่ำกว่านั้น แต่หล่อน...ดันรู้ทัน

“พะ...พอ...พอเถอะ ขอ...เวลากันบ้าง มันเร็วเกินไป ฉัน...”

“คุณกลัวผมเหรอ”

“เปล่า”

“แล้วทำไม?”

“ฉะ...ฉัน...ฉันยัง...ไม่เคย...”

“โอ...คุณล้อผมเล่นแน่ๆ นี่มันยุคไหนแล้ว ยังมีผู้หญิงอย่างนี้อยู่อีกเหรอ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป