บทที่ 21 EP 4/5 ไม่ทันตั้งตัว
ชายหนุ่มไม่สะทกสะท้าน ดีใจด้วยซ้ำที่มีเวลาอยู่กับอารดาสองต่อสองโดยไม่มีสายตาคนที่บ้านหล่อนเฝ้ามอง กระท่อมกลางดงกล้วยนี่กลายเป็นสวรรค์สำหรับเขาเลยล่ะ
“แล้วเราจะกินอะไร”
“น้ามาลาจะทำมาให้สามมื้อเลย พื้นที่ห้าสิบเมตรรอบกระท่อมจะไม่มีใครเข้ามา คุณไม่ต้องกลัวนะ น้าชุนให้คนงานเอาเชือกกล้วยล้อมพื้นที่ไว้ เผื่อเราสองคนติดโรคขึ้นมาจริงๆ จะได้ไม่มีใครหลงเข้ามาติดโรคไปด้วย”
อารดาหาที่ทางนั่ง เธอดึงฟูกนิ่มออกมาปูแล้วนั่งลงไป กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มพอทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้างว่ามันคงสะอาดมากพอ
“ถ้าฉันติดโรคขึ้นมาจะทำยังไง ศรัณคงติดไปกับฉันด้วย”
“จะให้ทำยังไงล่ะ ต่อให้แยกกันกักตัว ผมก็อาจติดอยู่ดี” บอกหล่อนแล้วขยับไปหา อารดาขยับถอยหลังอีกหน่อยเมื่อเขาขึ้นมานั่งบนฟูกผืนเดียวกัน “เราไม่ใช่แค่ใช้อากาศร่วมกันนะ แต่เรา...”
อารดาใจเต้นตึกตัก เม้มปากแน่นเมื่อเขาเอาแต่จ้องลงมา รสจูบหวานๆ ยังติดอยู่ปลายลิ้น เธอยังรู้สึกถึงรสชาตินั้นได้อย่างชัดเจน เด็กบ้าอะไรไม่รู้ จูบหวานเหลือเกิน
“ฉันดวงแข็ง ฉันคงไม่เป็นไรหรอก ศรัณก็เหมือนกัน” พอพูดอย่างนั้น ศรัณก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“เรียกศรัณๆ อยู่นั่นแหละ เรียกรัณเฉยๆ ได้ไหม หรือจะเรียกที่รักก็ได้ หัดไว้จะได้ชินปาก”
คนถูกแนะส่ายหน้าน้อยๆ ให้อยู่กับเด็กอย่างเขาไปอีกสิบกว่าวัน เธอจะทานทนได้ไหมนะ ถ้อยวาจาที่เขาพูดไม่ใช่แบบที่คนอายุรุ่นเธอเขาพูดกันเลย ผู้ชายที่เธอเคยเจออย่างธัตธรนั้นมักพูดกับเธอด้วยเหตุและผลเสมอ แต่ก็นั่นแหละ คนมีเหตุผลก็ใช่ว่าจะมีรักมั่นคงนี่นา
“แล้วศรัณ...จะเรียกฉันแบบไหนล่ะ”
“ก็เรียกคุณอุ่น”
“ไม่เรียกพี่เหรอ แบบ...พี่สาว”
เขาหรี่ตามองหล่อนอย่างคาดโทษ
“ไม่มีทาง ก็คุณอุ่นไม่ใช่พี่ คุณอุ่นเป็นเมีย” เขาเถียงเสียงหนักแน่น ไม่มีทางเรียกหล่อนอย่างที่หล่อนต้องการอย่างเด็ดขาด
“โอเค...ก็ได้ งั้นฉันก็จะเรียกศรัณว่า...ศรัณ...แบบนี้แหละ มันชินปากแล้ว”
“แหม...นึกว่าจะเรียกที่รัก”
“ให้ศรัณทำให้ฉันรักได้ก่อนแล้วกัน แล้วฉันจะเรียก”
“โอ...คุณอุ่น...เจ้าเล่ห์เหมือนกันนะครับ”
“ฉันก็...จำๆ เอาจากคนแถวนี้แหละ”
คราวนี้คนทั้งสองเลยได้ยิ้มให้กัน ศรัณปลื้มใจสุดๆ เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของอารดา เวลาหล่อนยิ้ม...โลกสดใสขึ้นมาเลยนะ อารดาน่าจะได้เห็นตัวเองตอนยิ้มอย่างนี้ หล่อนสวยขึ้นมาอีกร้อยเท่าเลยล่ะ
“คุณอยากอาบน้ำไหม สายๆ น้ามาลาคงเอามื้อเที่ยงมาส่ง”
“ไม่อาบ ฉันจะใส่ชุดนี้จนกว่าจะนอน” บอกเขาเสียงดังฟังชัด เธอไม่มีชุดชั้นในนะ ไม่ดีแน่ๆ ถ้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตอนนี้
“ฉันอยากใช้โทรศัพท์”
ศรัณเอามือถือตัวเองยัดใส่มือให้อารดา มันยังชาร์ตอยู่กับพาวเวอร์แบงก์ เธอยังไม่ทันได้กดโทรออก ก็มีข้อความเด้งขึ้นมา มันส่งมาทางอีเมล
“มีคนส่งอีเมลมา”
“ใครเหรอ กดเข้าไปดูเลย”
เขาสั่งแต่สองตาและสองมือจดจ่ออยู่กับกล่องพลาสติกอีกใบที่มีสบู่ ยาสีฟันและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นบรรจุอยู่
อารดากดเมลเข้าไปดู มีรูปภาพที่มีข้อความให้กำลังใจส่งมา
“เอ่อ...คุณกระต่ายป่าส่งมา”
“อ้อ...เพื่อนน่ะ เหมือน...เพื่อนออนไลน์ ไม่ค่อยได้คุยกันหรอก แต่เขาชอบส่งข้อความดีๆ แบบช่วยปลอบใจ ให้กำลังใจอะไรแบบนี้ ผมชอบอ่านนะ บางครั้งก็ช่วยปลอบใจผมได้ เขาส่งมาว่ายังไงบ้างล่ะ”
“เขาบอกว่า...เข้าหน้าฝนแล้ว รักษาสุขภาพอย่าให้เจ็บไข้นะ จะได้อยู่เป็นที่รักของคนที่เรารักไปนานๆ”
อารดาอ่านให้เขาฟัง ศรัณยิ้มแล้วพยักหน้า
“นั่นแหละ นานๆ จะส่งมาที ผมส่งข้อความไปขอบคุณ เขาก็ไม่เคยตอบกลับ ผมก็ทำได้แค่รอ”
“หือ?”
“ก็รอว่าเมื่อไหร่เขาจะส่งมาอีกไง บางทีมีเรื่องไม่สบายใจ ผมก็ระบายให้เขาฟัง เขาไม่ตอบหรือให้ความคิดเห็นเรื่องที่ผมระบายหรอก แต่ข้อความที่เขาส่งถัดมา มันช่วยผมได้ดีทีเดียว บางทีก็เป็นข้อความสั้นๆ บางทีก็เป็นเพลงเพราะๆ อะไรอย่างนี้”
อารดาพยักหน้าเข้าใจ โรแมนติกแปลกๆ นะ เขาคงคุยกับคุณกระต่ายป่านานแล้ว ถึงกล้าระบายอะไรๆ ให้อีกฝ่ายฟัง
“นานหรือยัง ที่อีเมลนี้ถูกส่งมา”
“หลายปีแล้ว”
“แล้ว...คุณกระต่ายป่านี่...ผู้หญิงหรือผู้ชาย”
คราวนี้ศรัณเงยหน้าขึ้นจากลังพลาสติกที่ดูอยู่ เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ จ้องอารดาเหมือนคนที่กำลังรู้ทัน
“คุณหึงเหรอ”
“เปล่า! ก็แค่...อยากรู้”
ศรัณส่ายหัวไม่เชื่อเด็ดขาด
“ผมไม่แน่ใจ เขาไม่เคยครับ ไม่เคยคะขา แค่ส่งข้อความมาเฉยๆ ผมเหมาเอาว่าเขาเป็นผู้ชาย หรือบางที...อาจเป็นแค่ระบบตอบกลับอัตโนมัติก็ได้”
“อือ...อย่างนั้นหรอกเหรอ”
“ช่างเถอะน่า คุณโทรหาที่บ้านเถอะ ไม่ต้องสนใจคุณกระต่ายป่าหรอก”
อารดาอยากปล่อยผ่านสิ่งที่ศรัณพูด แต่ไม่รู้ทำไม ใจของเธอกลับรู้สึกแปลกๆ จะว่าไม่ชอบใจก็ไม่ใช่ จะว่าชอบใจยิ่งไม่ใช่ใหญ่ มันตงิดๆ แบบที่ว่า หากไม่รู้เรื่องนี้ก็คงจะดี แล้วเจ้าของอีเมลนี้เป็นใครกันนะ อยู่ๆ ก็ชักอยากรู้ขึ้นมา
----------
