บทที่ 24 EP 5/3 กักตัวไม่กักใจ

“ฉันเปล่า ไม่ได้อยากเรื่องมากอะไร แค่เห็นศรัณเหนื่อยๆ เหงื่อออกมากอย่างนี้ ได้ดื่มน้ำเย็นคงชื่นใจ”

“แค่คุณอุ่นยื่นขวดน้ำมาให้ ผมก็เย็นไปถึงขั้วใจแล้วคนดี” 

เด็กน้อยช่างปากหวาน อารดาอยากขำให้มุกเลี่ยนๆ แต่พวงแก้มดันเห่อร้อนขึ้นมา 

“เราจะทำอะไรต่อดี”

“ผมจะทำงานก่อน”

“งาน?”

“อือ...คุยงานกับลูกค้าทางโทรศัพท์น่ะ เรื่องกล้วยๆ นี่แหละ” 

เขาอธิบายสั้นๆ เริ่มตักข้าวเข้าปาก มื้อเช้าที่มีเพียงอารดากับเขา ช่างเป็นมื้อเช้าที่เลอค่าเหลือเกิน

“ขายดีไหม กล้วยน่ะ” สาบานว่าปกติเธอไม่ใช่คนที่อยากรู้เรื่องชาวบ้าน แต่กับศรัณผู้เป็นสามี เธอกลับอยากรู้เรื่องเขาไม่หยุดหย่อน และมันน่ารำคาญที่เธอรู้สึกว่าตัวเองพูดมาก พูดเยอะขึ้นทุกนาที

เขายักไหล่แล้วยิ้มเนือยๆ 

“ก็ดีแหละ ถ้าไม่ติดโควิดคงดีกว่านี้ นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นยังไง ผลผลิตที่ได้ ผมไม่ได้ส่งให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลางอย่างเดียว”

“แล้วส่งให้ใครบ้างล่ะ”

“เครื่องบิน”

“หือ?”

“หมายถึงส่งให้เขาไปทำอาหารให้ลูกค้าบนเครื่องน่ะ กล้วยที่ดีๆ สวยๆ จะถูกส่งไปที่นั่นก่อน ที่เหลือค่อยส่งห้าง และขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้าที่มารับอีกที แต่หลังจากนี้คงมีเรื่องให้ลุ้น เพราะถ้าสถานการณ์มันแย่จนต้องปิดประเทศ เครื่องบินบินไม่ได้ สวนผมก็คงได้รับผลกระทบ”

“แย่จริง แล้วคุณย่าล่ะ คุณย่าทำแบบนี้ด้วยหรือเปล่า”

“เปล่า กล้วยของย่าพร้อมส่วนมากมีแม่ค้าพ่อค้ามารับที่หน้าสวน ถ้าจะพูดแล้วละก็ สวนของย่าขายถูกกว่าสวนอื่น ไม่มากนัก แต่ก็ถูกกว่า ย่าเลยมีลูกค้าประจำอยู่มาก”

“อ้อ...อย่างนี้นี่เอง ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องสวนกล้วยนักหรอก”

“งั้นวันนี้จะพาชมสวนนะ เป็นเมียชาวสวนก็ต้องเรียนรู้ไว้สิ” บอกเมียแล้วตักกับข้าวให้เมีย อารดานั่งพับเพียบอยู่บนแคร่ หน้าตาสดใสไร้เครื่องสำอางบนใบหน้า ช่างดีเหลือเกิน ถ้าเปลี่ยนจากกางเกงขาสั้นมานุ่งผ้าถุงแบบบ้านๆ คงน่ารักน่าเอ็นดู

“ไม่ได้จะมาอยู่นี่เสียหน่อย”

“มาสิ...ผมอยู่นี่คุณอุ่นจะอยู่บ้านโน้นได้ยังไง”

“ศรัณก็แค่ไปอยู่บ้านฉัน”

“ไม่เอา บ้านคุณอุ่นคนเยอะ เรื่องเยอะ ให้อยู่แป๊บๆ คงได้ แต่ให้อยู่ตลอดไปคงไม่ไหว สวนผมล่ะ ใครจะดูแล”

“ก็ให้น้าชุนดูแลสิ สวนสิบยี่สิบไร่ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่นา” พูดกับเขาดีๆ ด้วยอยากให้เขาเข้าใจ เธอไม่อยากมาอยู่บ้านสวน ถ้ามาอยู่นี่ ใครจะดูแลบิดาของเธอเล่า

ศรัณวางช้อนลง เหมือนว่าอารดาจะเข้าใจบางอย่างผิดไป

“ใครบอกว่าผมมีสวนสิบยี่สิบไร่”

“คุณย่า”

“แล้วคุณก็ยอมแต่งงานกับคนที่มีสวนกล้วยแค่สิบยี่สิบไร่นี่หรือ”

อารดากะพริบตาถี่ๆ เธอควรตอบเขาว่าอะไรดีล่ะ

“ก็...คุณย่าบอกว่าศรัณเป็นคนดี ฉันก็เลยแต่ง อีกอย่าง...ฉันก็อยากได้เงินจากย่าไปให้พ่อด้วย ศรัณก็รู้”

“งั้น...ที่แต่งกับผมก็ไม่ใช่เพราะผมรวย?” หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรง เขานึกว่าอารดาแต่งงานกับเขาเพราะเงินที่เขามีเสียอีก

หญิงสาวได้แค่ยิ้มบางๆ เธอไม่ใช่พวกที่ชอบแก้ไขความเข้าใจผิดนี่นา แม้ว่าเรื่องนั้นตัวเองจะเป็นฝ่ายเดือดร้อนก็ตาม ความคิดคนเราเปลี่ยนยาก ใครอยากคิดอะไรยังไงก็คิดไปเถอะ

“คุณรู้ไหมว่าที่ดินหนึ่งไร่ปลูกกล้วยได้กี่ต้น”

อารดาส่ายหน้า “ไม่รู้สิ ห้าสิบต้นมั้ง”

“สามร้อย”

“หือ?”

“แล้วรู้ไหมว่ากล้วยหอมทองเครือหนึ่งขายได้กี่บาท”

เธอส่ายหน้าอีก

“คิดตามราคาส่งตลาดไท ก็เครือละประมาณ 150 แล้วกัน แต่ถ้าส่งการบินไทยจะราคาดีกว่านี้”

อารดาพยักหน้าเออออ สมองของสาวธนาคารเริ่มคำนวณตัวเลขบางอย่างในหัว

“ไม่ถามเหรอ ว่าผมมีสวนกี่ไร่”

“ก็...พูดไปแล้วไง” บอกเขาอย่างเกรงๆ หรือว่าสิ่งที่เธอรู้มามันผิดกันล่ะ

“970 ไร่”

“หา!?”

ศรัณทำค้อนเสียงสูงของอารดา 

“ได้ยินไม่ผิดหรอก 970 ไร่จริงๆ ตอนนี้คุณเป็นเจ้าของมันครึ่งหนึ่งในฐานะภรรยาผมแล้วด้วย และใช่...กระท่อมมุงฟางท้ายสวนนี่มีเป็นร้อยหลังทั่วสวนเลย แต่ผมเลือกตรงนี้เพราะใกล้บ้านที่สุด”

คนเป็นภรรยาเริ่มอิ่มตื้อขึ้นมา ถ้าเขามีสวน 970 ไร่จริงๆ ไร่หนึ่งปลูกกล้วยได้ 300 ต้น ถ้า 970 ไร่ก็ปลูกได้ 291,000 ต้น เท่ากับ 291,000 เครือ เครือละ 150 บาท จำได้ว่าย่าพร้อมบอกว่าปลูกกล้วยเก้าเดือนถึงได้ตัดเครือ คิดรวบยอดปีหนึ่งก็เอาจำนวนเครือคูณด้วย 150 บาท 

โอ้ว...คุณพระ! แค่ปีละ 43 ล้านกว่าๆ เท่านั้นเอง! 

นี่ยังไม่รวมจำนวนต้นกล้วยที่แตกหน่อขึ้นมาแล้วสามารถออกเครือไว้ตัดขายได้อีกนะ มิน่าล่ะ...คุณย่าที่รักถึงได้คะยั้นคะยอให้เธอแต่งกับเขาเหลือเกิน!

“อือ...ปีหนึ่งคงได้เยอะนะ”

“อาฮะ แต่ค่าใช้จ่ายก็เยอะ และใช่ว่าไร่หนึ่งจะได้ผลผลิตร้อยเปอร์เซ็นต์” 

“ปลูกแล้วก็ต้องดูแลใช่ไหม”

“ใช่...ไม่ใช่ปลูกทิ้งปลูกขว้าง ต้องดูแลทุกขั้นตอน เดี๋ยวต่อไปคงรู้ว่าผมทำอะไรบ้าง”

“ทำด้วยเหรอ ไม่ใช่ให้คนงานทำให้หรือไง”

“โธ่...สวนใหญ่เบ้อเร่อ บางทีคนงานก็ไม่พอ อะไรทำได้ก็ช่วยกันทำนั่นแหละ ถือว่าออกกำลังไง แต่ออกกำลังแล้วได้เงินด้วย มันก็ดีออก ว่าไหม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป