บทที่ 26 EP 5/5 กักตัวไม่กักใจ

“กินชิ้นสองชิ้นพอนะคะ เดี๋ยวก็ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว” 

คนถูกสั่งทำหน้าเออออ ทว่าพอพุดตานคล้อยหลังไป ก็แกะเอาขนมกล้วยในถ้วยตะไลขึ้นใส่ปากไปหลายชิ้น รสชาติหวานๆ หอมๆ ของขนมชวนให้นางชื่นใจเหลือเกิน

“ในที่สุดก็มีเวลาอยู่ด้วยกันจนได้ เอ็นดูแม่คนเย็นชาของย่าบ้างนะพ่อรัณ ถนอมน้ำใจหลานย่า ให้เหมือนกับว่าอารดาคือหัวใจของพ่อรัณด้วยเถอะนะ”

สตรีสูงวัยเอ่ยกับสายลมยามสาย เผื่อว่ามันจะส่งไปถึงหัวจิตหัวใจของคนที่รักเหมือนหลานชาย ที่บัดนี้ได้ย้ายสถานะมาเป็นหลานเขยแล้วเรียบร้อย เด็กหนุ่มวัยยี่สิบหกที่เผชิญเรื่องราวมามากมาย กับหญิงสาววัยสามสิบเอ็ดผู้อยู่ในโลกแคบๆ ของตัวเอง นางหวังว่าศรัณจะช่วยอารดาได้ หวังว่าคนที่สดใสและจิตใจดีอย่างคนหนุ่มจะทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าของอารดาอีกครา 

นางอยากให้อารดามีความสุขบ้าง ความสุขของหลานสาวนางนั้น หมดไปตั้งแต่วันที่ลูกสะใภ้คนแรกของนางสิ้นลมไปกระมัง

“เฮ้อ...หวังว่าหลานจะเห็นความหวังดีที่ย่าซ่อนไว้ในการแต่งงานครั้งนี้นะแม่อุ่น ช่วยมีความสุขให้ย่าเห็นก่อนที่ย่าจะตายด้วยเถอะนะ” บอกกล่าวกับความว่างเปล่าบนเรือนอันเงียบเหงา นอกจากพุดตานกับสามีที่คอยดูแลสวนให้นางแล้ว ที่นี่ก็ไม่มีผู้ใด ลูกๆ หลานๆ ของนางล้วนไม่อยากอยู่บ้านสวน ต่างพร้อมใจกันไปอยู่บ้านในเมืองที่พวกเขาสะดวก 

คนแก่ๆ อย่างนางเลยต้องอยู่เหงาๆ ไปอย่างนี้ นานๆ ที อารดาก็ปลีกตัวมาหาได้สักทีหนึ่ง นางหวังเล็กๆ ละนะ หากวันใดที่อารดาตัดใจจากบ้านโน้นมาได้ นางคงได้เป็นสุข ถ้าอารดามาอยู่ที่นี่ก็คงจะดี คงจะ...ดีมากๆ เลย...

----------

“ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!” อารดาจามติดกันสองหน เธอคันจมูกยิบๆ อาจเพราะฝนที่ตกลงมาเมื่อคืน

“อย่านะ!” ศรัณร้องเสียงหลง อารดาทำหน้างง

“อะไร! อะไรศรัณ?”

“ก็คุณอุ่นจาม โควิดนะโควิด!”

อารดาเม้มปากขณะจ้องหน้าคนที่กำลังกลั้นขำ เขาคงสนุกที่ได้แกล้งเธอกระมัง 

“ไม่รอดหรอก ถ้าเป็นขึ้นมาจริงๆ ศรัณนั่นแหละติดจากฉันคนแรกเลย” ประชดกลับไปแต่ได้รับแขนอุ่นๆ กอดกลับมา เขากอดเธอแน่นที่กลางดงกล้วยนี่แหละ “ปล่อยเลย ตกท้องร่องไปงานเข้าพอดี”

จุ๊บๆๆๆ

เสียงจุ๊บถี่ๆ ดังขึ้นที่กระหม่อมของอารดา หญิงสาวผลักเขาออก เงยหน้ามองคนที่ระดมจูบลงมาไม่เลือกเวลา 

“ล้อเล่นน่า เมียทั้งคนจะรังเกียจกันได้ยังไง” บอกหล่อนแล้วใช้ตะขอในมือ เกี่ยวกาบกล้วยแห้งๆ ให้ขาดเป็นริ้วๆ

อารดามองเพลิน เขาใช้เครื่องมือที่คล้ายเคียว ตัดแต่งก้านกล้วยมาตลอดทางที่พาเธอเดินชมสวน เมื่อคืนฝนตกแรง ต้นกล้วยเสียหายไม่น้อย ก้านหักก็มาก บางต้นโค่นลงก็มี ต้องหาไม้มาค้ำ ฉะนั้นตั้งแต่ออกจากกระท่อมมา พวกเธอสองคนแทบจะไปไม่ถึงไหนเลย

“หันหลังมาซิ”

เธอหันหลังให้ตามที่เขาสั่ง ศรัณทำบางอย่างกับผมยาวๆ ของเธอ เขาจับมันรวบเป็นหางม้าแล้วมัดง่ายๆ ด้วย เชือกกล้วย ในมือ

“เสร็จละ คราวนี้ก็ไม่มีปอยผมมาทำให้คุณอุ่นรำคาญ”

อารดาเอี้ยวกายมองข้างหลัง จับหางม้าตัวเองมาดู แลเห็นเชือกกล้วยสีน้ำตาลอ่อนเส้นพอเหมาะมัดอยู่ที่ผมของตัวเอง เธอคิดว่ามันประหลาด ก็ไม่เคยใช้เชือกกล้วยมัดผมนี่นา 

“ทำไม ไม่ชอบเหรอ” 

“อือ...มันดูประหลาด”

“น่ามองดีออก ผมชอบที่คุณเป็นแบบนี้ ไม่ต้องรวบผมตึงเปรี๊ยะเป็นครูระเบียบ ไม่ต้องใส่ชุดฟอร์มอย่างสาวแบงก์ รอบกายคุณที่มีแต่สีเขียวของใบกล้วยนี่มันช่างดีจริงๆ”

“กำลังหว่านล้อมเหรอ ยังไงฉันก็มาอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก ฉันห่วงคุณพ่อ” เธอบอกเขาตามตรง บิดาเธออายุมากแล้ว ถึงจะไม่ค่อยได้กอดหอมอย่างรักใคร่ แต่พ่อก็คือพ่อ เธอยังห่วงท่านอยู่เสมอ

“พามาอยู่บ้านสวนด้วยกันสิ”

“ถ้าพาคุณพ่อมา คนที่บ้านคงตามมาด้วย ศรัณจะว่ายังไงล่ะ”

พอได้ยินคำถาม ศรัณก็ได้ค้อนคุณอุ่นวงใหญ่

“เลิกพูดเรื่องคนที่บ้านดีกว่า ไปกัน ทำงาน”

“ไหนบอกว่ามาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ พาฉันมาใช้งานแท้ๆ” ทำเป็นบ่นไปอย่างนั้น การถือขวดน้ำเดินตามเขานี่ไม่ใช่งานด้วยซ้ำ เธอคิดว่าจะได้นอนเล่นมือถืออยู่ที่กระท่อมนี่นา

“เถอะน่า มาด้วยกันนั่นแหละ จะได้รู้ไงว่าผมทำอะไรบ้าง”

“ฉันปวดขานี่นา แล้วก็ร้อนมากด้วย”

“แก้ผ้าเดินไหมล่ะ จะได้เย็นๆ”

“ศรัณ!?”

อารดาไม่รู้จะปรามสามีด้วยคำใดดี อยู่ด้วยกันสองวันเหมือนว่าเธออยู่กับเขามาเป็นปีเลยก็ว่าได้ เขาช่างขยันพูดจาให้เธอได้อายเขินอยู่เรื่อยเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป