บทที่ 30 EP 6/3 ทัดดอกรักให้ปักที่กลางใจ

----------

กรุงเทพฯ เวลาไล่เลี่ยกัน

กระเป๋าใบใหม่แบรนด์เนมราคาแสนต้นๆ คือสิ่งที่ทำให้อรุณฉายยิ้มแป้นจนแก้มจะฉีก ด้วยว่ามารดาที่รักจัดการซื้อหามาให้เนื่องในโอกาสวันเกิดล่วงหน้า เธอกอดมารดาแน่นหนึบ ออดอ้อนอย่างที่ลูกสาวคนเดียวพึงกระทำ

“แม่ใจดีที่สุดเลย”

“แน่นอนจ้ะลูกรัก อะไรดีอะไรสวย ลูกสาวของแม่ต้องได้สิ่งที่ดีที่สุดสิจ๊ะ น้องออมของแม่ทั้งสวย น่ารัก นิสัยดี เป็นกุลสตรีที่ยุคนี้จะหาที่ไหนได้อีกล่ะ แม่ภูมิใจในตัวหนูมากเลยรู้ไหม”

อรุณฉายยังฉีกยิ้มเป็นทัพหน้า กุลสตรีอย่างนั้นหรือ ให้มารดาเข้าใจว่าอย่างนั้นเถิด หากจะทำให้ท่านสบายใจ อันที่จริง...เธอก็ไม่ได้ติดเหล้าหรือมั่วผู้ชายเสียหน่อย เธอก็แค่ชอบสังสรรค์บ้าง คบผู้ชายก็ทีละคนนะ ไม่ได้มั่ว และไม่ต้องกังวลไป เธอป้องกันตัวเองดีเสมอ 

เฮ้อ...จะว่าไปแล้ว ช่วงนี้เธอไม่มีคนคุยๆ เลย หรือเพราะความท้าทายใหม่ที่ชื่อศรัณก็ไม่รู้ ที่ทำให้เธอไม่มีกะจิตกะใจจะคุยกับใคร ยิ่งเขาแสดงออกว่าไม่ชอบ ไม่อยากให้เข้าใกล้ ความเป็นแม่เสือนักล่าก็ยิ่งอยากตะปบเขามาชิมสักคำสองคำว่าจะอร่อยล้ำสักแค่ไหน

“วันก่อน พ่อเขาพูดอะไรกับน้องออมหรือเปล่าลูก” 

“พ่ออยากให้หนูไปทำงานค่ะ” 

“พร้อมหรือยังล่ะ หรือว่า...จะให้แม่หาคนดีๆ มาให้ลูกเลือกดีไหม ลูกเศรษฐีมีเงินทั้งนั้น เพื่อนๆ แม่จับคู่ให้ได้หมดนั่นแหละ ลูกจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปทำงานไงจ๊ะ”

“มันจะดีหรือคะแม่ขา...” ทำเป็นไม่เห็นด้วย ทั้งที่เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอจะทำงานไปทำไม ในเมื่อมีว่าที่สามีรวยๆ รอเธออยู่

“ดีสิลูก เราต้องมองคนที่ฐานะมั่นคงเพื่ออนาคตของเรานะรู้ไหม”

“แต่ว่า...หนูเพิ่งเรียนจบเอง” 

“ก็รู้จักกันไว้ ศึกษาดูใจกันไปสักพัก ถ้าไปด้วยกันได้ ค่อยแต่งไง ว่าแล้วก็รอแม่แป๊บนะ เดี๋ยวจะบอกให้เพื่อนแม่ส่งรูปหนุ่มๆ โปรไฟล์ดีๆ มาให้ คนสวยของแม่จะได้พิจารณา ดีไหมจ๊ะ”

“แล้วแต่คุณแม่เถอะค่า หนูยังไงก็ได้” บอกอย่างเขินๆ ถูกมารดาตบกระหม่อมไปทีสองทีอย่างเอ็นดู เธอถนัดนักเรื่องออดอ้อน มารดาที่รักเทิดทูนเธอไว้บนหิ้งเชียวล่ะ จะเหลือก็แค่พี่เขยตัวดี พวกเขาแต่งงานกันเพราะอะไรกันนะ เธอไม่เชื่อเด็ดขาดว่าพี่อุ่นกับศรัณรักกัน บางทีพวกเขาอาจแต่งงานกันเพราะสัญญาบางอย่าง และไม่มีทางที่คนอย่างพี่อุ่นจะให้ใครแตะเนื้อต้องตัวง่ายๆ ยิ่งเป็นคนที่ไม่ได้รู้จักมักจี่ด้วย ขนาดคบกับพี่ธีมาหลายปี เจ้าตัวยังไม่มีอะไรกันเลย เธอรู้ดี เพราะแอบเห็นพวกเขาทะเลาะกันหลายครั้ง ในเรื่องที่พี่สาวเธอทำตัวเป็นเต่าล้านปี ไม่ยอมมีเซ็กซ์กับแฟนตัวเอง และสุดท้าย ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างพี่ธีก็ถูกพี่รุ้งแย่งไป 

“ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ ทั้งสองคนเลย ถ้าเกิดว่าพวกพี่ไม่ได้มีอะไรกัน แล้วฉัน...ได้สนุกกับศรัณก่อนพี่ล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้น แค่คิดก็กระชุ่มกระชวยแล้วพี่อุ่น หึๆๆ” 

แม้กระทั่งความคิดยังร้ายกาจ อรุณฉายเป็นพวกที่เกิดมาแล้วต้องได้ทุกอย่าง เพราะถูกตามใจ เลยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีอะไรที่อยากได้แล้วไม่ได้ นั่นทำให้หญิงสาวมีอิสระทางความคิด และสิ่งนั้นบางครั้งก็ช่างล่อแหลมเหลือเกินในแง่ศีลธรรมจรรยา แต่ว่า...ใครจะสั่งสอนหล่อนได้เล่า ในเมื่อผู้คนที่พบเจอ ต่างเข้าใจไปว่าอรุณฉายเป็นเพียงเด็กสาววัยสดใส ขี้ใจร้อน แต่ไม่มีพิษภัย และไม่เคยมีแฟน 

หญิงสาวฉลาดเสมอในการทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนอย่างไร ทว่าบางครั้งความลับก็มิอาจปกปิดให้สนิทได้ คนที่รู้ว่าเธอเหลวไหล ชอบออกนอกลู่นอกทางจึงมีอยู่ตั้งหนึ่งคน นั่นคือ...อารดา

----------

ณ เรือนไม้หลังงาม ที่มีฉากหลังเป็นดงกล้วยหอม มาลา สตรีวัยสี่สิบสี่ เริ่มมองหาสมาชิกในครอบครัวที่ควรมารวมตัวกันเพราะใกล้เวลามื้อเที่ยงแล้ว 

ชุน ผู้เป็นสามีของมาลานั้น เดินเข้ามาใต้ถุนเรือนในไม่กี่นาทีให้หลัง หนุ่มใหญ่วัยไล่เลี่ยกับภรรยา อยู่ในชุดอย่างคนสวน หมวกปีกกว้างที่สวมอยู่ถูกปลดจากศีรษะมาโบกลมหวือๆ เข้าตัว 

มาลารีบหาน้ำมาให้สามีดื่ม 

“เป็นยังไงบ้างพี่ ยังเก็บงานไม่เสร็จอีกเหรอ”

“อือ…สวนทางเหนือโค่นไปหลายร้อยต้น สองสามวันนี้คงช่วยกันค้ำไม่เสร็จแน่ๆ แล้วลูกกลับมาหรือยัง” ถามหาลูกชายที่ช่วยงานอยู่ที่สวนอีกฝั่งทางทิศใต้ 

“น่าจะมาแล้วมั้ง พี่ดื่มน้ำเย็นๆ รอไปก่อน หรือถ้าหิวก็กินก่อนก็ได้”

คนเป็นสามีโบกมือปฏิเสธ ต้องรอกินพร้อมหน้าสิถึงจะอร่อย 

ไม่กี่นาทีต่อมา รถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ก็แล่นมาจอดที่หน้าเรือน มาลาโผล่หน้าออกจากครัว เห็นลูกชายลงรถมาและกำลังล้างมือล้างเท้าอยู่ข้างบันได

“ฟีฟ่า! ฟีฟ่าเอ๊ย! กินข้าวได้แล้วลูก” 

มาลาร้องบอกใครบางคนบนเรือน ชุนยิ้มร่าเมื่อได้ยินเสียงวิ่งของเด็กน้อย ฟีฟ่า เด็กชายวัยห้าขวบเศษๆ วิ่งลงบันไดมาพร้อมสมาร์ตโฟนในมือ พอดีกับอีกคนที่เพิ่งลงจากรถ ชายหนุ่มล้างมือล้างเท้าเสร็จแล้วเดินเข้ามาใต้ถุนเรือน ใบหน้าของเขาละม้ายคล้ายคลึงชุนกับมาลา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป