บทที่ 32 EP 6/5 ทัดดอกรักให้ปักที่กลางใจ
ซ่า...ซ่า...
ในที่สุดเมฆดำทะมึนก็กลั่นตัวกลายเป็นหยาดฝน ฝนเม็ดใหญ่เหลือเกิน เธอเร่งฝีเท้าไปตามคูดินระหว่างกอกล้วย พยายามอย่างยิ่งให้ขามันก้าวให้ไวที่สุด แต่ก็ยังไม่เร็วพอ น้ำฝนเย็นๆ หล่นลงเหนือศีรษะเธอ สองเท้าเริ่มเปื้อนเปรอะดินโคลนตามทางที่ย่ำมา ทว่านั่นยังไม่หนักหนาเท่าเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่กำลังเกิดขึ้นอยู่เบื้องบน
เปรี้ยง!!!
“กรี๊ดดด!!!” อารดาตื่นตระหนก เท้าขวาก้าวพลาด ลื่นไถลตกลงไปในท้องร่อง ย่ามของเธอหลุดจากหัวไหล่ มันลอยไปกับสายน้ำที่กำลังไหลอย่างรวดเร็ว ฝนตกหนักมากจนน้ำเพิ่มปริมาณสูงขึ้นฉับพลัน ทั้งไหลแรงจนเธอต้องพาร่างขึ้นมาบนฝั่งให้เร็ว ให้ไว และปล่อยมื้อค่ำของเธอให้ลอยไปตามสายน้ำ
ครืน! ครืน!
เสียงฟ้ายังคำรามลั่นตอนที่อารดาหาทางก้าวเดิน เธอหันซ้ายแลขวา มองฝ่าเม็ดฝนที่กำลังกระหน่ำเท มันควรต้องมีสะพานไม้ไม่ต่ำกว่าสิบแผ่นก่อนจะถึงตัวกระท่อม และเธอข้ามมันมาครบแล้ว แต่ว่า...กระท่อมล่ะ กระท่อมอยู่ไหน หรือว่าเธอจะหลงเสียแล้ว
เปรี้ยง!!!
“กรี๊ดดด!!!” อารดานั่งลงที่โคนต้นกล้วย สองมือยกปิดหู เนื้อตัวเปียกปอนสั่นสะท้าน ทั้งหนาว ทั้งกลัว ฟ้าจะผ่าลงมาแถวนี้ไหม แล้วเธอจะทำอย่างไรดี จะหาทางกลับได้อย่างไรในเมื่อมองออกไปข้างหน้า ไม่เห็นแม้แต่ช่องทางเดิน น้ำตาแห่งความกลัวเริ่มรินไหล เธอกอดตัวเองไว้ด้วยมืออันสั่น ถอยหลังเบียดชิดโคนต้นกล้วย ให้ใบสีเขียวของมันปกป้องเธอจากหยาดพิรุณ หัวใจในอกได้แต่ภาวนาให้ฝนซาไวๆ ทว่ารอแล้วรอเล่า รอจนสองมือซีดขาว รอจนมือที่ซีดเซียวเริ่มกลายเป็นสีม่วงจางๆ ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
“รัณ...ศรัณ...ชะ...ช่วยด้วย...รัณ...”
อารดาเอ่ยถึงคนที่หัวใจเพรียกหา คนที่อยู่ๆ ชื่อเขาก็มาติดอยู่ที่ริมฝีปาก นึกสมเพชตัวเองที่คนแรกที่นึกถึง มิใช่บิดาที่รักยิ่ง มิใช่พี่พุดซ้อนคนดี แต่เป็นสามี สามีที่ไม่เธอไม่ได้รักเขาเคย
ซ่า...ซ่า...
เม็ดฝนยังกระหน่ำเทไม่หยุด อารดาหนาวจนร่างสะท้าน กอดตัวเองเท่าที่จะทำได้ ป่านนี้แล้วศรัณอยู่ที่ไหน เขาไม่สงสัยหรือว่าเธอหายไป เธอหนาว เธอกลัว เธออยากกลับแล้ว
เปรี้ยง!!!
ฟ้าผ่าอยู่ไม่ไกล ยังแลเห็นได้ถึงแสงอันแปลบปลาบ อารดาหลับตาปี๋ สองมือปิดหูแน่น
“ร...รัณ...อยู่ไหน มารับที...ฉันกลัว...” พร่ำพูดอย่างหมดสิ้นความหวัง และพอลืมตาขึ้นมาใหม่ แล้วมองฝ่าออกไปท่ามกลางม่านฝนที่กำลังตกกระหน่ำ เธอก็เห็นร่างสูงใหญ่ของศรัณ เนื้อตัวเขาเปียกปอน ริมฝีปากเขาอ้าร้อง เหมือนว่ากำลังเรียกชื่อใครบางคน เธอจ้องมองภาพนั้น เขาดูกระวนกระวาย ร้อนใจ และกังวล เขาหันซ้ายแลขวาซ้ำๆ กวาดตามองไปทั่วๆ แต่ก็ยังมองไม่เห็นกัน “ระ...รัณ....ศรัณ!”
เสียงร้องที่ดังแทรกม่านน้ำฝนทำให้ศรัณต้องวิ่งไปดู อารดาหลบอยู่ที่โคนต้นกล้วย ร่างเปียกปอนของหล่อนขดอยู่ในซอกของต้นกล้วยกอหนา ความโล่งอกโล่งใจเกิดขึ้นในนาทีนั้น เขาคว้าร่างหล่อนมากอด ให้หล่อนขึ้นหลังแล้วพากลับกระท่อมด้วยสองขาอันมั่นคง
ต่อให้ฝนตกกระหน่ำเพียงไร ฟ้าแลบแปลบปลาบน่ากริ่งเกรงแค่ไหน วันนี้...เขาก็ต้องพาภรรยากลับกระท่อมให้จงได้
“อดทนหน่อยนะคนดี สามีคนนี้จะปกป้องคุณเอง”
อารดายิ้มทั้งน้ำตา กอดคอเขาแน่นหนึบ เนื้อตัวเขาเย็นจัดไม่แพ้เธอเลย เขาคงตามหาเธออยู่นานแล้ว ผิวเขาเริ่มเป็นสีเดียวกับเธอ มันเป็นสีขาวซีดๆ ริมฝีปากที่เคยแดงระเรื่ออย่างอิสตรี บัดนี้กลายเป็นสีม่วงคล้ำอย่างชัดเจน เธอขยับเคลื่อนกายบนแผ่นหลังกว้างใหญ่ เพื่อโน้มหน้าไปหาแก้มเขา ก่อนจะ...จุมพิตแผ่วเบาบนแก้มข้างหนึ่ง แทนคำขอบคุณและขอโทษที่ทำให้เขา...ต้องวุ่นวายใจ
----------
